นับถอยหลังปิดปี 2568 ธุรกิจเครื่องดื่มหนึ่งในสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ยังรับมือความท้าทายจากเศรษฐกิจ กำลังซื้อ ตลาดต่างประเทศ ส่องผลงานไตรมาส 3 ค่ายไหนกำไรโต-หดตัว
ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ มูลค่า “แสนล้านบาท” ปีนี้เผชิญโจทย์ใหญ่คือ สภาพอากาศ ที่ไม่ร้อนในช่วงทำเงินหรือไฮซีซัน ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ทำให้แบรนด์อาจตุนยอดขายไม่พอ
เข้าไตรมาส 3 หลายบริษัทเจอแรงกดดันใหญ่จากสถานการณ์ความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา กระเทือนการค้าชายแดน ประเทศที่พึ่งภาพตลาด CLMV ยังเหนื่อยทั้งเขมรและเมียนมา ส่วนส่งออก เศรษฐกิจโลกเปราะบาง ค่าเงินมีความผันผวน
สำรวจผลงานค่ายเครื่องดื่มหมวดหมู่ต่างๆ ไตรมาส 3 เป็นดังนี้
เซ็ปเป้-มาลี-ไทย โคโคนัท กำไรลด!
บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด(มหาชน) รายได้จากการขายไตรมาส 3 อยู่ที่ 1,378.2 ล้านบาท ลดลง 16.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน กำไรสุทธิ 183.3 ล้านบาท ลดลง 39% ส่วน 9 เดือน รายได้จากการขายอยู่ที่ 4,038.9 ล้านบาท ลดลง 25.2 % มีกำไรสุทธิ 654.9 ล้านบาท ลดลง 38.4%
ผลกระทบของรายได้ที่ลดลง เพราะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก กระเทือนยอดขายในตลาดต่างประเทศ การแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยน สงครามในตะวันออกกกลาง รวมถึงมาตรการทางภาษีของสหรัฐ ส่วนตลาดเอเชีย เกาหลีใต้แข่งเดือน อินโดนีเซียมีประเด็นด้านตัวแทนจัดจำหน่าย เป็นต้น
ฟาก บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด(มหาชน)ไตรมาส 3 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 2,028.6 ล้านบาท ลดลง 2.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 61.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% ส่วนรายได้จากการขาย 9 เดือน อยู่ที่ 5,852.8 ล้านบาท ลดลง 9.3% และมีกำไรสุทธิ 239.3 ล้านบาท ลดลง 15.8%
ทั้งนี้ ยอดขายที่ลดมาจากผลกระทบผลิตภัณฑ์นมในต่างประเทศเผชิญปัญหาค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ส่วนกำไรที่ลดลง เพราะมีการตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ
ด้าน บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด(มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการไตรมาส 3 ที่ 1,770 ล้านบาท ลดลง 8.17% ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 69.4 ล้านบาท ลดลง 59.69% ขณะที่ 9 เดือน มีรายได้จากการขายและบริการ 5,117 ล้านบาท เพื่มขึ้น 4.73% และกำไรสุทธิ 211.6 ล้านบาท ลดลง 64.9%
โดยยอดขายที่ลดลงมาจากสินค้ากลุ่มน้ำมะพร้าว จากคำสั่งซื้อตลาดส่งออกบางประเทศ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
โอสถสภา-คาราบาว รับตลาดต่างประเทศอ่อนตัว
ด้าน บริษัท โอสถสภา จำกัด(มหาชน) ที่มีทั้งเครื่องดื่มชูกำลัง และสินค้าอุปโภคบริโภค ฯ ภาพรวมไตรมาส 3 สร้างรายได้จากการขาย 5,604 ล้านบาท ลดลง 7.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วน “กำไรสุทธิ” อยู่ที่ 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 293.8% และกำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% ส่วนงวด 9 เดือน บริษัทมีรายได้จากการขาย 19,242 ล้านบาท ลดลง 6.8% และมีกำไรสุทธิ 2,975 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177.7% แต่กำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 2,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6%
ในฐานะ “ผู้นำตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง” โอสถสภายังครองเบอร์ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาดรวม 44.4% อยู่ในภาวะ “ทรงตัว” โดยแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอมีหลากหลาย เช่น M-150 ลิโพ โสมอิน-ซัม ฉลามฯ ส่วนเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ(ฟังชันนอลดริ้งค์) มีส่วนแบ่งตลาด 47.8% แบ่งตามแบรนด์อย่าง ซี-วิท ส่วนแบ่งตลาด 77.6%
อย่างไรก็ตาม ด้านตลาดต่างประเทศ โอสถสภารายงานสถานการณ์ยอดขาย “อ่อนตัว” ทั้งตลาดอินโดนีเซีย กัมพูชา และเมียนมา
ด้าน บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) รายได้ไตรมาส 3 อยู่ที่ 5,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 616 ล้านบาท “ลดลง 20%”
ที่น่าสนใจคือ ตลาดต่างประเทศไตรมาส 3 ยอดขายคือ 727 ล้านบาท ลดลง 42% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเป็นการหดตัวทุกตลาดสำคัญอย่างกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม(CLMV) เพราะผลกระทบจากเหตุการณ์ขัดแย้งบริเวณชายแดนทางบกของไทย-กัมพูชา รวมถึงตลาดอังกฤษ
ไตรมาส 3 อิชิตัน-หาดทิพย์ กำไรโต
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) มีรายได้จากการขายไตรมาส 3 อยู่ที่ 2,135 ล้านบาท ลดลง 0.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 358.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% ส่วนงวด 9 เดือน มีรายได้จากการขาย 6,144.2 ล้านบาท ลดลง 6.7% และ “กำไรสุทธิ” 1,010.7 ล้านบาท ลดลง 8.1%
ผลกระทบยอดขายที่ลดลง เกิดจากตลาดในประเทศหดตัว 3.7% เพราะมีแรงกดันจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ และฤดูร้อนที่สั้นกว่าปกติ
ด้าน บริษัท หาดทิพย์ จำกัด(มหาชน) หรือผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโค้ก มินิเมด น้ำทิพย์ ฯ ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ไตรมาส 3 บริษัทสร้างรายได้จากการขาย 2,041.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ทำกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ส่วน 9 เดือน รายได้จากการขาย 6,080 ล้านบาท ลดลง 2.3% กำไรสุทธิ 455.5 ล้านบาท “ลดลง” 3.3%
ทั้งนี้ ยอดขายเชิงปริมาณไตรมาส 3 เติบโต 7.9% ขายเครื่องดื่มได้ 18 ล้านลัง แม้ตลาดอ่อนตัว หรือภาพรวมตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มไม่มีแอลกอฮอล์(NARTD)โตต่ำเพียง 0.2% เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมียอดขายไตรมาส 3 โตเพราะวางแผนทำตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนกำไรที่ลดลง เพราะมีการตั้งสำรองค่าเผื่อการด้อยค่าเครื่องจักร ฯ





