หากปี 2568 สิ้นสุดความโสด ปี 69 จึงเป็นปีแห่งความหวัง และเดตของเจนซี ขอความชัด พอทีความสัมพันธ์คลุมเครือ พร้อมบทสรุปปี 68 จาก Tinder
หนึ่งในมีมปลายปีสำหรับ “คนโสด” คือ การหาคู่ให้ได้ก่อนคริสต์มาส ปีใหม่ เพื่อจะได้ควงไปเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุข จนทำให้มีคอนเทนต์ หาทั้งปียังไม่มีแฟน แล้วเพียง 1-2 สัปดาห์ ฟ้าจะประทานคนรักมาได้อย่างไร
คนโสด เหงา ต้องการมีแฟน มีคนรัก หรือแม้กระทั่งเหตุผลชั่วคราว เช่น One Night Stand(ONS) แม้กระทั่ง FWB ที่ไม่ใช่เพื่อนทานบุฟเฟต์ แต่คือ Freind With Benefit ล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้แอปพลิเคชันหาคู่เดต เติบโต
“Tinder” หนึ่งในแอปหาคู่ชื่อดัง ภายใต้ Match Group ที่เก็บรวบรวมข้อมูลผู้ใช้งานทั้งปี และได้บทสรุปปี 2568 รวมถึงแนวโน้มปี 2569 เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์หาคู่เดตต่างๆ
เคิร์สตี้ ดันน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารของทินเดอร์(Tinder) เปิดเผยรายงานประจำปี หรือ Year In Swipe™ 2568 โดยเฉพาะจากคนรุ่นใหม่ เจเนอเรชัน ซี(GenZ) ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 50% ที่ใช้งาน Tinder ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ให้นิยามทิ้งท้ายปีว่า เป็นที่ทุกอย่างกลับสู่ความสงบ คนโสดปรับจังหวะช้าลง เผยตัวตนมากขึ้น และเริ่มสื่อสารว่าต้องการอะไร เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ยกให้เป็นปีแห่งการออกเดตที่มีจุดมุ่งหมาย
หากสรุปเทรนด์การออกเดตในปี 2567 มีหลายเรื่องราวโดดเด่น
ความสนใจธรรมชาตินำโด่ง อังกฤษหลุดโผที่คนไทยปักหมุด
สำหรับความสนใจ พบว่าธรรมชาติ นำมาเป็นอันดับ 1 และถือเป็นการเข้ามาใหม่ ยังมีการสนใจดูแลตัวเองมากขึ้น สายกิน ยังมาแรง เป็นต้น หากเรียง 10 ลำดับสูงสุด เป็นดังนี้
1.ธรรมชาติ
2.เด็กยุค 90 ตกลงจากอันดับ 1
3.ท่องเที่ยว ตกลงจากอันดับ 2
4.อินสตาแกรม(IG) ขยับจากอันดับ 5
5.ดูแลตัวเอง ตกลงจากเดิมอันดับ 3
6.ดูหนัง ตกจากอันดับ 4
7.รักตัวเอง เข้ามาใหม่
8.สายกิน เข้ามาใหม่
9.ฟังเพลง ตกจากอันดับ 8
10.ภาพยนตร์ ตกจากอันดับ 6
เมื่อดูเมืองต่างแดนที่คนไทยปักหมุดมากสุด
1.สิงคโปร์
2.นิวยอร์ก
3.ซิดนีย์
4.ดูไบ
5.ลอสแอนเจลิส
6.โตเกียว
7.อัมสเตอร์ดัม
8.เบอร์ลิน
9.หลานโจว
10.ปารีส
โดยลอนดอน ประเทศอังกฤษหลุดโผไม่ติดท็อป 10 ดินแดนที่ต้องไปเที่ยว ซึ่งเหตุผลเพราะไกล หรืออาจเกิดจากค่าครองชีพที่ค่อนข้างสูง
“แปลกมากที่ลอนดอน ซึ่งปีก่อนติดอันดับ 1 ที่คนไทยปักหมุด แต่เทรนด์ปีนี้เปลี่ยน หลุดท็อป 10 ไปเลย”
ต่างประเทศปักหมุดแล้ว ประเทศไทย เมืองที่คนไทยชอบไปมากสุด ได้แก่
1.กรุงเทพมหานคร
2.พัทยา
3.เชียงใหม่
4.ขอนแก่น
5.ปทุมธานี
6.หาดใหญ่
7.นครราชสีมา
8.ภูเก็ต
9.นครพนม
10.อุดรธานี
คนไทยชอบเดตง่ายๆ เทรนด์แรงหาเพื่อนคุย สกินชิป หุ่นหมี หมาเด็ก รักแมว จริงใจไว้ทีหลัง
ส่วนอาหารหรือเครื่องยอดนิยม ที่คนไทยชอบไปเดต เป็นดังนี้
1.กาแฟ ขึ้นจากอันดับ 2
2.เบียร์ หล่นจากอันดับ 1
3.เหล้า
4.ชาบู
5.ไวน์ เข้ามาใหม่
6.มัจฉะ เข้ามาใหม่
7.หมูกระทะ หล่นจากอันดับ 5
8.ซูชิ เข้ามาใหม่
9.บุฟเฟต์ เข้ามาใหม่
10.พิซซ่า เข้ามาใหม่
ส่วนเทรนด์การออกเดตยอดนิยม 10 อันดับมาแรงในปี 68 ดังนี้
1.หาเพื่อนคุย
2.การสัมผัส(Skinship)
3.หุ่นหมี
4.หมาเด็ก
5.รักแมว
6.ชอบออกกำลังกาย
7.หนุ่มตี๋
8.รักหมา
9.ไทป์โกลเด้น
10.ขอคนจริงใจ
ส่วนการแสดงความรัก สิ่งแรก คือ การกระทำเอาใจใส่ ใช้เวลาร่วมกัน การสัมผัส ของขวัญ และคำชม ขณะที่การสื่อสารยอดฮิต เริ่มที่คนชอบแชต ตามด้วยเจอหน้าดีกว่า คุยโทรศัพท์ ชอบวิดีโอคอล และคนไม่ค่อยแชต
ปี 69 สิ้นสุดความสัมพันธ์ไร้ความคลุมเครือ เจนซีไม่อยากเดา
จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างอายุ 18-25 ปี จำนวน 4,000 คนที่กำลังออกเดตในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลีย ระหว่าง ต.ค. - พ.ย.2568 ซึ่งจัดทำโดย Opinium สำหรับ Tinder ยังพบแนวโน้มหรือเทรนด์ปี 2569 เมื่อคนโสดรุ่นใหม่หรือ New Gen มาพร้อมกับการเปิดใจกว้าง ซื่อสัตย์ และมีความฉลาดทางอารมณ์มากกว่าที่เคย จึงทำให้ปีหน้าจะเป็นปีของ “ความสัมพันธ์ไร้ความคลุมเครือ”
ลงรายละเอียด “ความชัดเจน” หรือ Clear-Coding เป็นความสัมพันธ์มาพร้อมกับคำนิยามของความชัดเจน โดยคนโสดรุ่นใหม่จะไม่นั่งเดา หรือทำตัวลึกลับซับซ้อนอีกต่อไป แต่จะให้ความสำคัญกับความชัดเจน กล้าเปิดเผยในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการนัดออกเดตแบบจริงจัง คุยแบบสบายๆ หรือคบกันแบบจริงจังระยะยาว
ทั้งนี้ 64% ของคนโสดระบุว่า ความซื่อสัตย์ทางอารมณ์ คือ สิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดในการเดตยุคนี้ และ 60% ต้องการ การสื่อสารที่แสดงเจตนาชัดเจน ผู้ที่ออกเดตในปัจจุบันจึงเลือกสื่อสารง่าย ๆ และพูดตรงไปตรงมา และ 73% ยอมรับว่า รู้ตัวว่าชอบใครสักคนเมื่อสามารถเป็นตัวของตัวเองได้เมื่ออยู่กับคนนั้น
“เทรนด์การออกเดตปีหน้า ความชัดเจนสำคัญ เจนซีไม่อยากเดาแล้ว ขอคนเปิดเผยตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ จริงใจ ยุคนี้การสื่อสารกล้าพูด เปิดเผยสำคัญมาก”
บ๊ายบาย หากเหยียดเชื้อชาติ พูดหยาบคาย เหวี่ยงใส่พนักงานบริการ
ผลสำรวจยังพบประเด็นน่าสนใจ เมื่อคนโสดรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการมีจุดยืนในสิ่งที่เชื่อ โดย 37% ของคนโสด ระบุว่าการมีค่านิยมร่วมกัน เป็นสิ่งที่จำเป็นในการออกเดต มี 41% จะไม่ออกเดตกับคนที่มีมุมมองทางการเมืองที่แตกต่างกัน แต่ 46% ยังพอเปิดใจได้ โดยผู้หญิงจะมีสัดส่วน 35% น้อบกว่าผู้ชายที่สัดส่วน 60%
ต่อเรื่องนี้ไม่ใช่การแบ่งแยก แต่เป็นเรื่องของการเป็นตัวของตัวเอง คนโสดมองหาคู่เดตที่เชื่อในหลักการเดียวกัน ตั้งแต่ความเท่าเทียมไปจนถึงความเห็นอกเห็นใจ
นอกจากนี้ เรื่องที่ทำให้ความสัมพันธ์ไปต่อไม่ได้คือ การเหยียดเชื้อชาติ 37% มุมมองเรื่องครอบครัว 36% และสิทธิของกลุ่มเพศหลากหลาย(LGBTQ+ 32% และเมื่อพูดถึงสิ่งที่ใครๆ ให้ความสำคัญคือ ความใจดียังครองอันดับหนึ่ง และ 54% พฤติกรรมที่รับไม่ได้ที่สุดคือ การพูดจาหยาบคายหรือเหวี่ยงใส่พนักงานบริการ
“ความสัมพันธ์ที่ไม่อยากไปต่อคือ เรื่องเหยียดเชื้อชาติ ครอบครัว สิทธิของ LGBTQ+ แม้กระทั่งพูดจาไม่สุภาพกับพนักงานบริการ”
เพื่อน คือ “แม่สื่อแม่ชัก”
เคิร์สตี้ บอกอีกว่า ปีหน้า อิทธิพลของเพื่อนสนิท (Friendfluence) จะทรงพลังต่อการเลือกคู่เดตโดยแมตช์เมกเกอร์ตัวจริงแห่งปี 2569 ยกให้ “กรุ๊ปแชตของเพื่อน” โดย 42% ของคนโสดรุ่นใหม่บอกว่าเพื่อนมีอิทธิพลต่อการออกเดต และ 37% วางแผนที่จะออกเดตแบบกลุ่มหรือแบบเป็นคู่ในปีหน้า 6 เพื่อนจึงกลายเป็นเหมือนผู้ช่วยด้านอารมณ์ของการเดตยุคปัจจุบัน และ 34% บอกว่าความสัมพันธ์ของเพื่อนทำให้พวกเขามีหวังกับความสัมพันธ์ในอนาคต!7
ทั้งนี้ ปี 2569 ถ้าคู่ Match ไม่ผ่านด่านกรุ๊ปแชต ทุกอย่างจบทันที โดยเกือบ 85% ของผู้ใช้ฟีเจอร์ Double Date อายุต่ำกว่า 30 ปี และผู้ใช้หลักๆ เป็นผู้หญิง เพราะมีโอกาสที่จะ ‘Like’ และ Match กับโปรไฟล์คู่มากกว่าโปรไฟล์เดี่ยวถึงเกือบ 3 เท่า หรือเรียกว่า “แมตช์กันง่ายขึ้น” และผู้ใช้ฟีเจอร์ Double Date มีการส่งข้อความมากขึ้นเฉลี่ย 25% เมื่อเทียบกับแชตเดี่ยวตัวต่อตัว
“แม่สื่อคือ เพื่อนในกรุ๊ปแชต อยากจะปรึกษาใครถึงคู่เดตให้ปรึกษาเพื่อนในกรุ๊ปแชตก่อน เพราะจะเห็นสัญญาณก่อนใครๆ การแนะนำความสัมพันธ์ต่างๆ”
สำหรับคนโสดที่กำลังมองหาคนรู้ใจในปี 2569 จะต้องบาลานซ์ระหว่างการพูดคุย และความรู้สึก โดยแสดงให้เห็นว่าต้องการเคมีที่มีความหมายแต่ไม่ซับซ้อนเกินไป โดย 56% ให้ความสำคัญกับบทสนทนาที่จริงใจมากที่สุด และ 45% ต้องการความเห็นอกเห็นใจมากขึ้นหลังจากโดนปฏิเสธ
ก้าวสู่ปี 2569 เหล่าคนออกเดต ยังให้นิยามปีหน้าว่า “ปีแห่งความหวัง” หรือ Hopeful เมื่อคนโสดไม่กลัวที่จะแสดงออก แต่การเดต ขอไม่กดดัน สบายๆ ค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากดื่มด่ำกาแฟแก้วโปรดด้วยกันก่อน สอดคล้องกับผลสำรวจ 35% ยังมองหาคนรักที่ “ค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์แบบชิลๆ” คนที่ทำให้เกิดความรู้สึกสบายๆ ไม่ดราม่า และให้พลังงานดีๆ
นอกจากนี้ บางคนไม่กลัวที่จะรู้สึกผิดหวัง 28% ชอบความรู้สึกที่ได้แอบชอบ ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะไม่ได้ไปต่อ สิ่งนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า คนรุ่นใหม่ยังคงใช้การเดตเพื่อเขียนเรื่องราวในชีวิตให้กับตัวเอง (dating for the plot)
“ปีแห่งความหวัง เจนซีสายโสดเปี่ยมไปด้วยความหวัง คำนี้มีความงดงาม ประกอบกับสถานการณ์รอบตัวที่ผ่านมา จึงต้องการพลังบวก ทั้งยังสอดรับกับเทรนด์การรัก และดูแลตัวเองด้วย”
สกรีน “สแกมเมอร์” ลวงรัก
อย่างไรก็ตาม แอปเดต หาคู่ในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ “มิจฉาชีพ” หรือเหล่าสแกมเมอร์แฝงตัวมาหลอกลวงล้วงทรัพย์สินเงินทองด้วยความรัก โปรไฟล์ปลอม ประเด็นนี้ “เคิร์สตี้” ย้ำว่า Tinder มี “Face Check™” ซึ่งเปิดตัวในประเทศไทยไปแล้ว ถือเป็นโซลูชันที่เข้ามากำจัดโปรไฟล์ปลอม หลอกลวง สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้งาน
ทั้งนี้ การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) แมชชีนเลิร์นนิ่งต่างๆ เพื่อตรวจสอบโปรไฟล์ รูปภาพว่ามีการใช้ซ้ำกันหรือไม่ ทำให้ผลลัพธ์ 99.6% ไม่ใช่โปรไฟล์ปลอม และ Tinder ยังมีคู่มือปัดขวาให้ผู้ใช้งานเรียนรู้ หรือเป็นเหมือนคัมภีร์ด้วย
“แอปออกเดต หาคู่ยังคงเป็นที่นิยม เพราะคนโสด เหงา อยู่คนเดียว บ้างหาเพื่อนกิน ไปเที่ยวที่ต่างๆ ตัวแอป Tinder ใช้งานง่าย เพียงตั้ง 4 รูป บอก 5 ความสนใจ กับ 15 คำ ดึงดูดคนสนใจเหมือนกัน เดือนหน้าจะมีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่สร้างความตื่นเต้นให้คนใช้งาน และแมตช์กันง่ายขึ้นด้วย ขณะที่เจนซีสนใจแอปออกเดต เพราะสามารถกำหนดนิยามใหม่ ไม่ต้องแต่งงาน พร้อมค้นหาตัวเอง และค้นหาคนที่ชอบทำอะไรเหมือนกัน อยากให้คนแบบไหนมาสนใจ ทำกิจกรรม ร่วมทางไปกับเรา ซึ่ง Tinder มอบโอกาสเหล่านั้นให้ผู้ใช้”
อย่างไรก็ตาม Tinder อยู่ภายใต้ Match Group ผลงานไตรมาส 3 ของยักษ์แพลตฟอร์มออกเดตที่มีหลากแบรนด์ เช่น Hinge® Match® Meetic® และ OkCupid ยังคงสร้างการเติบโตรายได้รวม 914 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2%เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 161 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18%
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





