การประกอบธุรกิจการค้า กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด รวมทั้งนิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ
ทั้งกฎหมายหลักทั่วไป และกฎหมายเฉพาะสำหรับธุรกิจแต่ละประเภท เช่นการขออนุญาต การขึ้นทะเบียน การขอหนังสือรับรอง การทำบัญชี การแสดงใบอนุญาต ใบทะเบียน การเก็บรักษา เป็นต้น บทความนี้ เน้นที่กฎหมายพื้นฐานที่เป็นกฎหมายหลักทั่วไป ดังนี้
1.พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ.2499
บุคคลธรรมดาประกอบอาชีพค้าขาย หรือร่วมทุนค้าขายกับบุคคลอื่นเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน หรือเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในต่างประเทศมาประกอบกิจการในประเทศไทย ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ และมีหน้าที่ต้องแสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ในสำนักงานที่เห็นได้ง่ายรวมทั้งต้องจัดให้มีป้ายชื่อที่ใช้ในการค้าขายที่สำนักงานหรือสาขาด้วย
2.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะหุ้นส่วนบริษัท
ในกรณีเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้รับการยกเว้นไม่อยู่ในบังคับต้องจดทะเบียนพาณิชย์ แต่ถ้าเป็นบริษัทจำกัด ต้องจัดให้มีสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นมีรายการตามที่บัญญัติไว้ และเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานตามที่จดทะเบียนไว้
3.พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535
บริษัทมหาชนจำกัด ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ แต่มีหน้าที่ ต้องจัดให้มีสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและเก็บรักษาสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการลงทะเบียนไว้ที่สำนักงานใหญ่ ในกรณีสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเสียหาย ลบหรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้บริษัทแจ้งต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันและจัดทำ ซ่อมแซมให้เสร็จภายในหนึ่งเดือน
นอกจากนี้บริษัทต้องจัดให้มีทะเบียนกรรมการ รายงานการประชุมกรรมการและรายงานผลการประชุมผู้ถือหุ้นเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานใหญ่ แต่บริษัทอาจมอบให้บุคคลอื่นเก็บรักษาสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ทะเบียนกรรมการและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไว้ ณ ที่ใดก็ได้ แต่ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบ (นายทะเบียนอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและผู้ได้รับมอบหมาย)
4.พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 กฎหมายการบัญชี บัญญัติให้
(1) ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด นิติบุคคลตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากรมีหน้าที่ต้องจัดให้มีการทำบัญชี
(2) ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด นิติบุคคลตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ต้องจัดทำงบการเงิน และยื่นงบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ต่อสำนักงานกลางบัญชี ภายในห้าเดือนนับแต่วันปิดบัญชี
(3) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นงบการเงินต่อสำนักงานกลางบัญชี ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่งบการเงินนั้นได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่
(4) ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่ทำการ สถานที่ใช้เป็นที่ทำการผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำ หรือสถานที่ที่ใช้เป็นที่ทำงานเป็นประจำ หรือสถานที่อื่นที่ได้รับอนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชี โดยต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี
(5) ในกรณีบัญชีหรือเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย ผู้มีหน้าที่ทำบัญชีต้องแจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบการสูญหายหรือเสียหายนั้น (สารวัตรใหญ่บัญชี อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือผู้ได้รับมอบหมาย สารวัตรบัญชีผู้ที่อธิบดีแต่งตั้งให้เป็นสารวัตรบัญชีประจำสำนักงานท้องที่)
5.พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542
บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีสถานะเป็นคนต่างด้าว จะประกอบธุรกิจตามบัญชีสองหรือบัญชีสามท้ายกฎหมายฉบับนี้ ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ในกรณีได้รับสิทธิประกอบธุรกิจตามสนธิสัญญา หรือได้รับการส่งเสริมการลงทุน ต้องแจ้งหรือยื่นขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
และต้องแสดงใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ ณ สถานที่ประกอบธุรกิจโดยเปิดเผย ถ้าใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองชำรุดเสียหาย ให้ยื่นขอรับใบแทนต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบการชำรุดหรือสูญหาย (นายทะเบียน ผู้ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์)
เมื่อเอกสารดังกล่าวข้างต้นถูกน้ำท่วมเสียหายและสูญหาย สิ่งที่ต้องกระทำตามที่กฎหมายในเรื่องนั้นๆบัญญัติไว้คือ
(1) ใบทะเบียนพาณิชย์ ให้ขอใบแทนจากเทศบาลหรือองค์กรปกครองท้องถิ่นที่ออกใบทะเบียนพาณิชย์นั้น (2) บัญชีหรือเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีให้แจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในสิบห้าวันนับ แต่วันที่รู้หรือควรรู้ (3) สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัด มิได้บัญญัติไว้ให้ปฏิบัติอย่างไร จึงอาจแจ้งความต่อพนักงานตำรวจให้ลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
(4) สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทมหาชนจำกัดให้บริษัทแจ้งต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันและจัดทำ ซ่อมแซมให้เสร็จภายในหนึ่งเดือน (5) ทะเบียนกรรมการบริษัทมหาชนจำกัด มิได้บัญญัติไว้ให้ปฏิบัติอย่างไร จึงอาจแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจให้ลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน (6) ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองให้ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ให้ยื่นขอรับใบแทนต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวัน
หมายเหตุ 1.ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ให้แจ้งต่อการสูญหายของเอกสารเพียง 15 วันหรือ 14 วัน ก็สั้นไป กรมพัฒนาธุรกิจการค้าอาจอาศัยอำนาจตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาตรา 66 ประกาศขยายเวลาเป็นหลักการเสียเลยก็น่าจะกระทำได้
2.เอกสารที่ต้องดำเนินการให้รอบคอบถูกต้องคือ บัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี เพราะเป็นรายการแสดงถึงทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิเรียกร้องต่างๆ และอาจเกี่ยวข้องกับการที่กรมสรรพากรจะใช้ในการประเมินภาษีต่อไปด้วย การแจ้งการสูญหายหรือเสียหาย สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีอาจให้คำแนะนำข้อปฏิบัติที่ควรดำเนินการที่ถูกต้องให้ได้
3.เอกสารที่สำคัญอีกประเภทหนึ่ง คือ สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น หากมีข้อพิพาทกันเรื่องการถือหุ้น การเป็นเจ้าของหุ้น กฎหมายให้สันนิษฐานว่ารายการตามสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นหลักฐานอันถูกต้อง
4.กรณีสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นบริษัทจำกัด หรือทะเบียนกรรมการบริษัทมหาชนจำกัดสูญหายหรือเสียหาย มิได้บัญญัติให้ปฏิบัติอย่างไร อาจต้องแก้ไขเพิ่มเติมให้ชัดเจนขึ้นเมื่อมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายทั้งสองฉบับ
5.ขอเสนอให้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดส่งเจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ด้านบัญชีและด้านการจดทะเบียนธุรกิจจากส่วนกลางไปช่วยให้คำแนะนำผู้ประกอบการและช่วยเจ้าหน้าที่ในภูมิภาคปฏิบัติงานในเรื่องนี้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ช่วยฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเสียหายจากน้ำท่วมได้หนทางหนึ่ง





