วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

คุณภาพ…เป็นได้ทั้งจุดเริ่มต้นและจุดจบ | ผู้นำยุคสุดท้าย

คุณภาพ…เป็นได้ทั้งจุดเริ่มต้นและจุดจบ | ผู้นำยุคสุดท้าย

“คุณภาพ” (Quality) มีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังเห็นได้จาก “ข่าว” ต่อไปนี้

(1) นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “อุตสาหกรรมรวมใจ ขับเคลื่อนมาตรฐานไทยทั่วประเทศ” ว่า

“กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงให้กับภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยทำงานร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน และมาตรฐานอุตสาหกรรมเอส

ปัจจุบัน มีสินค้าด้อยคุณภาพจำนวนมากที่แฝงตัวอยู่ในท้องตลาด โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่มีคุณภาพจากต่างประเทศที่ทะลักเข้ามาในประเทศไทย  ซึ่งเป็น “ภัยเงียบ” ที่คุกคามความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและระบบเศษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เหล็กเส้น ปลั๊กไฟ หรือ หมวกกันน็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน 

ผมได้มอบนโยบาย “ฝ่า ฟัน ดึง ดัน” ให้ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยใช้เครือข่ายเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัด 76 จังหวัด เป็น “กองกำลังม้าเร็ว” ลงพื้นที่ตรวจค้น กวาดล้างสินค้าไม่ได้มาตรฐานให้สิ้นซาก และจัดการขั้นเด็ดขาดกับผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ลักลอบนำเข้าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน โดยจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำผิดทุกราย…..” (ข่าววันที่ 31 ต.ค. 2568)

(2) อย. ร่วมกับ ตำรวจ ปคบ. ลุยตรวจโรงงานยาดมยี่ห้อดังใน กทม. - สมุทรสาคร พบเป็นโรงงานเถื่อนไม่ยื่นขอใบอนุญาต ยึดของกลางกว่า 2.4 ล้านชิ้น ซึ่งเป็นยาดมที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีคุณภาพ และเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ มูลค่านับ 100 ล้านบาท…..” (ข่าววันที่ 30 ต.ค. 2568)

(3) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) มองว่า “ตลาดทุนไทยต้อง "เปลี่ยนเกม” จากการมุ่งเน้นปริมาณไปสู่คุณภาพ และต้องเร่งสร้าง “แรงดึงดูดใหม่” ให้ตลาดหุ้นไทยกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ทั้งการดึง “บริษัท เทคโนโลยี” และ“อุตสาหกรรมอนาคต”หนุนเข้ามาจดทะเบียนในตลาดทุนไทย การลดอุปสรรคด้านเกณฑ์ “กำไร” เพื่อให้บริษัทคุณภาพสามารถเข้าตลาดได้เร็วขึ้น หรือการเปิดโอกาสให้สินทรัพย์การลงทุนใหม่ๆ เช่น ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาสู่ตลาดทุน เพื่อสร้าง “โอกาส” ให้ทั้งกับตลาดทุนและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องเร่งปฏิรูปคือ การจัดการปัญหาคุณภาพและธรรมาภิบาลของตลาดทุนไทย มีปัญหาซ่อนมาก ซึ่งรวมถึงปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล (Governance) และการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในตลาด ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยเน้นที่ปริมาณมากเกินไป

เช่น เน้นจำนวน IPO ที่เยอะ และจำนวนนักลงทุนที่เยอะ แต่ไม่ได้เน้นคุณภาพของหุ้นที่เข้ามาในตลาด ซึ่งควรเน้นหุ้นที่มีคุณภาพดี แม้จำนวนจะน้อย แต่มีคุณภาพสำหรับนักลงทุน และต้องการเห็นนักลงทุนระยะยาวที่มีคุณภาพมากขึ้นด้วย…..” (ข่าววันที่ 17 พ.ย. 2568)

ดังนั้น “คุณภาพ” จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการและอยากได้เสมอ โดยเฉพาะ “ผู้บริโภค” หรือ “ผู้ซื้อ” ที่ต้องการสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมี “คุณภาพ” คือ ใช้งานได้ดี ใช้ได้ทนนาน ราคาเหมาะสม เป็นต้น แต่ “คุณภาพ” ก็เป็นเรื่องที่ “พูดง่ายแต่ทำยาก”

เนื่องจากคุณภาพของสินค้าหรือบริการจะต้องเกิดจากความตั้งใจทำให้เกิดขึ้น เพื่อผลิตให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ คุณภาพขององค์กรใดๆ จึงเกิดจาก “ความร่วมมือร่วมใจ” (การทำงานแบบบูรณาการ / ทำงานเป็นทีม) ในการผลิตสินค้าหรือบริการลูกค้าเสมอ

ดัชนีชี้วัดที่สำคัญตัวหนึ่งของ “ความมีคุณภาพหรือไม่” ก็คือ จำนวนเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคเกี่ยวกับสินค้าที่ด้อยคุณภาพ ซึ่งหากการผลิตมีคุณภาพ ก็ไม่น่าจะมีสินค้าที่ด้อยคุณภาพหลุดรอดออกจากโรงงานได้

ในทางปฏิบัติแล้ว “คุณภาพ” ของสินค้าหรือบริการใดๆ จะเกิดจาก

1.ความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ (จึงต้องรู้ว่า “ลูกค้าต้องการอะไร” ก่อน)

2.การปรับปรุงกระบวนการผลิตสินค้า หรือ วิธีการให้บริการลูกค้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน (จึงต้องเข้าใจใน “ขั้นตอน” ของการผลิตหรือให้บริการ)

3.ทุกคนในองค์กรต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพ (จึงต้องรู้ถึง “การบริหารจัดการ” และการจัดการการผลิตที่พนักงานเข้าใจในวิธีการทำ)

“คุณภาพ” จึงเริ่มต้นจากการรู้ถึง “ความต้องการของลูกค้า” คือ รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ลูกค้าอยากได้สินค้าไปใช้ทำอะไร เวลาไหน เป็นต้น ความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ จึงเท่ากับทำให้ “ลูกค้าพึงพอใจ” ซึ่งองค์กรส่วนใหญ่ทำได้

ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องทำให้ “ลูกค้าประทับใจ” ด้วย (คือ ทำได้เหนือความคาดหวังของลูกค้า ซึ่งองค์กรทั่วไปมักทำไม่ค่อยได้) เพื่อทำให้ลูกค้าทั่วไปกลายเป็น “ลูกค้าประจำ” ของกิจการเรา

“คุณภาพ” จึงมี “ปัจจัยแห่งความสำเร็จ” มากมาย อาทิ ผู้ปฏิบัติงาน คู่มือการทำงาน การควบคุมดูแลงาน เครื่องมืออุปกรณ์ การบริหารจัดการ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ต้องอาศัยความเข้มงวด จริงจังและต่อเนื่องของผู้บริหารทุกระดับ โดยเฉพาะนโยบายและยุทธศาสตร์ของผู้บริหารระดับสูง (C-Level) ที่ชัดเจนในเรื่องของ “คุณภาพ”

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ แสดงให้เห็นว่า คุณภาพ จึงเป็นได้ทั้งจุดเริ่มต้น (ที่ทำให้กิจการอยู่รอดและเติบโตต่อไปได้) และเป็นได้ทั้งจุดจบ (ที่ทำให้กิจการที่ไม่มีคุณภาพไปไม่รอดจนต้องเลิกกิจการ)

“คุณภาพคือความอยู่รอดและยั่งยืน” ครับผม !