background-default

วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม 2569

Login
Login

‘วิ่งเอาสังคม’ โตพุ่ง! Gen Z เลิกไปผับ หันมา ‘รันคลับ’ นักวิ่งหน้าใหม่เยอะมาก มองสุขภาพสำคัญสุด

‘วิ่งเอาสังคม’ โตพุ่ง! Gen Z เลิกไปผับ หันมา ‘รันคลับ’ นักวิ่งหน้าใหม่เยอะมาก มองสุขภาพสำคัญสุด

รันคลับโตไม่หยุด! Gen Z พบปะสังสรรค์แบบใหม่ หยุดกินดื่มเที่ยว หันนัดวิ่ง-เจอร้านกาแฟ “HOKA” ชี้ ธุรกิจกีฬาได้รับผลกระทบน้อยแม้เศรษฐกิจซบเซา หลังโควิด-19 คนตระหนักสุขภาพสำคัญที่สุด คาด ปีหน้าตลาดรองเท้าวิ่งถึงจุดพีคสุด

ในขณะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวดี เงินในกระเป๋าผู้บริโภคน้อยลง แต่เชื่อหรือไม่ว่า นับตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา ธุรกิจรองเท้ากีฬาโดยเฉพาะกลุ่มรองเท้าวิ่งกลับเติบโตทำ New High ติดต่อกันทุกปี และยิ่งในช่วง 1-2 ปีหลังมานี้ “รันคลับ” หรือการรวมกลุ่มวิ่งกันเป็นทีมก็ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ พลอยให้ธุรกิจรองเท้ากีฬาได้รับอานิสงส์

เพราะคนหันมาให้ความสำคัญกับความนุ่มสบายเท้า หลายคนใส่รองเท้าวิ่งไปทำงาน กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน จนทำให้มีการคาดการณ์ว่า หลังจากนี้ “รันคลับ” จะยิ่งเติบโตมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะกลุ่ม “Socialized” หรือวิ่งเพื่อเข้าสังคม

“พรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด หรือ “REV Edition” ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ HOKA ให้ข้อมูลว่า “HOKA” เปิดร้านในไทยครั้งแรกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ปัจจุบัน “HOKA” เปิดไปแล้ว 9 สาขา นับจนถึงสิ้นปีจะมีเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา รวมทั้งสิ้นเป็น 10 สาขา ประเทศแถบเอเชียมีร้าน HOKA แล้วนับร้อยแห่งแล้ว โดยหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้แบรนด์เติบโตติดสปีด มาจากเทรนด์ “Running Community” 

‘วิ่งเอาสังคม’ โตพุ่ง! Gen Z เลิกไปผับ หันมา ‘รันคลับ’ นักวิ่งหน้าใหม่เยอะมาก มองสุขภาพสำคัญสุด

ผู้บริหารฉายภาพว่า ตอนนี้กลุ่มรันคลับในไทยแบ่งเป็น 2-3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ กลุ่มวิ่งบนถนน หรือ “City Run” กลุ่มนี้วิ่งเพื่อสร้างเพอฟอร์แมนซ์ กลุ่มวิ่งเพื่อเข้าสังคม และกลุ่มวิ่งเทรล โดยกลุ่มที่โตเร็วมาก คือกลุ่มวิ่งเพื่อเข้าสังคม เนื่องจากกีฬาวิ่งเข้าถึงได้ง่าย ไม่มีอุปสรรคในการเข้าถึง มีรองเท้าหนึ่งคู่ก็เข้าร่วมได้ทันที ส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะวิ่งที่ระยะ 3-5 กิโลเมตร ทำให้จำนวนประชากรนักวิ่งเยอะขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายินดีเพราะทุกคนจะมีสุขภาพที่ดีแน่นอน พร้อมกับผลพลอยได้เรื่อง Market Size วงการวิ่งที่ขยายตัว และส่งผลมายังแบรนด์ HOKA เช่นกัน

“สมัยก่อนถ้าพูดถึงนักวิ่งเราจะนึกถึงกลุ่มที่วิ่งเพื่อเพอฟอร์แมนซ์ วิ่งเพื่อความเป็นเลิศ วิ่งเพื่อทำสถิติที่ดีขึ้น แต่ปัจจุบันรูปแบบการวิ่งเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ มีกลุ่มที่วิ่งเพื่อเข้าสังคมมากขึ้น สมัยก่อนวัยรุ่นอาจจะไปเจอกันที่คลับช่วงเย็นหลังเลิกงาน แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นรันนิ่งคลับ จากนัดกินดื่มเป็นการนัดไปวิ่งแล้วจบที่ร้านกาแฟเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น และนอกเหนือจากวิ่งตามถนนมีอีกอย่างที่เพิ่มมา คือวิ่งเทรล เป็นกลุ่มที่โตเร็วมากๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เรามีโปรดักต์รองรับ จริงๆ เราเป็นผู้นำในหมวดหมู่ที่กล่าวมาทั้งหมดด้วยซ้ำ”

“พรศักดิ์” บอกว่า ตั้งแต่ทศวรรษที่ 2000 เป็นต้นมา คำถามที่มักเกิดขึ้นเสมอ คือวงการกีฬาจะยังโตต่อได้หรือไม่ เขายกตัวอย่างช่วงโควิด-19 ที่ธุรกิจค้าปลีกได้รับผลกระทบแทบทั้งหมด แต่หมวดหมู่ที่ได้รับแรงกระแทกน้อยกว่าคนอื่นคือธุรกิจกีฬา ยิ่งเกิดโรคระบาดใหญ่ขึ้น ยิ่งทำให้คนตระหนักรู้ว่า สุขภาพสำคัญที่สุด ธุรกิจกีฬาได้รับผลกระทบน้อยกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่า โดยเฉพาะปี 2564 เป็นต้นมาเป็นปีที่ธุรกิจกีฬาเติบโตมาก แม้เศรษฐกิจจะซบเซา แต่หลังจากนี้ เชื่อว่า มีแนวโน้มโตต่อไปได้

‘วิ่งเอาสังคม’ โตพุ่ง! Gen Z เลิกไปผับ หันมา ‘รันคลับ’ นักวิ่งหน้าใหม่เยอะมาก มองสุขภาพสำคัญสุด -พรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด-

หากถามว่า เพราะอะไร “รันคลับ” ถึงไต่ระดับความนิยมมากขึ้นในช่วงเวลานี้ “พรศักดิ์” มองว่า คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมาก โดยเฉพาะ Gen Y และ Gen Z แทนที่จะเอาเวลาว่างไปสังสรรค์ปาร์ตี้ พวกเขาเปลี่ยนวิธีสังสรรค์จากรูปแบบเดิมเป็นแนวทางที่ได้ประโยชน์ในเรื่องของสุขภาพที่ดีด้วย

ประกอบกับเทรนด์ “Runcation” ที่จะเติบโตขึ้นเช่นกัน คาดว่า ปีหน้าตลาดรองเท้าวิ่งจะไต่ระดับถึงจุดพีคที่สุด ด้วยเทรนด์ของตลาดและผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป นักวิ่งหน้าใหม่เยอะมาก และปีหน้าจะเยอะขึ้นกว่านี้ สถานการณ์คล้ายกับ “Running Boom” ที่เกิดขึ้นราว 8-9 ปีก่อนหน้า และสะท้อนกลับมายังการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว

สำหรับ “HOKA” ในประเทศไทย เริ่มเห็นแนวโน้มความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2564 จากวันที่ค่านิยมรองเท้าผ้าใบพื้นแบนติดตลาด ขณะที่ “HOKA” เลือกทำรองเท้าพื้นหนามาโดยตลอด เพราะเชื่อว่า การใส่รองเท้าพื้นหนาจะช่วยประคับประคองร่างกายไม่ให้เหนื่อยล้าจนเกินไป เชื่อว่า การวิ่งไม่ควรทรมานตัวเอง ระบุว่า “HOKA” ไม่เคยพยายามทำตามตลาด มีความเชื่อในสิ่งที่ทำ จนทุกวันนี้ทั้งตลาดหันมาทำรองเท้าพื้นหนา ไม่มีใครทำรองเท้าพื้นบางแล้ว

“เราไม่ได้เป็นแบรนด์ที่พยายามเป็นในสิ่งที่ไม่ได้เป็น สิ่งที่ทำคือเรารู้ว่า แบรนด์เราถนัดอะไร ณ เวลานั้นทุกแบรนด์ออกรองเท้าพื้นบางหมด บางเพื่อให้เบา เบาแล้วจะได้วิ่งเร็วขึ้น ทุกคนเชื่อในแนวคิดนั้น แต่ HOKA ไม่ได้เชื่อแบบนั้น ทุกก้าวที่เราเหยียบไปส่งแรงสะท้อนมาถึงหัวเข่า ข้อเท้า สะโพก ลำตัว สิ่งที่ HOKA ทำ เราเชื่อว่า การวิ่งไม่ควรต้องทรมานตัวเอง เลยออกมาด้วยรองเท้าพื้นหนา มองไปในตลาดวันนี้ทุกคนเป็นรองเท้าพื้นหนาหมด ไม่มีใครทำรองเท้าพื้นบางแล้ว นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของ HOKA”

‘วิ่งเอาสังคม’ โตพุ่ง! Gen Z เลิกไปผับ หันมา ‘รันคลับ’ นักวิ่งหน้าใหม่เยอะมาก มองสุขภาพสำคัญสุด -หน้าร้าน HOKA สาขาสยามเซ็นเตอร์-

หลังจากสาขาสยามเซ็นเตอร์ “HOKA” จะเปิดสาขาเซ็นทรัลลาดพร้าวเป็นสาขาสุดท้ายของปีนี้ สำหรับสาขาสยามเซ็นเตอร์ ผู้บริหารบอกว่า ถือเป็นหมุดหมายสำคัญยิ่งกว่ายอดขาย “สยามเซ็นเตอร์” เป็นพื้นที่ศูนย์กลางที่มีนักท่องเที่ยว วัยรุ่น เป็นฮับของการช้อปปิ้ง อีกทั้งยังมีแบรนด์คู่แข่งและพาร์ทเนอร์รายล้อมอยู่ด้วย “HOKA” จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ตรงนี้

มองว่า การเปิดสาขาที่สยามเซ็นเตอร์เป็นยิ่งกว่ายอดขาย เพราะเป็นห้างที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีความพิเศษในการเลือกแบรนด์มาเปิด จะให้แบรนด์มีตัวตน มีความสำเร็จในไลฟ์สไตล์ต้องเปิดที่สยามเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์ที่จะได้ “Facade” ด้านหน้าห้างมีไม่กี่แบรนด์ ยิ่งตอกย้ำความสำเร็จของในฐานะ “Key Location” ถือว่า เป็นที่สุดของ “HOKA”