บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA เจ้าของแบรนด์สปาชื่อดัง “Let’s Relax” กระจายทุกหัวมุมในโลเกชันเด่นเมืองท่องเที่ยวหลัก จนมีมากกว่า 82 สาขาในปัจจุบัน มากกว่า 80% เป็นการลงทุนเอง ส่วน 20% เป็นการเข้ารับบริหาร หลังบริษัทฯ คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจสปามานานกว่า 26 ปี และเป็นบริษัทสปาเจ้าแรกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือน ต.ค. 2557 ในวันที่มีร้าน Let’s Relax เปิดให้บริการแค่ 12 สาขา ถึงเวลาที่ “สยามเวลเนสกรุ๊ป” จะก้าวต่อไป จากตำแหน่งผู้นำ “ธุรกิจสปา” สู่เป้าหมายผู้นำด้าน “ธุรกิจเวลเนส” (Wellness) ที่กำลังเป็นเทรนด์ทรงพลังของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในตอนนี้!
ณรัล วิวรรธนไกร กรรมการบริหาร บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เล่าว่า บริษัทฯ กำลังพัฒนาโครงการศูนย์สุขภาพและพักผ่อนแบบครบวงจร หรือ “Wellness Destination” แห่งใหม่ บนที่ดินเช่าขนาด 38 ไร่ ติดชายทะเลยาวกว่า 200 เมตร บริเวณหาดนาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีระยะเวลาการเช่ารวม 31 ปี 6 เดือน แลนด์สเคปเป็นพื้นที่ป่าสันทรายชายหาด (Coastal Sand Dune Forest) ซึ่งเป็นระบบนิเวศหายากที่มีพืชพรรณและต้นไม้ใหญ่กว่า 10 ต้นที่มีอายุ 400 ปี
เมื่อป่ากับทะเลอยู่ด้วยกัน... นี่คือสูตรการพัฒนาโครงการเวลเนส เดสติเนชัน ที่ลงตัวและมีเอกลักษณ์! โดยตั้งงบลงทุนเฟส 1 ของโครงการนี้ไว้ที่ประมาณ 520 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าพัฒนาโครงการ 350 ล้านบาท และค่าเช่าที่ดินอีก 170 ล้านบาท เฉพาะพื้นที่เวลเนสมีขนาดกว่า 4,000-5,000 ตารางเมตร
อีกจุดเด่นในเชิงโลเกชันคือโครงการนี้ตั้งอยู่ใน “โซนโรงแรมหรู” ข้างๆ โรงแรม แอนดาซ พัทยา จอมเทียน บีช และรายล้อมด้วยโรงแรมหรูระดับ 5-6 ดาวหลายแห่งในโซนนาจอมเทียน เช่น โรงแรม พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา และโรงแรม เดอะ สแตนดาร์ด พัทยา นาจอมเทียน ที่เพิ่งเปิดใหม่ สมทบเจ้าเก่าก่อนอย่างโรงแรม เมอเวนพิค สยาม นาจอมเทียน พัทยา และโรงแรม เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นต้น
“โครงการนี้จะเป็น Wellness Destination ที่ไม่เหมือนใคร รองรับการพักผ่อนและดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพราะเราไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เราสั่งสมประสบการณ์และโนว์ฮาวมากว่า 26 ปี จากการเป็นบริษัทสปาเจ้าแรกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขยายกิจการจนเป็นแบรนด์สปาอันดับ 1 ที่มีสาขามากที่สุดของประเทศไทย”
โดยจะเป็นการรวมศาสตร์ด้านเวลเนสแบบครบวงจรมากที่สุด สอดรับกับเทรนด์ผู้คนต้องการหวนคืนสู่ “ธรรมชาติบำบัด” ครอบคลุมทั้งการนวด สปา ออนเซ็นธรรมชาติกลางป่า แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ศาสตร์การชะลอวัย (Anti-Aging) กายภาพบำบัด และคลาสด้านสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีห้องพักกว่า 50 ห้อง เน้นขายเป็นแพ็กเกจดูแลสุขภาพ รับลูกค้าทั้งเข้าพัก จำนวนวันพักยืดหยุ่นตามระยะเวลาที่ต้องการ เช่น 3 วัน 2 คืน หรือ 8 วัน 7 คืน ขณะเดียวกันยังรองรับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการแบบมาเช้ากลับเย็นด้วย ภายใต้แนวคิด “Accessible Wellness” เป็นเวลเนสที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้ง่าย
“เราตั้งเป้าหมายขายแพ็กเกจเวลเนสแก่ลูกค้าคนไทยในสัดส่วน 50% เพราะเห็นเทรนด์คนทำงานหนัก ต้องการบำบัดความเครียด และมีเวลาว่างให้ตัวเอง ส่วนชาวต่างชาติอีก 50% คาดว่าหลักๆ น่าจะเป็นลูกค้าชาวเอเชีย เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และยุโรปกลุ่มลองสเตย์ โดยคาดว่าโครงการ Wellness Destination แห่งนี้จะเปิดให้บริการได้ในต้นปี 2570”
หลังจากก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้ขยายความหลากหลายของธุรกิจเวลเนสผ่านแบรนด์ต่างๆ นอกเหนือจากธุรกิจสปา ได้แก่ โรงแรมด้านเวลเนส ภายใต้ชื่อ “ระรินจินดา เวลเนส สปา รีสอร์ท เชียงใหม่” ขณะที่ด้านกายภาพบำบัด มีแบรนด์ “Strech Me Clinic” ส่วนคลินิกเวลเนส เพิ่งเปิด “Wellness Me Clinic” ในย่านเพลินจิตเมื่อประมาณ 7 เดือนก่อน ด้วยงบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท ให้บริการตรวจด้วยเทคโนโลยี EIS ตรวจวัดสุขภาพเซลล์
ณรัล วิวรรธนไกร
ณรัล เล่าเพิ่มเติมว่า ด้านการขยายสาขาใหม่ของ “Let’s Relax” ในปี 2568 จะเปิดรวม 10 สาขา เฉพาะครึ่งปีหลังเตรียมเปิดให้บริการ 5 สาขาซึ่งใช้งบลงทุน 250 ล้านบาท แบ่งเป็นเข้ารับบริหาร 1 แห่ง ในโรงแรมเอเชีย ย่านราชเทวี ส่วนลงทุนเอง 4 แห่ง ได้แก่ ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค, บ้านสีลม, คิงส์แควร์ คอมมูนิตี้ มอลล์ รวมถึงในโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ย่านราชดำริ ที่กำลังจะเปิด “Let’s Relax Onsen & Spa” ในวันที่ 1 ธ.ค. ด้วยงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท มีขนาดพื้นที่ใช้สอยกว่า 2,000 ตารางเมตร จุดเด่นคือตั้งอยู่บนชั้น 9 ของโรงแรมฯ เห็นวิวสนามม้าราชกรีฑาสโมสร นับเป็นสาขาที่มีออนเซ็นแห่งที่ 4 ต่อจากสาขาทองหล่อ พัทยา และลุมพินี
ล่าสุด “Let’s Relax Onsen & Spa” สาขาทองหล่อ ได้รับรางวัล Hall of Fame และรางวัลยอดเยี่ยมสาขาเดย์สปา เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน จากงานประกาศรางวัล “Thailand Tourism Awards” ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568
หลังจากเปิดให้บริการสาขานี้ซึ่งมีออนเซ็นเป็นแห่งแรกเมื่อปี 2559 หรือเกือบ 10 ปีมาแล้ว เพื่อรองรับลูกค้าชาวญี่ปุ่นที่มาเที่ยวและอาศัยใน “ย่านทองหล่อ” เปรียบเสมือน “Little Japanese Town” และชื่นชอบในมาตรฐานความสะอาด ขณะเดียวกันลูกค้าชาวไทยก็ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันมากขึ้น คุ้นเคยกับวัฒนธรรมการแช่ออนเซ็น ช่วยให้หายคิดถึงญี่ปุ่นได้ โดยจุดเด่นของ Let’s Relax Onsen & Spa นอกจากจะมีออนเซ็นแล้วยังมีนวดสปาด้วย สร้างความแตกต่าง เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า และมองว่าการได้รับรางวัลนี้จะช่วยยกระดับธุรกิจ สามารถนำรางวัลนี้ไปเผยแพร่ในเวทีสากลได้





