วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

‘Plantae’ จากทำปุ๋ยเจ๊งจนต้องไปบวช สู่โปรตีนเจ้าตลาดยอดขาย ‘400 ล้าน’ ปีหน้าลุยต่างประเทศ

‘Plantae’ จากทำปุ๋ยเจ๊งจนต้องไปบวช สู่โปรตีนเจ้าตลาดยอดขาย ‘400 ล้าน’ ปีหน้าลุยต่างประเทศ

พูดคำว่า “แพลนต์เบส” หรือโปรตีนจากพืชในปัจจุบันก็คงไม่ต้องอธิบายให้มากความ รู้จักกันแพร่หลาย มีให้เลือกตามชั้นวางสินค้าหลายสิบแบรนด์ แต่ถ้าย้อนกลับไปสัก 4-5 ปีก่อนหน้านี้ ตลาดแพลนต์เบสแทบจะเป็น “นิช มาร์เก็ต” เฉพาะกลุ่มมากๆ จนแทบจะไม่มีใครบุกตลาดนี้จริงๆ จังๆ เพราะนั่นเท่ากับว่า แบรนด์ต้องเข้าเปิดน่านน้ำด้วยตัวเอง ไม่มีพิมพ์เขียวให้เห็นทิศทางลมด้วยซ้ำไป

แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น “พอท-มิตรดนัย สถาวรมณี” และ “พีท-พันดนัย สถาวรมณี” ตั้งใจปักธงทำแบรนด์แพลนต์เบส ด้วยเหตุผลสั้นๆ ง่ายๆ แต่ทรงพลัง “อยากช่วยชีวิตเพื่อนร่วมโลก” และ “ทำธุรกิจที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์” คือสิ่งที่ทั้งคู่บอกกับเรา และหากย้อนกลับไปไกลกว่านั้น “พอท” และ “พีท” ไม่ได้ตั้งต้นด้วยแพชชันแบบนี้ตั้งแต่เรียนจบ แต่เกิดจากการที่ทั้งคู่มีโอกาสเข้าไปอยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ ห่มผ้าเหลืองศึกษาธรรมะที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ กระทั่งตัดสินใจเปิดธุรกิจทำโปรตีนจากพืช

‘Plantae’ จากทำปุ๋ยเจ๊งจนต้องไปบวช สู่โปรตีนเจ้าตลาดยอดขาย ‘400 ล้าน’ ปีหน้าลุยต่างประเทศ

จบวิศวะโยธา ขายปุ๋ยให้ที่บ้าน สุดท้ายธุรกิจเจ๊ง หาทางตกผลึกด้วยการไปบวช

“พอท” และ “พีท” มีแบคกราวนด์จากครอบครัวนักธุรกิจ ที่บ้านเป็นโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยมีคุณแม่ที่แพชชันเรื่องออแกนิกสุดๆ ตัวพอทซึ่งเป็นพี่ชายคนโตเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา ที่สหรัฐอเมริกา ส่วนพีทผู้เป็นน้องจบด้านบริหารธุรกิจ ที่ประเทศออสเตรเลีย ทั้งคู่อายุห่างกัน 3 ปี “พอท” จึงต้องกลับมาสานต่อธุรกิจที่บ้านก่อน ตอนนั้นเขาทำหน้าที่คล้ายๆ เซลล์ขายปุ๋ย นำปุ๋ยของที่บ้านไปเสนอขายให้เกษตรกร แต่ทำไปสักพักก็เริ่มเห็นเค้าลางแล้วว่า ในที่สุดธุรกิจปุ๋ยคงไปไม่รอดแน่ 

ขณะที่ “พอท” หัวหมุนกับการประคองธุรกิจที่บ้าน “พีท” ที่เรียนจบตามมาติดๆ วางแผนไปเที่ยวประเทศอินเดียวราว 3 เดือน โดยมีแผนตามหา “ออฟฟิศ” ของบุคคลสำคัญของโลก 4 คน ได้แก่ มหาตมะ คานธี แม่ชีเทเรซา องค์ดาไลลามะ และพระพุทธเจ้า ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญทันที เพราะหลังกลับจากทริปอินเดีย “พีท” ตัดสินใจบวชพระที่วัดป่าในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 

หลังจากคนน้องบวชไปได้สักพัก ก็เป็นจังหวะที่ “พอท” มีโอกาสขับรถขึ้นเหนือไปคุยงานใกล้ๆ วัดดังกล่าว เขาเล่าว่า ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ทุกข์มากๆ ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า น้องชายบวชอยู่ แต่พอนึกขึ้นได้จึงใช้เวลาช่วงเย็นหลังเสร็จธุรแวะเข้าไปหาพระพีทที่วัด ไม่นานหลังจากนั้นก็ตัดสินใจบวชด้วยอีกคน

“เหตุการณ์ตอนนั้นเหมือนเรารู้อยู่แล้วว่า ไม่รอดแน่ๆ ผมเป็นคริสต์ก็จะถูกสอนว่า มีอะไรให้ขอพระเจ้า เราก็จะไปขอที่โบสถ์ ขอให้รอด แต่สุดท้ายมันก็กลับมาทำให้ผมอินศาสนาพุทธในหลักการที่ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และเรื่องกฏแห่งกรรม ถ้าอยากให้เกิดกรรมดีก็ให้ทำดี ผมก็เลยไปหาเขาที่วัดตอนกำลังจะมืด เป็นจุดสำคัญ ถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้เราคงหาท่าอื่นในการหาเงิน และคงทำงานด้วยกันไม่ได้ด้วย เพราะที่ผ่านมาก็มีบ้างที่เห็นไม่ตรงกัน แต่ทุกครั้งก็จะมีเรื่องนี้ที่ทำให้เรากลับมาคิดว่า เราคุยกันได้เสมอ”

‘Plantae’ จากทำปุ๋ยเจ๊งจนต้องไปบวช สู่โปรตีนเจ้าตลาดยอดขาย ‘400 ล้าน’ ปีหน้าลุยต่างประเทศ -(จากซ้ายไปขวา) พอท-มิตรดนัย สถาวรมณี และ พีท-พันดนัย สถาวรมณี เจ้าของและผู้ก่อตั้ง Plantae-

โรงงานปุ๋ยปิดตัว ทั้งคู่มุ่งหน้าศึกษาพระธรรม จนถึงวันที่สึกออกมาใช้ชีวิตทางโลกอีกครั้ง ธุรกิจแรกที่ทำไม่ใช่โปรตีนจากพืช แต่เป็นท่องเที่ยวเชิงเกษตรในชื่อ “CORO Field” ที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ไม่นานก็มีลูกค้ารู้จัก-แวะเวียนมาหา ต่อยอดทำโปรดักต์จากผลไม้ในฟาร์มเป็นคาเฟ่ในบริเวณเดียวกัน ผ่านไปสักพักก็เริ่มขยับขยายเข้ากรุงเทพ 2 แห่ง ที่แรกคือ “CORO Field Harvest” สาขาเอสพลานาดรัชดา และ “CORO Field Dessert” สาขาเซ็นทรัลเวิลด์

ปัจจุบันธุรกิจใต้ร่ม “CORO Field” ไม่ได้เปิดทำการแล้ว แต่หัวเชื้อที่ได้มาจากการทำท่องเที่ยวเชิงเกษตรครั้งนั้น คือทั้งคู่ได้เรียนรู้ความต้องการของตัวเอง การเกษตรเป็นธุรกิจที่มีความหมาย ไม่ได้สร้างเม็ดเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แล้วภายใต้การทำเกษตรมีอะไรที่ยังไม่ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงในวงกว้างอีกหรือไม่ จนไปเจอกับ “แพลนต์เบส” ที่ทั้งคู่เห็นตรงกันว่า เป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีความหมาย 

“ช่วงปี 2562 ก่อนโควิด-19 แพลนต์เบสยังไม่ค่อยถูกพูดถึง แต่เรารู้สึกว่า มันมีความหมายกับเรา ถ้าทำให้คนกินแพลนต์เบสจะมีสัตว์กี่ตัวที่ไม่ต้องถูกฆ่า เราทำกล่อง Mock-up เล็กๆ ขึ้นมาเขียนว่า We don’t just provide food, We save life. เป็นคติของเราตั้งแต่วันที่มีผู้ก่อตั้งและพนักงานอีก 2-3 คน วันนั้นยังไม่ได้คิดว่า รายได้จะไปถึงกี่ล้าน คิดแค่นี้ และหลังจากเปิดมาเราก็ Activate ตลาดนี้ จนทุกวันนี้คนทำแพลนต์เบสกันเต็มตลาด”

‘Plantae’ จากทำปุ๋ยเจ๊งจนต้องไปบวช สู่โปรตีนเจ้าตลาดยอดขาย ‘400 ล้าน’ ปีหน้าลุยต่างประเทศ

กว่าจะเป็น “Plantae” ปรับสูตรไป 80 รอบ เปิดไม่ถึงปี ยอดขายโต 300 เท่า

ช่วงที่ทำฟาร์ม “CORO Field” พอทเล่าว่า มีข้อเสนอทำฟาร์มเลี้ยงไก่ที่มีตลาดรองรับ มียอดขายการันตี เป็นทางที่ง่ายกว่าแพลนต์เบสเยอะมาก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่า ยังมีช่องทางให้หาเงินได้มากมายโดยไม่ต้องเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ต้องฆ่าสัตว์ แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อนำไอเดียแพลนต์เบสไปเล่าให้คนใกล้ตัวฟัง ร้อยทั้งร้อยไม่มีใครสนับสนุน เพราะตลาดยังเล็กมากๆ โจทย์ตอนนั้นจึงต้องเข้าไปเป็นคนเปิดตลาด ซึ่ง “พีท” มีความเชื่ออยู่ลึกๆ ว่า ถึงไม่มีตลาดแต่ก็น่าจะมีคลื่นใต้น้ำที่พอจะงัดออกมาได้

สองพี่น้องเริ่มจากความเชื่อว่า แพลนต์เบสเป็นของดีมีประโยชน์ ก่อนจะมาเป็นโปรตีนผงทดลองมาแล้วหลากหลายโปรดักต์ เคยทำออกมาในรูปแบบนมทางเลือกจากเครื่อง Cold Press หรือเครื่องสกัดเย็นจนสุดท้ายก็มาจบที่โปรตีนผง ยุคนั้นโปรตีนผงยังเป็นของกินยาก รสชาติไม่อร่อย เป็น “Pain Point” ที่พอทและพีทจับสัญญาณได้ สิ่งที่ทั้งสองคนให้ความสำคัญในตอนนั้นจึงยังไม่ใช่การทำการตลาด แต่เป็นขั้นตอน R&D เพื่อทลายกำแพงเรื่องรสชาติ

พัฒนาอยู่นาน ปรับสูตรมากถึง 80 รอบ กินเวลานานเป็นปี จนถึงวันที่ได้รสชาติที่ใช่ ตัดสินใจนำไปวางขายที่กูร์เม่ต์มาร์เก็ตเป็นแห่งแรก เริ่มมีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ บอกต่อปากต่อปาก ช่วงนั้นเป็น “Magic Moment” ของแบรนด์ก็ว่าได้ จากเดือนแรกที่มียอดขายเพียง 3,000 บาท ผ่านไปเพียง 9 เดือนโปรตีนผงของสองพี่น้องสถาวรมณีเติบโตขึ้นอีก 300 เท่า สื่อสารให้ผู้บริโภครับรู้ได้ว่า โปรตีนจากพืชก็อร่อย ไม่ออกกำลังก็กินได้

‘Plantae’ จากทำปุ๋ยเจ๊งจนต้องไปบวช สู่โปรตีนเจ้าตลาดยอดขาย ‘400 ล้าน’ ปีหน้าลุยต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม “พีท” บอกว่า “Plantae” ไม่ใช่แพลนต์เบสเจ้าแรก มีคนทำมาก่อนหน้านั้น 5-6 แบรนด์ แต่ตลาดยังเล็กมากๆ กลุ่มผู้บริโภคคล้ายกับคนกินเจหรือกินวีแกน แต่พอคนเริ่มมีองค์ความรู้เรื่องการกินโปรตีนต่อวันให้ถึง จึงหันมาให้ความสำคัญกับการกินโปรตีนผงเป็นตัวช่วยเพิ่มความหลากหลายในมื้ออาหาร จากนั้น “Plantae” ก็ค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มแตกไลน์โปรดักต์อื่นๆ ในเวลาต่อมา

ถามว่า จุดแข็งของ “Plantae” ท่ามกลางคู่แข่งที่เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ คืออะไร “พีท” มองว่า เรื่องแรกคือ R&D แบรนด์มีทีมพัฒนาโปรดักต์ภายในราวๆ 20 คน ลงลึกกับสารอาหารและรสชาติมากเป็นอันดับต้นๆ และที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการรักษาความเชื่อใจระหว่างแบรนด์และลูกค้า ตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ “Plantae” ไม่เคย Overclaim กับลูกค้า ต้องทำให้สินค้ากินแล้วเห็นผลเขาถึงจะกลับมาซื้อซ้ำ

“ช่วงแรกเราโฟกัสโปรตีนเป็นหลัก แต่หลังๆ มีไปคุยกับลูกค้า โทรไปหาลูกค้าที่ซื้อบ่อยๆ ชวนเขามาคุยที่ออฟฟิศ สิ่งหนึ่งที่เขาบอกกับเรา คือเราเป็นแบรนด์ที่จริงใจกับผู้บริโภค แล้วเขาก็ถามว่า Plantae ออกอย่างอื่นบ้างได้มั้ย จากทำแค่โปรตีนก็ขยับไปทำผงผัก ทำวิตามิน เขากินของเราแล้วเห็นผลจริงๆ ต่อมาเขาสังเกตการทำการตลาดว่า เราไม่เคยพูดแบบ Overclaim และพอทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เขาก็ยังเชื่อเราอยู่”

‘Plantae’ จากทำปุ๋ยเจ๊งจนต้องไปบวช สู่โปรตีนเจ้าตลาดยอดขาย ‘400 ล้าน’ ปีหน้าลุยต่างประเทศ

ปีที่แล้วโต 30% อยากพา “Plantae” ไปต่างประเทศ

“Plantae” ภายใต้ บริษัท แพลนเต้ ไลฟ์ จำกัด มีแนวโน้มการเติบโตทั้งรายได้และกำไรสุทธิที่ดีต่อเนื่อง แม้วันนี้จะเป็นที่รู้จักในวงกว้างแล้ว แต่ทั้งคู่ยังไม่ได้มองว่า แบรนด์แข็งแรงมากนัก ต้องแข่งกับตัวเองในทุกๆ วัน เป้าหมายใหญ่เรื่องรายได้ที่จะไปถึง 500 ล้าน หรือ 1,000 ล้าน “พีท” บอกว่า ไม่ได้มองตรงนั้นเป็นหลัก และไม่เคยตั้งเป้าแต่ละปีด้วยตัวเลขเลย

ส่วนตัวมองเรื่องรายได้เป็นผลพลอยได้มากกว่า สิ่งสำคัญคือแบรนด์ยังรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ได้หรือไม่ ยังให้คุณค่ากับแพชชันที่มีในวันแรกได้เสมอต้นเสมอปลายรึเปล่า โดยปีที่ผ่าน “Plantae” เติบโตขึ้นราว 30% ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดโปรตีนที่มีหน้าใหม่เข้ามาเยอะมาก นอกจากการรักษาคุณภาพให้แข็งแกร่ง “Plantae” ยังออกโปรดักต์ใหม่ โดยเป็นการขยายพอร์ตโฟลิโอและช่องทางการขายไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะ TikTok ที่เข้าไปศึกษาตลาดเต็มตัว รวมถึงมีพาร์ทเนอร์ใหม่อย่างร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ด้วย

หัวใจสำคัญของ “Plantae” อีกอย่าง คือการรวมคนที่มีแพชชันไว้ด้วยกัน “พีท” บอกว่า พนักงานออฟฟิศ “Plantae” จำนวน 50 คนตอนนี้ ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่เคยอุดหนุนกันมาก่อน แล้วจึงเข้ามาสมัครงานผ่านช่องทางของแบรนด์ที่คนกลุ่มนี้กดติดตามไว้อยู่แล้ว พอได้คนที่อินกับแบรนด์มากๆ มาทำงานด้วยกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงแตกต่าง 

‘Plantae’ จากทำปุ๋ยเจ๊งจนต้องไปบวช สู่โปรตีนเจ้าตลาดยอดขาย ‘400 ล้าน’ ปีหน้าลุยต่างประเทศ

ส่วนแผนของ “Plantae” ในอนาคต “พอท” และ “พีท” บอกว่า มีภาพความฝันอยากเป็น “Food Startup” สัญชาติไทยที่ขึ้นไปยืนบนเวทีระดับภูมิภาค อยากทำให้แพลนต์เบสเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน อยากเป็นบริษัทที่คนไทยภาคภูมิใจ ระบุว่า เวลาได้มีโอกาสไปงานที่ต่างประเทศ เมื่อพูดถึงธุรกิจด้านนวัตกรรมก็มักจะเต็มไปด้วยธุรกิจเทคโนโลยี หรือ AI ในมุมมองของทั้งคู่อยากยกระดับธุรกิจอาหารไทยไปยืนตรงนั้น ในฐานะ “Innovation Food Tech”

“สุดท้ายกลับไปยังชีวิตที่เราปกป้องได้ ยิ่งคนกินแพลนต์เบสมากเท่าไหร่ ธุรกิจก็โตมากเท่านั้น สุดท้ายเงินก็จะตามมาเอง แต่เราไม่อยากตั้งเป้าเป็นหลักพัน เรามองเป้านั้นเป็นแบคกราวนด์มากกว่า หลักๆ คือจะสร้างโปรดักต์ที่ดีเพื่อกลับไปช่วยโลกได้อย่างไร เป้าหมายของเราคือ Value กับ Meaning ตอนนี้เราก็ยังเกาะๆ ที่หลักร้อยล้าน ส่วนหลักพันล้านให้เป็นเรื่องของอนาคต และผมเชื่อว่า Plantae ไปได้ แต่เราไม่ได้เอาพันล้านเป็นตัวตั้งให้กับสิ่งที่จะเลือกทำเท่านั้นเอง”