ททท. อัดแคมเปญแรง-บิ๊กอีเวนต์ชิงทัวริสต์ คาดปี 69 รายได้รวมท่องเที่ยว 2.79 ล้านล้านบาท

ททท. อัดแคมเปญแรง-บิ๊กอีเวนต์ชิงทัวริสต์ คาดปี 69 รายได้รวมท่องเที่ยว 2.79 ล้านล้านบาท

“การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) เปิดกลยุทธ์กระตุ้นภาคการท่องเที่ยวปี 2569 ท้าชนกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย อาทิ ญี่ปุ่น จีน และเวียดนาม ที่กำลังมาแรง! แย่งชิงเค้ก “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เครื่องยนต์ปลุกเศรษฐกิจการจับจ่ายของแต่ละประเทศ

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงการนำทัพภาคเอกชนเข้าร่วมงาน World Travel Market (WTM) 2025 เทรดโชว์การท่องเที่ยวระดับโลก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พ.ย. ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ว่า ททท.มุ่งขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความสนใจเฉพาะ (Niche Market) เดินหน้ารักษาฐานตลาดเดิมและขยายตลาดใหม่ ควบคู่กับการฟื้นฟูตลาดเป้าหมายหลักและรักษาการเติบโตของนักท่องเที่ยวเลเชอร์คุณภาพ (Quality Leisure) พร้อมส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แตกต่างผ่านสินค้าบริการและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่โดดเด่น อาทิ อาหารไทย แหล่งท่องเที่ยวชายหาด การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เทศกาลกิจกรรม และศิลปวัฒนธรรมไทย

สำหรับ “มาตรการระยะสั้น” กระตุ้นภาคท่องเที่ยวที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติมในปี 2569 คือการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ผ่านโครงการ “Trusted Thailand” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ การเร่งวางมาตรการด้านความปลอดภัยและความเชื่อมั่น ผ่านโครงการเที่ยวไทยมั่นใจ ปลอดภัยทุกย่างก้าว

พร้อมดึง “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล สมาชิกวงแบล็กพิงก์ เป็น “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์” (Amazing Thailand Ambassador) โปรโมตดึงนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังเดินหน้าผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางการจัดอีเวนต์ระดับโลก” (World Event Hub Destination)

ชู 3 กลยุทธ์หลักดัน "อีเวนต์" พลิกโฉมท่องเที่ยวไทย

โดยในปี 2569 จะมุ่งส่งเสริมการจัด “อีเวนต์” เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ฮับการจัดอีเวนต์ระดับโลกผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.การผลักดันเทศกาลใหญ่ๆ ของไทยให้เป็นอีเวนต์ระดับโลก เช่น งานมหาสงกรานต์ 2.การยกระดับอีเวนต์ท้องถิ่นให้เป็นงานอีเวนต์ระดับนานาชาติที่มีซิกเนเจอร์ เช่น งานแห่ดาว งานไหลเรือไฟ เทศกาลผีตาโขน

และ 3.การดึงอีเวนต์ระดับโลกมาจัดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสร้างกระแสการรับรู้ประเทศไทย ด้วยการทำตลาดเชิงรุกผ่านอินฟลูเอนเซอร์หรือศิลปินชื่อดัง เสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศไทยในเวทีโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย และเป็นโอกาสที่จะได้นำเสนอเสน่ห์ความเป็นไทย เช่น อาหารไทย ศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนโอกาสในการแสดงความสามารถของศิลปินไทยผ่านเวทีระดับโลกที่เข้ามาจัดในไทย

ททท. อัดแคมเปญแรง-บิ๊กอีเวนต์ชิงทัวริสต์ คาดปี 69 รายได้รวมท่องเที่ยว 2.79 ล้านล้านบาท

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

คาดแนวโน้มปี 69 รายได้รวมท่องเที่ยว 2.79 ล้านล้านบาท

“แนวโน้มปี 2569 คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีรายได้รวมการท่องเที่ยว 2.79 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ตลาดต่างประเทศ 1.63 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เทียบกับปีนี้ จากคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ 34.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% ส่วนรายได้ตลาดในประเทศอยู่ที่ 1.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากคาดการณ์นักท่องเที่ยวชาวไทย 210.43 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3%”

ด้านปี 2568 แนวโน้มรายได้รวมการท่องเที่ยวอยู่ที่ 2.66 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ตลาดต่างประเทศ 1.51 ล้านล้านบาท ลดลง 5% เทียบกับปีที่แล้ว จากคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ 33.4 ล้านคน ลดลง 6% ขณะที่รายได้ตลาดในประเทศ 1.15 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากคาดการณ์นักท่องเที่ยวชาวไทย 204.57 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2%

ททท. อัดแคมเปญแรง-บิ๊กอีเวนต์ชิงทัวริสต์ คาดปี 69 รายได้รวมท่องเที่ยว 2.79 ล้านล้านบาท

 

"วิจิตร เจ้าพระยา" เริ่มแล้ว ยิงยาว 45 วันหนุนกระตุ้นไฮซีซัน

ฐาปนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในอีเวนต์สำคัญช่วงปลายปีอย่างงาน “วิจิตร เจ้าพระยา 2025” (Vijit Chao Phraya 2025) ได้เริ่มขึ้นแล้ว มีกำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. - 23 ธ.ค. 2568 เวลา 18.00-22.00 น. ซึ่งปีนี้ขยายระยะเวลาการจัดงานเป็น 45 วันเต็ม

งานวิจิตร เจ้าพระยา 2025 ในปีนี้ ททท.ได้เนรมิตมหาปรากฏการณ์การแสดง แสง สี เสียงแห่งปีตลอดแนวริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “แสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน” เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน” โดยใช้การแสดงแสง สี สุดล้ำสมัย เนรมิตตั้งแต่สะพาน วัด อาคารประวัติศาสตร์ ไปจนถึงแลนด์มาร์กใหม่ที่เรียงรายสวยงามไปตามโค้งน้ำตลอดสองฝั่งแม่น้ำ 

ทั้งยังมุ่งส่งเสริม “การท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจยามค่ำคืน” (Night Economy) ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ควบคู่กับการสร้างกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนในช่วงไฮซีซั่น เพื่อมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวยามค่ำคืนอันน่าประทับใจที่เปิดให้เข้าชมความสวยงามได้ฟรีทุกวัน โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วม 1,500,000 คน และเกิดรายได้หมุนเวียนในช่วงจัดงานไม่น้อยกว่า 6,200 ล้านบาท

สำหรับพื้นที่การจัดงานในปีนี้ ททท.ได้ร่วมกับพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน รังสรรค์การแสดงตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งหมด 15 จุดแสดง โดยแต่ละจุดสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ผ่านแนวคิดและเทคโนโลยีแสง สี เสียง ที่แตกต่างกัน

ททท. อัดแคมเปญแรง-บิ๊กอีเวนต์ชิงทัวริสต์ คาดปี 69 รายได้รวมท่องเที่ยว 2.79 ล้านล้านบาท

อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า งานวิจิตร เจ้าพระยา 2025 ถือเป็นบิ๊กอีเวนต์สำคัญที่จะช่วยเติมเต็มบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปีให้มีชีวิตชีวาและมีสีสันมากยิ่งขึ้น โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-2 พ.ย. 2568 ประเทศไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแล้วกว่า 26.9 ล้านคน ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

“งานวิจิตร เจ้าพระยา 2025 จะมีส่วนสำคัญในการยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็นกิจกรรมระดับโลก (World Events) พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ร้านค้า โรงแรม และชุมชนในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างทั่วถึง ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ ช่วยสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแก่นักท่องเที่ยว”