วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

‘นกแอร์’ หวังปลดล็อก ‘ห้ามบินอินเตอร์’ สิ้นปีนี้ หนุนธุรกิจออกจาก ‘แผนฟื้นฟูกิจการ’ ในปี 71

‘นกแอร์’ หวังปลดล็อก ‘ห้ามบินอินเตอร์’ สิ้นปีนี้  หนุนธุรกิจออกจาก ‘แผนฟื้นฟูกิจการ’ ในปี 71

ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ “วุฒิภูมิ จุฬางกูร” ได้ปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่ง “ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” (ซีอีโอ) ของบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งตระกูลจุฬางกูรถือหุ้นใหญ่มากกว่า 75% มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างรายได้ การบริหารต้นทุน และกลยุทธ์องค์กร จนสามารถพลิกผลประกอบการให้กลับมามีกำไร 2 ปีติดต่อกัน หลังขาดทุนต่อเนื่องมา 9 ปี รวมถึงการนำพาสายการบินก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19

ล่าสุด สายการบินนกแอร์ ประกาศแต่งตั้ง “พิชิต สถาปัตยานนท์” ให้ดำรงตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของบริษัทฯ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2568 เป็นต้นไป สานต่อภารกิจเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานให้สอดคล้องกับทิศทางทางการเติบโตในอนาคต

ขณะที่ วุฒิภูมิ จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง “ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ” ต่อไป เพื่อกำกับภาพรวมของแผนยุทธศาสตร์ การประสานงานกับพันธมิตรระดับโลกในการเพิ่มฝูงบิน รวมถึงการดำเนินงานภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด

“กรุงเทพธุรกิจ” มีโอกาสร่วมสัมภาษณ์พิเศษ วุฒิภูมิ ก่อนลงจากเก้าอี้ซีอีโอเมื่อปลายเดือน พ.ย. เขาเล่าว่า “นกแอร์” ตั้งเป้าแก้ไขเพื่อปลดล็อกธงแดง คำสั่ง “ห้ามบินเส้นทางระหว่างประเทศ หรือขยายเส้นทางบินเพิ่มเติม ทั้งเส้นทางในประเทศและระหว่างประเทศ” ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ให้ได้ภายในปี 2568 หลังจาก CAAT ได้ส่งหนังสือถึงนกแอร์ เรื่องห้ามมิให้ใช้สิทธิตามใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ เลขที่ AOC.0006 และแก้ไขข้อกำหนดการปฏิบัติการ (Operations Specifications) เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

“นกแอร์ได้นำเสนอเอกสารที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการปรับปรุงความปลอดภัยและการปรับปรุงการปฏิบัติการถึง CAAT แล้ว โดยหวังว่าข้อจำกัดดังกล่าวจะถูกยกเลิกภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะทำให้นกแอร์สามารถรองรับความต้องการบินที่สูงขึ้นในช่วงไฮซีซันที่เหลืออยู่”

ทั้งนี้นกแอร์วางกลยุทธ์บริหารจัดการฝูงบิน ด้วยการเปลี่ยนเครื่องบินที่มีอายุมากกว่า 15 ปีออก และนำเครื่องบินที่มีอายุน้อยกว่ามาใช้งาน เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงของสายการบินซึ่งมีสัดส่วนถึง 20% ของต้นทุนทั้งหมด สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสารและนักบิน โดยปัจจุบันมีฝูงบินหมุนเข้าออกให้บริการอยู่ 10 ลำ อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 11.5 ปี

“เดิมนกแอร์มีเซ็นสัญญารับมอบเครื่องบิน 2 ลำในปี 2568 แต่ต้องเลื่อนแผนรับมอบออกไปก่อน หลังจาก CAAT มีคำสั่งห้ามบินเส้นทางระหว่างประเทศฯ ส่วนในปี 2569 ยังคงแผนรับมอบเครื่องบิน เพื่อนำมาขยายเส้นทางและเพิ่มเที่ยวบินเมื่อปลดล็อกธงแดงดังกล่าวได้แล้ว”

‘นกแอร์’ หวังปลดล็อก ‘ห้ามบินอินเตอร์’ สิ้นปีนี้  หนุนธุรกิจออกจาก ‘แผนฟื้นฟูกิจการ’ ในปี 71

วุฒิภูมิ จุฬางกูร

สำหรับ “แผนการขยายเส้นทางบิน” ของนกแอร์เมื่อสามารถยกเลิกธงแดงของ CAAT ได้ มีเป้าหมายจะเพิ่มความถี่เส้นทางบินในประเทศ โดยเฉพาะเมืองหลัก อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ และหาดใหญ่ ในช่วงไฮซีซัน ควบคู่กับการสนับสนุนเมืองรอง พร้อมกลับมาให้บริการเส้นทางบินจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ไปยัง 3 เมืองของจีน ได้แก่ หนานหนิง เจิ้งโจว และนานจิง รวมถึง 2 เมืองในอินเดีย ได้แก่ มุมไบ กับไฮเดอราบัด และอีก 1 เมืองในเวียดนามอย่างโฮจิมินห์ซิตี้ นอกจากนี้มีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ บาหลี อินโดนีเซีย, มะนิลา ฟิลิปปินส์ และดานัง เวียดนาม

โดยนกแอร์จะจัดหาเครื่องบินทั้งรูปแบบการเช่าและสั่งซื้อลำใหม่ เนื่องจากคำสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX 8 จำนวน 6 ลำใหม่ ต้องรออีก 6 ปีถึงจะได้รับ ทำให้ระหว่างนี้ต้องจัดหาเครื่องบินด้วยการเช่าก่อน รวมถึงนโยบายในปี 2569 จะมีการเช่าแบบครบวงจร (Wet Lease) หรือ ACMI ซึ่งผู้ให้เช่าจะจัดหาเครื่องบิน ลูกเรือ การบำรุงรักษา และประกันภัยให้ทั้งหมด เป็นการชั่วคราวในช่วงไฮซีซันเพื่อทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศโดยเฉพาะ เพราะนักบินที่เช่ามาพร้อมเครื่องบินเป็นชาวต่างชาติ หลังเมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาเพิกถอนประกาศของกระทรวงแรงงาน เรื่องอนุญาตคนต่างด้าวทำหน้าที่นักบินเครื่องเช่าทำการบินในประเทศ

‘นกแอร์’ หวังปลดล็อก ‘ห้ามบินอินเตอร์’ สิ้นปีนี้  หนุนธุรกิจออกจาก ‘แผนฟื้นฟูกิจการ’ ในปี 71

วุฒิภูมิ เล่าเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าของ “แผนฟื้นฟูกิจการ” ว่า บริษัทฯ ชำระหนี้ได้ตามกำหนด ไม่เคยผิดนัดชำระเลยสักครั้ง เป็นสิ่งยืนยันว่า “นกแอร์ไม่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง” โดยปัจจุบันมียอดหนี้ค้างชำระประมาณ 400 ล้านบาท เป็นส่วนของเจ้าหนี้ทั่วไปและเจ้าหนี้ผู้ให้เช่าเครื่องบิน (ไม่รวมส่วนของผู้ถือหุ้นอีก 2,700 ล้านบาท) โดยมีกำหนดออกจากแผนฟื้นฟูกิจการภายในปี 2571

ส่วน “การเพิ่มทุน 7,200 ล้านบาท” นั้นยังเป็นไปตามแผนเดิม หลักๆ คือนำไปชำระหนี้แก่ผู้ถือหุ้น 2,700 ล้านบาท และเตรียมจัดหาเครื่องบินอย่างน้อย 2-4 ลำต่อปีตามแผนฟื้นฟูกิจการ

ด้าน “ผลประกอบการ” ของนกแอร์ มีกำไรจากการดำเนินงาน 260.5 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2568 ส่วนงวด 9 เดือนแรกยังคงมีกำไรอยู่ แต่ในไตรมาส 4 คาดการณ์ว่าอาจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีน ว่าจะกลับมาเที่ยวไทยมากน้อยแค่ไหนหลังเกิดกรณีพิพาทระหว่างจีนกับญี่ปุ่น รวมถึงแนวโน้มค่าน้ำมันที่ผันผวนปรับสูงขึ้น

“นกแอร์ตั้งเป้าทำรายได้ 5,000 ล้านบาทในปี 2568 จากจำนวนผู้โดยสาร 4.5-5 ล้านคน ลดลงเล็กน้อยจากปีที่แล้ว เนื่องจากคำสั่งห้ามบินเส้นทางระหว่างประเทศ หรือขยายเส้นทางบินเพิ่มเติมทั้งเส้นทางในประเทศและระหว่างประเทศของ CAAT ซึ่งคาดหวังว่าจะสามารถปลดล็อกได้ภายในสิ้นปีนี้”

‘นกแอร์’ หวังปลดล็อก ‘ห้ามบินอินเตอร์’ สิ้นปีนี้  หนุนธุรกิจออกจาก ‘แผนฟื้นฟูกิจการ’ ในปี 71