วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

ททท. เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจาก ‘น้ำท่วมภาคใต้’

ททท. เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจาก ‘น้ำท่วมภาคใต้’

“ททท.” คาดน้ำท่วมภาคใต้กระทบท่องเที่ยวหนัก ปรับลดคาดการณ์ตลาดต่างประเทศ “นักท่องเที่ยวมาเลเซีย” อันดับ 1 ต่างชาติเที่ยว อ.หาดใหญ่ มากที่สุด หดตัว 7-18% พร้อมเปิด “ศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต” รับมือสถานการณ์ พร้อมดูแลนักท่องเที่ยว

จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ส่งผลกระทบต่อการเดินทางในหลายจังหวัด ได้แก่ สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล และสุราษฎร์ธานี โดยมี อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยว สำหรับตลาดในประเทศ ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและท่องเที่ยวในพื้นที่ตอนล่างของภาคใต้

อ.หาดใหญ่ ถูกจัดเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในรอบกว่า 10 ปี ส่งผลให้ ททท.ต้องปรับลดคาดการณ์ท่องเที่ยวของ จ.สงขลา ในเดือน พ.ย.-ธ.ค.หลังเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ ประเมินแนวโน้มเดือน พ.ย.นี้ คาดว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 243,150 คน-ครั้ง หดตัว 6.9% และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 1,920 ล้านบาท หดตัว 8.5%  ส่งผลให้แนวโน้มภาคใต้มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2,490,370 คน-ครั้ง เติบโตเล็กน้อยอยู่ที่ 0.92% และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 16,140 ล้านบาท หดตัว 1.82% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567

แนวโน้มเดือน ธ.ค. คาดว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 306,400 คน-ครั้ง หดตัวประมาณ 2% และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 2,410 ล้านบาท หดตัวประมาณ 4% ส่งผลให้แนวโน้มภาคใต้ มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2,792,200 คน-ครั้ง เติบโตเพิ่มขึ้น 1.28% และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 17,680 ล้านบาท หดตัว 1.6% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567

“การปิดโรงแรมในหาดใหญ่ ถนนถูกตัดขาด การหยุดเดินรถไฟและรถโดยสาร ทำให้พฤติกรรมท่องเที่ยวของคนไทยในพื้นที่ชะลอตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ”

ด้านตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวของตลาดมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดหลักอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติใน อ.หาดใหญ่ ระยะสั้น 1-2 สัปดาห์ โดยเฉพาะสัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ย. ไปจนถึงต้นเดือน ธ.ค. และคาดว่าจะสามารถคลี่คลายสู่สภาวะปกติได้ภายในเดือน ธ.ค. หากไม่มีสถานการณ์รุนแรงจนต้องมีการยกระดับมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม

ทั้งนี้ แบ่งการประเมินเป็น 2 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1 เหตุน้ำท่วมกระทบระยะสั้น 1 สัปดาห์ และสามารถคลี่คลายเป็นปกติภายในต้นเดือน ธ.ค. (เทียบเคียงกับเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2567) คาดว่า นักท่องเที่ยวมาเลเซียในภาพรวมจะเดินทางเข้าไทยในปี 2568 ประมาณ 4.6 ล้านคน ลดลง 7% จากปี 2567 โดยเดือน พ.ย. 2568 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าไทย จำนวน 331,000 คน ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปี 2567 ส่วนในเดือน ธ.ค. 2568 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้าไทยมีจำนวน 420,000 คน ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปี 2567

และกรณีที่ 2 เหตุน้ำท่วมกระทบมากกว่า 1 สัปดาห์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อและต้องใช้เวลาฟื้นฟู (เทียบเคียงกับเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2543) คาดว่านักท่องเที่ยวมาเลเซียในภาพรวมจะเดินทางเข้าไทยในปี 2568 ประมาณ 4.55 ล้านคน ลดลง 8% จากปี 2567 โดยในเดือน พ.ย. 2568 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าไทย จำนวน 327,000 คน ลดลง 8% จากช่วงเดียวกันของปี 2567 และในเดือน ธ.ค. 2568 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้าไทยมีจำนวน 373,000 คน ลดลง 18% จากช่วงเดียวกันของปี 2567

“ทั้งนี้ ในกรณีที่ 2 จะส่งผลให้ภาพรวมโดยตลอดทั้งปี 2568 คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติต่ำกว่า 33 ล้านคน ลดลง 8% จากปี 2567”

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า และเพื่อให้การดูแลนักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างทันท่วงที ททท. ได้เปิด ศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต ที่ศูนย์ TATIC ชั้น 17 อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2568 เป็นต้นไป โดยมีนายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านแผนและนโยบาย ทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อประสานข้อมูลจากทุกตลาดและให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

"พื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ยังคงติดค้างอยู่ในโรงแรม ไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้ ททท.จึงได้เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต ณ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อให้เป็นช่องทางสื่อกลางในการสนับสนุนประสานความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยว พร้อมติดตามสถานการณ์พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่ออัปเดตและสื่อสารสถานการณ์การเดินทางในพื้นที่ไปยังประชาชน นักท่องเที่ยว พันธมิตรบริษัทนำเที่ยว และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการเดินทางและลดผลกระทบให้อยู่ในวงจำกัด รวมถึงเร่งประเมินผลกระทบทางด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งในตลาดระยะใกล้และไกล เพื่อเตรียมวางแผนมาตรการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางและฟื้นฟูการท่องเที่ยวในระยะต่อไป"

สำหรับมาตรการของ ททท. ในระยะแรก จะดำเนินการประสานช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ตกค้างในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยประสานระหว่างสถานทูตและสถานกงสุล รวมถึงบริษัทนำเที่ยวที่ได้รับแจ้งการตกค้างของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ และประสานกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาและหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจากโรงแรมและสถานที่ต่าง ๆ สู่ศูนย์พักพิงนักท่องเที่ยวก่อนการเดินทางกลับ เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย โดยในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมา ททท. ได้รับแจ้งรายชื่อนักท่องเที่ยวและโรงแรมที่นักท่องเที่ยวติดค้างจากสถานกงสุลของประเทศต่างๆ ในพื้นที่ประสบเหตุ และได้ประสานขอความช่วยเหลือในพื้นที่เพื่อเร่งช่วยนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง 

นอกจากนี้ ททท. จะดำเนินมาตรการบริหารข่าว โดยติดตามการเผยแพร่ข่าวทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ การทำ fact sheet ข้อเท็จจริงรายวัน เพื่อสร้างความเข้าใจในสถานการณ์ และพื้นที่ที่เกิดเหตุ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจจะเกิดกับพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ วางแผนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในและนอกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และเตรียมวางแผนมาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่ภายหลังภาวะวิกฤต เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทาง ททท. จะประเมินผลกระทบทางการท่องเที่ยว และปรับแผนการส่งเสริมตลาดกลุ่มเป้าหมาย เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทาง ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และการจัดเทศกาล และอีเวนต์ต่าง ๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลอัปเดตการเดินทางและเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนประสานงานกรณีเร่งด่วน ผ่านช่องทาง TAT Call Center:  1672 Travel Buddy และสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่านสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์ 1155