วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

เลือกคนมาทำงาน ทัศนคติดีต้องมาก่อน!

เลือกคนมาทำงาน ทัศนคติดีต้องมาก่อน!

ทุกวันนี้ เรื่องของการสรรหาคัดเลือกพนักงานเป็นประเด็นที่มีความสำคัญมากขึ้นสำหรับธุรกิจที่ต้องการการเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากต้องอาศัยกำลังคนเข้ามาทำงานให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ยิ่งธุรกิจขยายตัว ก็ยิ่งต้องการคนจำนวนมากเข้ามาทำงาน

การสรรหาคัดเลือกคนเข้ามาทำงาน ยิ่งเร่งหามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เราอาจจะหาคนที่เหมาะสมกับองค์กรได้ยากยิ่ง บางแห่งเน้นแต่จำนวนเข้ามาทำงาน กวาดตามองแต่ประสบการณ์ โดยลืมนึกถึง “ทัศนคติที่ดี” พอเข้ามาทำงานได้ไม่นานก็เริ่มออกลาย ทำให้เกิดปัญหาในการทำงานตามมาอีกมากมาย ซึ่งต้องมาตามแก้กันไม่รู้จบสิ้น

ดังนั้น การตัดสินใจเลือกพนักงานเข้าร่วมทีม ถือเป็นหนึ่งในงานที่สำคัญที่สุดของฝ่ายบุคคล เพราะบุคลากรที่มีคุณภาพ คือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดขององค์กร อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องพิจารณาว่า ฝ่ายบุคคลหรือ HR อาจเกิดความสับสนและลังเลใจว่าควรเลือกใครดี? ระหว่าง “คนที่มีทัศนคติดี” กับ “คนที่มีประสบการณ์” พร้อมลุยงานได้ทันที

“ประสบการณ์ทำงาน” ข้อกำหนดสำคัญในทุก Resume

ประสบการณ์ทำงาน เป็นส่วนสำคัญที่สุดใน Resume เพราะเป็นพื้นที่ที่ “ผู้สมัคร” ได้โชว์ศักยภาพว่าเคยทำอะไรที่ไหน อย่างไร มีทักษะความสามารถและผลงานเด่นๆ อะไรบ้าง ซึ่งกินพื้นที่หน้า Resume ไปกว่า 60-70% ทีเดียว

ทุกครั้งที่บริษัทเปิดรับสมัครพนักงานใหม่ แน่นอนว่าย่อมมี Resume หรือ CV จำนวนมากส่งเข้ามาให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลได้เลือกสรร ซึ่งทุกคนล้วนต้องการโชว์ศักยภาพ ทักษะและความสามารถผ่านประสบการณ์ทำงานที่ระบุไว้โดยทั่วไป 

เวลาที่องค์กรจะคัดเลือกพนักงานเข้าทำงานนั้น ก็มักจะพิจารณาถึงความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ในการทำงานของผู้สมัคร ซึ่งสิ่งที่มักจะพิจารณาก็คือ ผู้สมัครคนนั้นสามารถทำงานในตำแหน่งงานนั้นได้หรือไม่ โดยปกติก็จะพิจารณาจากหน้าที่และความรับผิดชอบของตำแหน่งงานนั้น รวมถึงคุณสมบัติของตำแหน่ง แล้วก็มาเปรียบเทียบกับผู้สมัครที่เราคัดเลือกเข้ามา เมื่อเราพิจารณาแล้วว่า ผู้สมัครคนนี้มีประสบการณ์และเคยทำงานแบบนี้มาก่อน เราก็มักจะเลือกผู้สมัครคนนี้เข้าทำงาน ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาน่าจะทำงานได้

“ทัศนคติที่ดี” สำคัญมากกว่าประสบการณ์การทำงาน 

จากงานวิจัย Harvard Business School ได้เคยทำไว้ ปัจจัยที่จะทำให้คนเราประสบความสำเร็จในการทำงาน 4 ปัจจัย ประกอบด้วย

Information ก็คือ ต้องมีข้อมูลที่ดี มีความรู้ และการเชื่อมโยงต่างๆ ของความรู้ที่มีนั้น

Intelligence มีความเฉลียวฉลาด หรือ IQ ที่ดี 

Attitude มีทัศนคติที่ดี

Skill มีทักษะในการทำงานที่ตนรับผิดชอบอย่างดี

ผลของการวิจัยพบว่า Information กับ Intelligence นั้นรวมกันแล้วมีผลต่อความสำเร็จในการทำงานแค่เพียง 7% เท่านั้น ที่เหลืออีก 93% มาจากทัศนคติ (Attitude) ล้วน ๆ

นอกจากนี้ บริษัท Menlo Innovations ที่ดำเนินงานด้านการออกแบบซอฟต์แวร์ เลือกประเมินผู้สมัครงาน ด้วยสถานการณ์จำลองที่สะท้อนการทำงานจริงในแต่ละวัน โดยให้ผู้สมัครจับคู่ทำงานร่วมกัน เพื่อดูว่ามีทักษะการสื่อสารและการสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมหรือไม่ โดยที่ไม่ได้พิจารณาแค่ Resume รายบุคคล 

ในขณะที่บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการระดับโลก อย่าง Bain & Company ใช้แบบทดสอบออนไลน์วัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล และการรับมือกับสถานการณ์ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสัมภาษณ์เชิงเทคนิค 

แนวทางเหล่านี้สะท้อนว่า การจ้างงานที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้ดูแค่ว่าผู้สมัคร “มีประสบการณ์อะไรมาบ้าง” แต่ดูว่าพวกเขา “คิดอย่างไร...ออกแบบการทำงานอย่างไร” ซึ่งช่วยให้มองเห็นศักยภาพในเชิงลึกมากขึ้น แม้ผู้สมัครบางราย อาจมีทักษะใน Resume ไม่ตรงตามกรอบคุณสมบัติที่กำหนด แต่บริษัทผู้สัมภาษณ์อาจลองสอบถามถึงทัศนคติอื่นๆ เพิ่มเติมของผู้สมัคร ที่จะมาส่งเสริมให้ทีมงานมีประสิทธิภาพ และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจก็ได้

ทัศนคติที่ดีนั้นมีผลต่อการพัฒนาพนักงานอย่างมาก คนที่มีทัศนคติที่ดีจะมองการพัฒนาเป็นสิ่งที่ดี ก็จะยินดีที่จะพัฒนาการทำงานของตนเองให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา ผิดกับคนที่ทัศนคติไม่ดี มองอะไรก็ไม่ดีไปหมด ก็เลยมองการพัฒนาเป็นสิ่งที่เสียเวลา บางคนมองว่าตนเองเก่งมีประสบการณ์ อยู่แล้วไม่ต้องพัฒนาอะไรอีกแล้วก็มี ผลก็คือ เราจะได้พนักงานที่ไม่สามารถสร้างผลงานที่ดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ คนที่มีทัศนคติที่ไม่ดีก็มักจะมองคนอื่นไม่ดีไปหมด และมองว่าตนเองดีกว่าคนอื่นเสมอ เห็นใครทำอะไรผิดจากที่ตนเองคิด ก็แปลว่าคนนั้นต้องทำผิด ซึ่งความคิดแบบนี้เอง ที่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในการทำงานตามมาอีกมากมาย คนคนนี้จะไม่ค่อยยอมรับผลงานของใคร โดยเฉพาะถ้าคนอื่นนั้นคิดไม่เหมือนกับที่ตนเองคิด ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเรามีคนแบบนี้มากๆ ในองค์กร รับรองได้เลยว่า ความคิดใหม่ๆ ไม่เกิด หรือไม่ก็มีแต่การทะเลาะเบาะแว้งกันโดยไม่มีผลงานอะไรออกมาเลย

กล่าวโดยสรุป แบบไม่สรุป ถ้าเราจะคัดเลือกพนักงานเข้าทำงานกับบริษัท ควรจะเลือกที่ทัศนคติมาก่อนแล้วค่อยเข้ามาพัฒนาทักษะที่จำเป็นภายหลังก็ยังได้ ดีกว่าเลือกประสบการณ์ โดยไม่สนใจเรื่องของทัศนคติที่ดีเลย ต่อให้ประสบการณ์จะดูเป็นสิ่งที่คนในตลาดงานให้ความสำคัญ แต่สิ่งที่ยังสำคัญกว่านั้น คือ “ทัศนคติและตัวตน” ของผู้สมัครต่างหาก เพราะมันง่ายมากที่จะพัฒนาทักษะใครสักคนให้เก่งง่ายกว่าการพัฒนาทัศนคติที่ดี

ไม่เก่งไม่เป็นไร ทัศนคติดีต้องมาก่อน! นายจ้างยุคใหม่เลือกรับคนจากทัศนคติ Growth Mindset ไม่ใช่แค่ประสบการณ์สวยหรูใน Resume!