เหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหาดใหญ่ครั้งล่าสุดถือเป็นหนึ่งในวิกฤติที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนในวงกว้าง ย่านเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ตลาดกิมหยง และเส้นทางคมนาคมหลายแห่งต้องหยุดชะงัก
โรงแรม ร้านอาหารและธุรกิจท่องเที่ยวจำนวนมากเสียหาย ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน รายได้และภาพลักษณ์ความปลอดภัยของเมือง ทำให้ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มจากมาเลเซียและสิงคโปร์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ความเสียหายทางเศรษฐกิจในครั้งนี้มีมูลค่ามหาศาล เพราะสงขลามีขนาดของรายได้จังหวัด (GPP ประมาณ 250,000 ล้านบาท) กว่าครึ่งของรายได้น่าจะเกิดจากหาดใหญ่ แต่ทรัพย์สินจะมีมูลค่าสูงกว่ารายได้หลายเท่า ทำให้ความเสียหายของทรัพย์สินมีมูลค่ามากกว่าหลายเท่าของรายได้ ดังนั้น มูลค่าความเสียหายน่าจะอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท
ความสูญเสียนี้ก็คือ ความสูญเสียรายได้ในอนาคตอีกด้วย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาระบบการสื่อสาร การรับมือภัยพิบัติและยุทธศาสตร์ฟื้นฟูการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพ เพื่อก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและยั่งยืนดังจะต้องมีการดำเนินการดังต่อไปนี้
1.เตรียมพร้อมเรื่องการสื่อสาร การฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยวแบบเร่งด่วน ในระยะสั้นควรดำเนินมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยมุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายในเมือง เช่น แคมเปญเชิญชวนนักท่องเที่ยว “กลับมาหาหาดใหญ่” ร่วมกับโรงแรม ร้านอาหาร และผู้ให้บริการท่องเที่ยวเพื่อเสนอส่วนลดและแพ็กเกจดึงดูดตลาดหลัก ควรฟื้นย่านเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ
เช่น ตลาดกิมหยง ตลาดสันติสุข ถนนคนเดินหาดใหญ่ ผ่านการจัดงานเทศกาลอาหาร ดนตรี และกิจกรรม street culture รวมถึงดึงกิจกรรมอีเวนต์ระดับภูมิภาคมาจัดเพื่อฟื้นความมีชีวิตของเมือง
2.การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยหลังน้ำท่วม การฟื้นความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดหลังวิกฤติน้ำท่วม เมืองจำเป็นต้องมีข้อมูลแสดงสถานะพื้นที่ที่อาจตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างโปร่งใส รวมถึงการใช้ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า (early warning) ที่แจ้งเตือนระดับน้ำและเส้นทางปลอดภัยแบบเรียลไทม์
ควรจัดทำแผนที่ความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว (Tourist Safety Map) ที่มีข้อมูลแหล่งหลบภัย โรงพยาบาล จุดอพยพ และเส้นทางคมนาคม พร้อมรองรับหลายภาษาเพื่อให้เหมาะกับตลาดท่องเที่ยวต่างชาติของหาดใหญ่ และเริ่มจัดทำมาตรฐานความปลอดภัยในระยะยาวระดับเมือง
3.ปรับปรุงระบบสื่อสารเพื่อรองรับภาวะวิกฤติในอนาคตให้มีโครงข่ายสำรองแบบ Dumbo เมื่อเกิดอุทกภัย ระบบสื่อสารหลัก เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ต หรือไฟฟ้า อาจขัดข้องเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อบริษัทท่องเที่ยวที่ต้องดูแลความปลอดภัยและให้ข้อมูลกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ข้อเสนอคือ การพัฒนา “ระบบสื่อสารแบบ Dumbo” หรือระบบสื่อสารสำรองออกแบบให้ทนทานต่อภาวะวิกฤติที่ไม่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานหลัก ได้แก่ มีรูปแบบและต้นทุนที่แตกต่างกัน ซึ่งมีหลายรูปแบบให้เลือกตามงบที่มีและประเภทกิจกรรมที่ต้องการเชื่อมต่อ ได้แก่
1) Mesh Network ระยะไกล อุปกรณ์หลายโหนดเชื่อมกันเป็นใยแมงมุม ทำให้สัญญาณวิ่งผ่านโหนดที่ยังทำงานได้ แม้บางส่วนจะขัดข้องเหมาะสำหรับพื้นที่น้ำท่วม ย่านท่องเที่ยว เมือง และกิจกรรมกลางแจ้ง 2) Long-range Radio (LoRa/ VHF/ HF) ส่งข้อมูลข้อความและสัญญาณเตือนระยะไกลหลายกิโลเมตร ใช้พลังงานต่ำและทำงานได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ตเหมาะสำหรับทีมกู้ภัย
3) ดาวเทียมสื่อสารสำรอง (Satellite Communicators) สามารถช่วยให้ผู้ประสบภัยติดต่อโลกภายนอกได้ แม้โครงสร้างพื้นฐานบนดินเสียหายทั้งหมด 4) Gateway นอกพื้นที่เสี่ยงเป็นศูนย์รับ-ส่งข้อมูลที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ทำหน้าที่เป็น command node สำหรับประสาน หน่วยงานรัฐ และศูนย์กู้ภัย
4.การพัฒนาเมืองท่องเที่ยวที่รับมือวิกฤติได้ในระยะยาว หาดใหญ่ไม่เพียงแต่จะต้องถอดบทเรียนที่เกิดขึ้นเพื่อเตรียมเผชิญเหตุอุทกภัยใหม่ในอนาคต แต่จะต้องมองไกลไปในอนาคตเมื่ออุทกภัยอาจจะกลับมาอีก นอกจากจะจัดการการกีดขวางทางน้ำ โดยเพิ่มทางน้ำลอดถนนลพบุรีราเมศวร์ตามที่มีผู้เสนอไว้เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว
สำนักงานผังเมืองและเทศบาลนครหาดใหญ่ต้องมีความระมัดระวังในการอนุญาตให้มีสิ่งปลูกสร้างในเขตน้ำท่วมหนัก เพื่อให้การบรรเทาอุทกภัยในอนาคตเป็นไปได้สะดวกและปลอดภัย หลีกเลี่ยงการให้มีประชากรหนาแน่นในเขตที่ต่ำ ไม่อนุญาตให้สร้างบ้านชั้นเดียวในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมถึง 3 เมตร ศึกษาสร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีภูมิคุ้มกันด้านความปลอดภัย
หาดใหญ่จำเป็นต้องปรับระบบโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้รองรับสภาพภูมิอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงขึ้น แนวทางสำคัญคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว เช่น พื้นที่กักเก็บน้ำและระบบคลองที่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและระบบผันน้ำ
สร้างระบบเมืองอัจฉริยะที่มีการจัดการอุทกภัย (smart water city) ด้วยเซนเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำและศูนย์ข้อมูลกลางที่มี dashboard แสดงสถานการณ์น้ำ ควรจัดโซนพื้นที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและการพัฒนาโรงแรมในอนาคตอย่างยั่งยืน
หาดใหญ่ควรใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสในการออกแบบพื้นที่ให้มีพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นในบริเวณที่มีน้ำท่วมสูงสุด หากเป็นไปได้เทศบาลควรซื้อพื้นที่ตรงนั้นบางส่วนมาทำเป็นสวนสาธารณะที่เป็นพื้นที่ฟองน้ำ รวมทั้งมีอาคารสันทนาการเปิดโล่งอย่างน้อย 3 ชั้น ให้ประชาชนขึ้นไปลี้ภัยชั่วคราวหากมีน้ำท่วมอย่างฉับพลันและรุนแรงและเป็นพื้นที่สันทนาการสำหรับการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ไทชิ หรือเต้นรำในเวลาปกติ
หาดใหญ่เป็นตัวอย่างที่เตือนให้เมืองใหญ่อื่น ๆ ที่ยังไม่มีภัยพิบัติใหญ่ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งรับน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำเป็นตัวอย่างให้มองปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีภัยพิบัติ
ภูมิอากาศโลกเปลี่ยนไปแล้วเราจะอยู่แบบชิลล์ชิลล์ไม่ได้แล้วค่ะ





