วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

‘มูจิ’ ไม่ได้แพง แต่ผู้บริโภคยังไม่รู้จัก สู่เหตุผลเปิด ‘MUJI Central World Flagship Store’

‘มูจิ’ ไม่ได้แพง แต่ผู้บริโภคยังไม่รู้จัก สู่เหตุผลเปิด ‘MUJI Central World Flagship Store’

“มูจิ” เข้ามารุกค้าปลีกในประเทศไทยเกือบ 20 ปี ทว่า โจทย์ใหญ่คือผู้บริโภคชาวไทยในภาพกว้าง(Mass) ยังไม่รู้จักว่า “มูจิ คืออะไร ขายสินค้าอะไร” รับรู้แค่เป็นแบรนด์จากประเทศญี่ปุ่น

ที่ผ่านมา บริษัทมีการปรับกระบวนท่า อย่างการร่วมทุนกับกลุ่มเซ็นทรัล ผสานพลังเคลื่อนธุรกิจภายใต้บริษัทใหม่ครบทศวรรษ สร้างรายได้ทะยานระดับพันล้านบาท และมีร้าน “มูจิ” ให้ลูกค้าได้ชอปปิง 40 สาขา แบ่งเป็น กทม.ราว 30 สาขา และต่างจังหวัด 10 สาขา

“มูจิ” เปิดแฟล็กชิปเพื่อสร้างอิมแพ็คให้คนไทยรู้จัก

ล่าสุดการเปิดตัว “MUJI Central World Flagship Store”หรือร้านแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) ด้วยพื้นที่กว่า 3,700 ตารางเมตร(ตร.ม.) เพราะต้องการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อแบรนด์ และได้เวลาที่คนไทยต้องรู้จัก “มูจิ” มากขึ้น

อกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัดฉายภาพว่า ได้เข้ามานำทัพธุรกิจ “มูจิ” ในประเทศไทยตั้งแต่มีร้านอยู่ราว 5-6 สาขา จนปัจจุบันมี 40 สาขา โดย MUJI Central World Flagship Store ถือเป็นสาขาลำดับที่ 40 มีขนาดใหญ่สุดในอาเซียน จากก่อนหน้านี้ร้านใหญ่สุดอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ พื้นที่กว่า 2,800 ตร.ม.

‘มูจิ’ ไม่ได้แพง แต่ผู้บริโภคยังไม่รู้จัก สู่เหตุผลเปิด ‘MUJI Central World Flagship Store’

นอกจากการเปิดร้านมูจิใหญ่สุดในอาเซียนที่เซ็นทรัลเวิลด์ ประเทศไทย ยังเป็น “สาขาแรก” ที่มีการใช้ IA49(Interior Architects 49) เป็นผู้ออกแบบตกแต่งร้าน ซึ่งถือเป็นอินทีเรียในประเทศหรือ Local รายแรกที่มีการร่วมงานด้วย จากปกติจะใช้อินทีเรียญี่ปุ่น นอกจากนี้ การออกแบบยังเป็น “ครั้งแรก” ที่ผสานความเป็นไทยเข้ากับกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น เพื่อเอาใจนักช้อปชาวไทย

“มูจิแฟล็กชิปสโตร์ที่ไทยเป็นที่แรกที่เราทำงานร่วมกันหรือคอลแลปส์กับอินทีเรียโลคัล ที่อื่นจะเป็นอินทีเรียญี่ปุ่นทั้งหมด”  

รังสรรค์สินค้าเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ

สาขาแฟล็กชิปของ “มูจิ” ยังเป็นครั้งแรกที่มีทีมงานวิจัยและพัฒนาสินค้าจากญี่ปุ่น มาทำการรังสรรค์สินค้าท้องถิ่นไทยเพื่อจำหน่ายในร้านโดยเฉพาะ และสร้างสรรค์สินค้าอาเซียนเพื่อป้อนตลาดในภูมิภาคที่มูจิมีร้านใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปินส์ และเวียดนาม

สำหรับสินค้าที่จำหน่ายในร้าน แบ่งเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย 49% ของใช้ในบ้าน 47% และอาหาร 4% ซึ่งล้วนเป็น “จุดแข็ง” ของมูจิ ทว่า สิ่งที่เพิ่มเสริมแกร่ง ได้แก่ เครื่องหอม สินค้าสุขภาพและความงาม(บิวตี้) ที่มีการเติบโตอย่างมาก ทำให้มีการเพิ่ม Advisor ช่วยสร้างประสบการณ์ช้อปให้ลูกค้าด้วย

‘มูจิ’ ไม่ได้แพง แต่ผู้บริโภคยังไม่รู้จัก สู่เหตุผลเปิด ‘MUJI Central World Flagship Store’

“มูจิที่ญี่ปุ่นมี Advisor ทุกสาขา เราจึงนำบริการนี้มาใช้ในประเทศไทย เพื่อสื่อสารกับลูกค้า สร้างประสบการณ์ชอปปิงเป็นสิ่งสำคัญมาก และเราต้องการทำความเข้าใจลูกค้ามากขึ้นด้วย อีกด้านเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจมูจิ เข้าใจสินค้าของเรา หากโมเดลนี้ผลตอบรับดีจะขยายไปยังสาขาอื่นเพิ่มเติม”

“MUJI Central World Flagship Store” ยังเป็นสาขาแรกที่มีAtelier MUJIพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่นำคอนเซ็ปต์จากMUJI Ginzaประเทศญี่ปุ่น มาต่อยอดและสร้างสรรค์ขึ้น เป็นการนำจุดกำเนิดจากแนวคิดของ "อิคโกะ ทานากะ" นักออกแบบกราฟิกชาวญี่ปุ่นผู้มีชื่อเสียง และอดีตอาร์ตไดเรกเตอร์ของมูจิAtelier MUJIมาออกแบบให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับการทบทวนวิถีชีวิตและค้นหาแรงบันดาลใจในการก้าวสู่อนาคต

อีก 5 ปี ลุย 10 สาขาใหม่ ส่วนปี 69 เปิดแค่ 1 สาขา

อกิฮิโร่ กล่าวอีกว่า ในปีที่ผ่านมา มูจิมีการเปิดร้านใหม่กว่า 10 สาขา ทว่าปี 2568 เปิดร้านใหม่เพียง 1 สาขาแฟล็กชิปสโตร์ ขณะที่แผน 5 ปี หรือภายในปี 2573 จะเปิดร้านเพิ่มอีก 10 สาขา โดยให้นำ้หนัก “เมืองรอง” มากขึ้น จากปัจจุบันมีสาขาในจังหวัดขอนแก่น อุดรธานี หาดใหญ่ เชียงใหม่ นครสวรรค์ และนครราชสีมา เป็นต้น และจะเป็นโมเดลขนาด 1,200-1,300 ตร.ม.

นอกจากเปิด 1 สาขาใหญ่ปีนี้ ยังมีการปรับปรุงร้านมูจิ สาขาเมกา บางนาให้มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย

หลังการเปิด “MUJI Central World Flagship Store”ภารกิจจากนี้ไปคือการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แบรนด์ทุกมิติ ทั้งการรับรู้แบรนด์(Brand Awareness) การสื่อสารการตลาดมากขึ้น การจัดกิจกรรมต่างๆ

‘มูจิ’ ไม่ได้แพง แต่ผู้บริโภคยังไม่รู้จัก สู่เหตุผลเปิด ‘MUJI Central World Flagship Store’

“การเปิดมูจิแฟล็กชิป สโตร์ การทำตลาดเราไม่ได้สร้างการรับรู้แค่ในกรุงเทพฯ แต่วางกลยุทธ์เสริมต่อ เพราะหวังสร้างอิมแพ็คอย่างยิ่งใหญ่ทุกโซนในประเทศไทย”

ย้ำมูจิไม่ได้แพง แต่“ผู้บริโภคไม่รู้จักมูจิ”

ในปีที่ผ่านมา “มูจิ” มีรายได้รวมกว่า 2,600 ล้านบาท เติบโตกว่า 11% ทว่า กำไรสุทธิลดลงกว่า 40% สาเหตุหลักๆ มาจากสาขาในต่างจังหวัดที่ทำยอดขายไม่ดีนัก แต่บริษัทไม่มีการปิดสาขาแต่อย่างใด และไม่ได้เกิดจากผู้บริโภคกังวลกำลังซื้อหรือรับรู้ว่ามูจิเป็นแบรนด์ที่สินค้าราคาแพงด้วย

“ผู้บริโภคต่างจังหวัดไม่ได้คิดว่ามูจิแพง แต่เพราะไม่รู้จักมูจิเลย รู้แค่มูจิเป็นแบรนด์ญี่ปุ่น ไม่รู้ว่าขายสินค้าอะไร เราหวังให้ผู้บริโภคทั่วประเทศไทยรู้จักมูจิมากขึ้นผ่านแฟล็กชิปสโตร์”

ทั้งนี้ การเปิดมูจิ แฟล็กชิปสโตร์ จึงมีโซนใหม่ๆ เช่น เครื่องหอม สกินแคร์ และยังชูโซนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้โดดเด่นดึงดูดลูกค้ามากกว่าเดิม

‘มูจิ’ ไม่ได้แพง แต่ผู้บริโภคยังไม่รู้จัก สู่เหตุผลเปิด ‘MUJI Central World Flagship Store’

“ภาพจำชาวญี่ปุ่น 100% รู้จักมูจิขายเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เครื่องเขียน เครื่องใช้ในบ้าน แต่ในไทยผู้บริโภคยังไม่จดจำว่ามูจิขายอะไรกันแน่ อาจรู้ว่าขายเครื่องใช้ในบ้าน ขายของมากมาย เราจึงต้องการดึงสินค้าขายดีมาชูโรง เช่น เสื้อยืด เครื่องหอม สกินแคร์ อยากให้คนพูดถึงมูจิในแคทกอรีที่เราโฟกัสมากขึ้น”

ปี 2568 แม้มูจิจะเพิ่งมีร้านใหม่ 1 สาขาเรือธง ทว่า ผลประกอบการกลับเติบโตกว่า 10% เนื่องจากมีการบริหารจัดการสต๊อกสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า โดยยอดขายเฉลี่ยมากกว่า 600 บาทต่อบิล อย่างไรก็ตาม การโตกว่า 10% แม้จะเหนือคาดการณ์ แต่ อกิฮิโร่ ในฐานะแม่ทัพ ไม่ได้พอใจนักและให้คะแนนตัวเองเพียง 3 คะแนน เพราะตระหนักว่าสามารถทำได้ดีกว่านี้ 

‘มูจิ’ ไม่ได้แพง แต่ผู้บริโภคยังไม่รู้จัก สู่เหตุผลเปิด ‘MUJI Central World Flagship Store’

“ไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ทำยอดขายได้ดีในภูมิภาค ส่วนยอดขายที่โตกว่า 10% ดีกว่าที่คาด แต่คิดว่าเราควรทำได้ดีกว่านี้ จึงไม่ได้ให้คะแนนตัวเองมาก เพราะไม่ได้รู้สึกดีหรือแฮปปี้ขนาดนั้น”