คุยกับ “แอน-รสรินทร์” หนึ่งในผู้ก่อตั้ง “ลัคกี้ สุกี้” หลังปิดดีลขายหุ้นสัดส่วน 40% ให้ “CRG” ระบุ นักลงทุนรุมจีบหลายเจ้า ตัดสินใจจับมือเครือเซ็นทรัลเพราะเคมีตรงกัน ชี้ ตอนนี้คือไทม์มิ่งที่ใช่ที่สุด ปีนี้จะมี 42 สาขา ส่วนปีหน้าได้เห็น “ลัคกี้ สุกี้” ขึ้นห้าง เชื่อสมรภูมิสุกี้ดุเดือดกว่าเดิมแน่นอน
ข่าวใหญ่คืนวันที่ 14 พฤศจิยายน 2568 สร้างความสั่นสะเทือนให้วงการสุกี้หม้อต้มอีกครั้ง เมื่อ “CENTEL” ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล แจ้งตลาดหลักทรัพย์อนุมัติปิดดีลลงทุน “940 ล้านบาท” ในกิจการร้านสุกี้บุฟเฟ่ต์มาแรง “ลัคกี้ สุกี้” หลังจากตลอดทั้งปีที่ผ่านมายักษ์สุกี้อีกสองเจ้าผลัดกันรุกรับผ่านการอัดโปรโมชันรัวๆ
ส่วน “ลัคกี้ สุกี้” เคยออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ไม่คิดร่วมวงสงครามราคา ขอใช้วิธีเสิร์ฟความคุ้มค่า-เพิ่มเมนูใหม่แต่จ่ายราคาเท่าเดิมให้กับลูกค้า มองว่า แบบนี้จะสร้างความยั่งยืนให้กับแบรนด์มากกว่า
ที่ผ่านมา “ลัคกี้ สุกี้” ใช้เงินลงทุนจากหุ้นส่วนทั้ง 4 คนในการขยายสาขาใหม่ๆ แต่หลังจากมี “CRG” มาร่วมทุน ทิศทางของแบรนด์จะเปลี่ยนไปหรือไม่ “กรุงเทพธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “แอน-รสรินทร์ ติยะวราพรรณ” ผู้บริหารและหนึ่งในผู้ก่อตั้ง “ลัคกี้ สุกี้” ระบุว่า 2 ปีหลังมานี้ แบรนด์มีนักลงทุนเข้ามาพูดคุยตลอด คุยไปหลายเจ้ามากๆ แต่จุดตัดสำคัญ คือแทบทุกคนอยากเข้ามาถือหุ้นสัดส่วนใหญ่
ในมุมของผู้ก่อตั้งที่ปลุกปั้นมาตั้งแต่วันแรก “แอน” ยังอยากเห็นแบรนด์เติบโต ตั้งใจทำมาตั้งแต่ยังไม่มี Knowhow เพราะทั้ง 4 คนไม่เคยมีใครคร่ำหวอดในธุรกิจร้านอาหารมาก่อน กระทั่งตัดสินใจเข้าสู่วงการสุกี้บุฟเฟ่ต์ ทำให้สมรภูมินี้ไม่ได้มีคู่แข่งเพียงรายเดียวอีกต่อไป “แอน” บอกว่า ตนเองต้องการให้ลูกค้ามีทางเลือกที่หลากหลาย คุ้มค่า พร้อมกับการทำงานแบบมีกลยุทธ์ มีดาต้า มีทุกอย่างที่ช่วยในการเติบโต
“พอมาจากคนที่ไม่เคยอยู่ในธุรกิจนี้ กลายเป็นเราทำให้เขาเห็นว่า เหมือนเราเป็นม้ามืดในธุรกิจ เขาจึงเริ่มสนใจและเริ่มคุยกัน CRG เขาอาจจะมีทุกอย่างแล้ว มี Shinkanzen Sushi มี Salad Factory มีส้มตำนัว มีเคเอฟซี โชคดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในบ้านหลังนี้ของเขา ตัว CRG เมีหลายๆ อย่าง ที่ประกอบเป็นสถานที่หนึ่งเพื่อทำให้ครบองค์ประกอบได้ แต่สิ่งที่เขายังไม่มีคือสุกี้ แล้วเราปั้นแบรนด์ขึ้นมาในระดับหนึ่ง เขาน่าจะเห็นในสิ่งที่เราตั้งใจทำ”
“แอน” บอกว่า คุยกับ CRG มาเกือบๆ 1 ปีเต็ม เปรียบเทียบเหมือนกับการเลือกคู่ครองที่เริ่มจากลองพูดคุย ลองคบหาเป็นแฟน ต้องศึกษากันก่อนว่า นิสัยใจคอเป็นอย่างไร ต่างคนต่างตัดสินใจเลือกซึ่งกันและกัน มองว่า เคมีหลายอย่างตรงกัน น่าจะช่วยให้แบรนด์เติบโตได้เป็นอย่างดี ก่อนหน้านี้ “ลัคกี้ สุกี้” เติบโตได้แต่โตแบบมีข้อจำกัด หลังจากมี “CRG” มาเป็นพาร์ทเนอร์ก็น่าจะทำให้แบรนด์แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
-แอน-รสรินทร์ ติยะวราพรรณ ผู้บริหารและหนึ่งในผู้ก่อตั้งลัคกี้ สุกี้-
สเตปการปั้นสาขาใหม่ๆ หลังจากนี้ “แอน” บอกว่า “CRG” เชี่ยวชาญในเรื่องพื้นที่และการขยายสาขาอยู่แล้ว การเปิดสาขาใหม่ๆ หลังจากทำมาแล้ว 40 สาขา ก็เหมือนการปั๊มแพทเทิร์นเดิมแล้วปรับแต่งให้เหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ “CRG” จะทำให้การขยายสาขาหลังจากนี้ครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้น แง้มว่า หลังจากนี้ได้เห็น “ลัคกี้ สุกี้” บนห้าง ทางเครือเซ็นทรัลเองก็มีพื้นที่หลากหลายแบบ
ส่วนความคาดหวังหลังจากนี้ อยากให้ “ลัคกี้ สุกี้” เป็นที่รู้จักมากขึ้น สำคัญที่สุดต้องไม่ลืมความเป็นตัวเอง ความคุ้มค่าที่ต้องให้ลูกค้าเหมือนเดิม ยังเห็นแบรนด์เป็นลูกที่กำลังเติบโตในแบบที่อยู่ในสายตาคนเป็นพ่อเป็นแม่ได้ เชื่อว่า นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการจับมือกับ “CRG”
จนถึงสิ้นปีนี้ “ลัคกี้ สุกี้” จะมี 42 สาขา เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 40 สาขา (รวมทั้งลัคกี้ สุกี้ และ ลัคกี้ บีบีคิว) หลังจากมี “CRG” จะเร่งการขยายสาขามากขึ้น ติดสปีดกว่าเดิม ปีหน้าจะเป็นปีที่ดุเดือดของวงการสุกี้ยิ่งกว่าเดิมแน่นอน





