ร้านชานมเยอะแล้ว แต่ยังเยอะได้อีก! “RD” หนึ่งในเจ้าของไก่ทอดเคเอฟซี ส่ง “Tealive” ชิงส่วนแบ่งชานมไข่มุก เปิดนำร่องไปแล้ว 3 สาขา ราคาเริ่มต้นแก้วละ 55 บาท อนาคตเล็งขยายครอบคลุมทั่วประเทศ
มองไปทางไหนก็เจอแต่ร้านชา ทั้งชาไทย ชาเขียว มัทฉะ หรือชานมไข่มุก ที่ยืนหนึ่งด้านความนิยมมาหลายทศวรรษ แต่ถึงจะเยอะแค่ไหน แข่งขันกันดุเดือดเพียงไร ก็ยังพร้อมจะมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาท้าชิงไม่เว้นวัน
ข้อมูลจากงานสัมมนา “Cartons of Multisensory Innovation” ประจำปี 2567 ระบุว่า มูลค่าตลาดชานมไข่มุกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูงถึง 3,660 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 128,100 ล้านบาท โดยมี “อินโดนีเซีย” ครองแชมป์กินสัดส่วนใหญ่ที่สุด ด้วยมูลค่า 1,680 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 58,800 ล้านบาท คิดเป็น 46% ของทั้งภูมิภาค และที่ตามมาติดๆ คือ “ไทย” ด้วยมูลค่า 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 26,250 ล้านบาท
ตลาดไทยใหญ่เป็นรองอินโดนีเซียก็จริง แต่พฤติกรรมการกินชานมไข่มุกของคนไทยกลับแซงหน้ายืนหนึ่งด้วยค่าเฉลี่ย 6 แก้วต่อเดือน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งภูมิภาคที่ 3 แก้วต่อเดือน สถิตินี้สอดคล้องไปกับการเติบโตของแบรนด์ใหม่ๆ ในไทยที่ต่างทยอยตบเท้าเข้ามาทำตลาด ซึ่งก็รวมไปถึง บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือ “RD” หนึ่งในผู้บริหารสิทธิแฟรนไชส์ไก่ทอดเคเอฟซีในไทย ตัดสินบุกสนามชานมไข่มุก ด้วยการดึงแบรนด์ “Tealive” จากประเทศมาเลเซีย เข้ามาเปิดให้บริการไปแล้ว 3 สาขา
“แอนดรูว์ เจมส์ นอร์ตัน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ระบุว่า ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมากสำหรับธุรกิจเครื่องดื่มชา ด้วยพฤติกรรมการดื่มชานมไข่มุกของคนไทยที่มากที่สุดในอาเซียน ประกอบกับตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาค จึงเป็นโอกาสทองที่ไม่อาจมองข้าม การนำ “Tealive” เข้ามาในครั้งนี้ ตั้งใจจะสร้างมาตรฐานใหม่ของการดื่มชาที่ได้มาตรฐานด้วยราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้
ปัจจุบัน “Tealive” มีมากกว่า 1,000 สาขาทั่วโลก ถือเป็นแบรนด์ชั้นนำของภูมิภาค เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในเอเชียเป็นอย่างดี ระบุว่า จุดแข็งของ “Tealive” คือคุณภาพระดับพรีเมียมที่มาพร้อมราคาสมเหตุสมผล ชงสดทุกแก้วจากใบชาคัดพิเศษนำเข้าจากไต้หวัน ผ่านระบบการเก็บรักษาควบคุมอุณหภูมิ เพื่อคงความหอม สด และรสชาติที่ดีที่สุด
ทั้งนี้ “Tealive” มี “แบงแบง ชานม ไข่มุกอุ่นบราวน์ชูการ์” เป็นเมนูซิกเนเจอร์ รวมถึง “ต้าหงเผา” หนึ่งในชาดำยอดนิยมจากจีน ผู้บริหาร เชื่อว่า “Tealive” จะเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย ด้วยจุดแข็งเรื่องคุณภาพใบชา กระบวนการชงที่ได้มาตรฐาน และราคาที่เข้าถึงได้ ปัจจุบันเปิดให้บริการไปแล้ว 3 สาขา ได้แก่ สาขาเมเจอร์ รัชโยธิน สาขาโลตัส รัตนาธิเบศร์ และสาขาโลตัส สุขุมวิท 50 ราคาเริ่มต้นตั้งแต่แก้วละ 55 ไปจนถึง 100 บาท มีเมนูให้เลือกทั้งหมด 26 เมนู





