พิธีเปิด-ปิด 'ซีเกมส์ 2025' เปลี่ยนทีมยกชุด ปมใหม่มหกรรมกีฬาแห่งอาเซียน

เรื่องวุ่นๆของมหกรรมกีฬาใหญ่ของชาวอาเซียน "ซีเกมส์ 2025" เต็มไปด้วยสารพัดปัญหา ล่าสุดพิธีเปิด-ปิดเปลี่ยนใหม่ยกทีม เจ้าเดิมทำงาน 7 เดือน ถูกยกเลิกงานทั้งหมด
ยังคงเต็มไปด้วยปัญหา สำหรับมหกรรมกีฬาแห่งภูมิภาคอาเซียนอย่าง “ซีเกมส์ 2025” ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การประชาสัมพันธ์หรือโปรโมทงานให้ประชาชนชาวไทยรับทราบ ถือว่าน้อยมาก การสื่อสารเชิงรุกเพิ่งเกิดขึ้นราว 1-2 สัปดาห์เท่านั้น นอกจากนั้น การเปิดจองเข้าชมกีฬาชนิดต่างๆฟรี ยังมีจำกัดจำเขี่ย หรือแม้กระทั่งสื่อมวลชนสายกีฬาที่ต้องไปทำข่าวยังบ่นอุบถึงตารางการแข่งขัน การลงทะเบียนเพื่อทำบัตรสื่อไปปฏิบัติหน้าที่ เสียงในโลกออนไลน์ตำหนิแรงถึงขั้นไทยเป็นเจ้าภาพ แต่ดูจะด้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านกัมพูชาเป็นเจ้าภาพในครั้งก่อน เป็นต้น
ทว่า ล่าสุดประเด็นร้อนใหม่มา เมื่อ “เรืองฤทธิ์ สันติสุข” ผู้ออกแบบและกำกับศิลป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Rueangrith Suntisuk Ton” บอกเล่าเรื่องราวของการทำงาน ที่ถูกยกเลิกทั้งหมด ทั้งทำงานมา 7 เดือน ดังนี้
ผมทำงานเปิดและปิดซีเกมส์มา 7 เดือน ถูกยกเลิกงานทั้งหมด และพึ่งมีทีมใหม่เข้ามาทำเมื่อกลางเดือนตุลาคมครับ
การแชร์สิ่งนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องใดๆ เป็นความล้มเหลวในการต่อสู้ที่พร้อมเสี่ยงตั้งแต่เริ่มต้น แต่เพื่อให้ได้รับรู้ผลจากการการพยายามทำงานกับภาครัฐอย่างซื่อตรง และหวังว่าถ้าจะทำให้เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศนี้บ้าง ก็จะยินดีอย่างยิ่งครับ
กลางเดือนมีนาคม ผมได้รับโทรศัพท์ จากพี่ที่นับถือท่านนึง เชิญชวนให้ไปเป็นไดเรคเตอร์ ออกแบบพิธีเปิดและปิดเทศกาลกีฬาซีเกมส์ ผมใช้เวลาคิดนานมากเพราะไม่เคยทำงานกับภาครัฐ และไม่แน่ใจว่าจะต้องเจอกับอะไร แต่สุดท้าย ก็ไม่เจอเหตุผลที่จะปฏิเสธโอกาสที่ได้มานี้ ขออนุญาตขยายความคำว่าโอกาสของผมครับ ปกติงานระดับประเทศ จะมีเจ้าใหญ่ๆที่เค้ารับทำเป็นประจำอยู่แล้ว ถือครองสิทธิการทำมาต่อเนื่อง ทำออกมาดีไม่ดีเราจะไม่พูดถึงนะครับ แต่ ณ ตอนนั้น ทีมที่เราคุยกันมีประมาณ4คน และทุกคนเห็นพ้องต้องกัน ว่าเราน่าจะสามารถทำสิ่งที่อยากให้ประเทศนี้มี เกิดขึ้นได้ บรรทัดฐานความดีงามในการทำงานนี้เลยแปรเปลี่ยนจากงานที่ดี เป็นงานที่เปิดโอกาสให้งานระดับประเทศมีทางเลือกใหม่ๆจากคนใหม่ๆ ตกลงรับทำงานครับ
ทีมเราเริ่มกัน 4 คน ด้วยรูปแบบการทำงานกับภาครัฐที่มีเวลาแค่ 9 เดือนและสเกลใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเราจะทำ เราก็ต้องออกเงินจ้างทีมงานทั้งหมดเองก่อน เพื่อนำแบบและไอเดียไปเสนอผู้ใหญ่ แต่ผมเลือกเส้นทางที่ต่างออกไป เราเลือกจะทำกันเอง ค่อยๆประชุม ออกแบบสร้างภาพจำลองเวที วางรูปแบบโชว์ และนำเสนอผู้ใหญ่ ทีละขั้น ทีละตอน จนผ่านไปได้ด้วยดี ผู้ใหญ่ชอบ พาไปพบผู้ที่ใหญ่กว่า ไฟเขียวให้เริ่มงานได้ เราจึงเริ่มเรียกคนที่เห็นว่ามีความคิดตรงกันมาช่วยสร้างงาน
แผนงานดำเนินไปเรื่อยๆ 4เดือนผ่านไปจน กลางเดือน กค. เราต่อสู้กับงบประมาณที่จำกัด(น้อยกว่างานสงกราxxที่สนามหลวง และงานวิ่งช่วงเวลาเดียวกัน) จนถึงวันที่เรามีสงครามกับกัมพูชา ความปลอดภัยในการจัดงานในสนามหลวงที่เป็นพื้นที่เปิดลดลง มีข้อเสนอแนะ ให้ย้ายสถานที่จัดงานไปที่ราชมังคลา การตัดสินใจเกิดขึ้นอีกครั้ง รูปแบบงานอาจจะไม่ดีงามอย่างที่หวัง แต่วัตถุประสงค์ที่จะให้งานเกิดจากกลุ่มคนที่ไม่ได้ผูกขาดกับงานภาครัฐยังคงเดิม เราตัดสินใจทำต่อและเริ่มออกแบบใหม่ทั้งหมด
ย้ายสถานที่ วัตถุประสงค์เดิมยังคงอยู่ เราเริ่มเข้าวัดพื้นที่ พบเจอปัญหา ออกแบบใหม่ สู้กันอีกรอบในเวลาและข้อจำกัดที่ยากขึ้น แบบใหม่เกิดขึ้น เป็นที่น่าพึงพอใจของทุกฝ่าย นำเสนอผู้ใหญ่ผ่าน เสนอผู้ใหญ่กว่าผ่าน เราเรียกแต่ละทีมมาคุยปรับความเข้าใจ และร่วมสร้างงานกันต่อ กระเทยไม่ได้เข้าสนามหลวงแล้ว แต่ก็ยังมีหน้ามีตาในสังคมได้รับการยอมรับให้มีโชว์ในพิธีเปิด นักร้องแรพสาวที่โดนห้ามมาหลายรอบ ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ศิลปมวยไทยที่แสนจะหวงแหนจะได้นำมาใช้ในรูปแบบใหม่ๆ โชว์จากศิลปินที่สู้เพื่อวัตนธรรมมายาวนานจะได้เป็นโชว์ใหญ่ก่อนจุดคบเพลิง ทีมเริ่มใหญ่ขึ้น ทุกคนเริ่มถามเรื่องเวลาที่จะมีเงิน เพื่อเริ่มงาน เราก็อธิบายตามความจริง สาเหตุที่ล่าช้ากว่าที่ควรเป็น เพราะย้ายสถานที่
ปลายกันยายนหลังจากรัฐบาลใหม่เข้ามาได้ไม่นาน เริ่มมีกลิ่นไม่ดี ระหว่างทางที่ผ่านมา จะคอยมีคนเตือนเรื่อยๆ ทางพี่ที่ประสานกับผู้ใหญ่ก็พยายามเช็ค แต่ก็ไม่ได้ความอะไร ศิลปินบางคนที่เราโทรไปถามคิว ก็แจ้งว่ามีทีมซีเกมส์อีกทีมโทรมาเช็คคิวเช่นกัน เราทำอะไรไม่ได้นอกจากเร่งงานและสอบถามไปเรื่อยๆ ต้นตุลา มีโทรศัพท์โทรมาแจ้งว่า มีทีมซีเกมส์จากทีมผู้ที่ใหญ่กว่าคนใหม่ เข้ามาดูสถานที่ราชมัง และประชุมกับผู้ใหญ่คนเดิมอยู่ ทางเราสอบถามไป แต่ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน ทางทีมรอต่อเนื่องมาอีก 2 อาทิตย์ จนไม่สามารถรอได้ จึงแจ้งทางผู้ใหญ่ไปว่า ถ้าไม่ได้คำตอบทางทีมจะขอหยุดการทำงาน และปล่อยคิวศิลปิน และทีมงานทุกท่าน เพื่อให้สามารถรับงานอื่น เนื่องจากเราไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงในความไม่แน่นอน จากทางเค้าได้ กลางตุลาคม ทางทีมหยุดการทำงาน และจนถึงปัจจุบันก็ไม่ได้รับการยกเลิกหรือยืนยันใดๆจากทางผู้ใหญ่นั้น
การเปลี่ยนทีมงานใหม่ทั้งหมดโดยเหลือเวลาประมาณหนึ่งเดือนกว่าๆ เป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ได้ เราเสียดายกับความพยายามที่อยากให้งานออกมาในรูปแบบที่คิดกันไว้ เราเสียใจที่นำคนหลายคนมาเกี่ยวข้องและล่มสลายไปพร้อมๆกัน เราสับสนไม่แน่ใจว่าที่ทำลงไปถูกหรือผิด เราโกรธแค้นกับระบบที่เราต้องพยายามต่อสู้แม้จะรู้ว่าเสี่ยงในการพังทลาย แต่เราเริ่มใหม่ได้ เพราะเราไม่ได้เสียหายอะไรในเชิงธุรกิจ แต่ในแง่ความคิดสร้างสรรค์ และกำลังใจที่จะต่อสู้กับประเทศนี้ มันตีบตันและไม่เห็นลู่ทาง เราไม่เข้าใจการสร้างงานระดับประเทศใหม่ภายใน1เดือน ได้แต่หวังว่ามันจะออกมาไม่อายคนทั้งโลก ไม่เอิงเอย โบราณครํ่าครึ เพราะมันจะจารึกความก้าวหน้าทางกีฬา ศิลปะ และวัฒนธรรมของชาติ ว่าในวันนี้ประเทศเรายืนอยู่ ณ จุดใด จุดที่เราเป็นตัวของเราเอง ไม่ว่าการเมือง เศรษฐกิจ อำนาจรัฐ จะเลวร้ายเพียงใด แต่ผู้คน วัฒนธรรม รากเหง้า ความสนุกสนานของคนไทยยังคงมีอยู่เหมือนเดิม หรือจุดที่เราโกงกินกันด้วยอำนาจรัฐ โดยที่ไม่สนถึงหน้าตาของประเทศ ขอเพียงอำนาจนั้นสามารถ ให้เงินทอนที่สมเหตุสมผลแก่ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ วัตถุประสงค์แรกที่รับทำงานเพื่อทำลายวงจรนี้ และส่งต่อไปให้คนรุ่นถัดๆไป ไม่สำเร็จ แต่ความคิดที่ต้องสู้กับระบบที่กัดกินความคิดสร้างสรรค์ และทำให้เราล้าหลังกว่าแทบจะทุกประเทศชัดเจดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
หากการนำเสนอครั้งนี้จะสามารถทำให้ความทุ่มเทที่ผ่านมา มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ และส่งต่อให้คนรุ่นต่อๆไป ให้สามารถพัฒนาประเทศชาติให้ดีขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จะขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ
ปล.ถึงแม้ผมจะไม่ได้ทำงานชิ้นนี้แล้ว แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่กำลังทำงานซีเกมส์ครั้งนี้อยู่ ระยะเวลาที่พวกคุณมีและความกดดันมากมายจากความไม่แน่นอนของภาครัฐ ขอให้งานลุล่วงปลอดภัย และประสบความสำเร็จเพื่อให้เป็นชื่อเสียงแก่ประเทศชาติครับ ขอบคุณครับ
เรืองฤทธิ์ สันติสุข Cr. rueangrith :IG
ภายหลังจากโพสต์ถูกแชร์และนำเสนอในวงกว้าง "เรืองฤทธิ์" ได้แก้ไขข้อความเพิ่มเติมดังนี้
Edited** หลังจากอ่านข้อความหลายๆข้อความแล้ว รู้สึกว่าหลายคนโกรธและท้อแท้ต่อระบบที่เป็นอยู่ ขออนุญาติเพิ่มเติมครับ ว่าหลังจากผ่านมาเดือนนึง จริงๆผมไม่ได้ท้อแท้อะไรกับมันแล้ว เสียดายแน่ๆที่งานไม่ได้เกิดขึ้น แต่ในระหว่างขั้นตอนการทำงานตลอด 7 เดือน ผมเจอคนใหม่ๆเยอะแยะที่มีความสามารถมากๆ และมันพิสูจน์ว่าจริงๆตัวพวกเราเองสามารถสร้างงานที่ดีได้ครับ ตัวตนของประเทศเราแม่งโคตรดี ไม่รวมผู้มีอำนาจบางส่วนนะครับ สู้ๆครับ ผมดูสิ่งที่ทำมาก็ยังคงชอบอยู่ ถ้าผมอยู่ถึงคราวหน้าแล้วมีโอกาสให้ลองเจ็บอีก ผมก็จะทำครับ







