“การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) เปิดกลยุทธ์กระตุ้นภาคการท่องเที่ยวปี 2569 ท้าชนกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย อาทิ ญี่ปุ่น จีน และเวียดนาม ที่กำลังมาแรง! แย่งชิงเค้ก “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เครื่องยนต์ปลุกเศรษฐกิจการจับจ่ายของแต่ละประเทศ
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงการนำทัพภาคเอกชนเข้าร่วมงาน World Travel Market (WTM) 2025 เทรดโชว์การท่องเที่ยวระดับโลก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พ.ย. ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ว่า ททท.มุ่งขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความสนใจเฉพาะ (Niche Market) เดินหน้ารักษาฐานตลาดเดิมและขยายตลาดใหม่ ควบคู่กับการฟื้นฟูตลาดเป้าหมายหลักและรักษาการเติบโตของนักท่องเที่ยวเลเชอร์คุณภาพ (Quality Leisure) พร้อมส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แตกต่างผ่านสินค้าบริการและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่โดดเด่น อาทิ อาหารไทย แหล่งท่องเที่ยวชายหาด การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เทศกาลกิจกรรม และศิลปวัฒนธรรมไทย
สำหรับ “มาตรการระยะสั้น” กระตุ้นภาคท่องเที่ยวที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติมในปี 2569 คือการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ผ่านโครงการ “Trusted Thailand” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ การเร่งวางมาตรการด้านความปลอดภัยและความเชื่อมั่น ผ่านโครงการเที่ยวไทยมั่นใจ ปลอดภัยทุกย่างก้าว
พร้อมดึง “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล สมาชิกวงแบล็กพิงก์ เป็น “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์” (Amazing Thailand Ambassador) โปรโมตดึงนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังเดินหน้าผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางการจัดอีเวนต์ระดับโลก” (World Event Hub Destination)
ชู 3 กลยุทธ์หลักดัน "อีเวนต์" พลิกโฉมท่องเที่ยวไทย
โดยในปี 2569 จะมุ่งส่งเสริมการจัด “อีเวนต์” เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ฮับการจัดอีเวนต์ระดับโลกผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.การผลักดันเทศกาลใหญ่ๆ ของไทยให้เป็นอีเวนต์ระดับโลก เช่น งานมหาสงกรานต์ 2.การยกระดับอีเวนต์ท้องถิ่นให้เป็นงานอีเวนต์ระดับนานาชาติที่มีซิกเนเจอร์ เช่น งานแห่ดาว งานไหลเรือไฟ เทศกาลผีตาโขน
และ 3.การดึงอีเวนต์ระดับโลกมาจัดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสร้างกระแสการรับรู้ประเทศไทย ด้วยการทำตลาดเชิงรุกผ่านอินฟลูเอนเซอร์หรือศิลปินชื่อดัง เสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศไทยในเวทีโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย และเป็นโอกาสที่จะได้นำเสนอเสน่ห์ความเป็นไทย เช่น อาหารไทย ศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนโอกาสในการแสดงความสามารถของศิลปินไทยผ่านเวทีระดับโลกที่เข้ามาจัดในไทย
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์
คาดแนวโน้มปี 69 รายได้รวมท่องเที่ยว 2.79 ล้านล้านบาท
“แนวโน้มปี 2569 คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีรายได้รวมการท่องเที่ยว 2.79 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ตลาดต่างประเทศ 1.63 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เทียบกับปีนี้ จากคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ 34.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% ส่วนรายได้ตลาดในประเทศอยู่ที่ 1.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากคาดการณ์นักท่องเที่ยวชาวไทย 210.43 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3%”
ด้านปี 2568 แนวโน้มรายได้รวมการท่องเที่ยวอยู่ที่ 2.66 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ตลาดต่างประเทศ 1.51 ล้านล้านบาท ลดลง 5% เทียบกับปีที่แล้ว จากคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ 33.4 ล้านคน ลดลง 6% ขณะที่รายได้ตลาดในประเทศ 1.15 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากคาดการณ์นักท่องเที่ยวชาวไทย 204.57 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2%
"วิจิตร เจ้าพระยา" เริ่มแล้ว ยิงยาว 45 วันหนุนกระตุ้นไฮซีซัน
ฐาปนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในอีเวนต์สำคัญช่วงปลายปีอย่างงาน “วิจิตร เจ้าพระยา 2025” (Vijit Chao Phraya 2025) ได้เริ่มขึ้นแล้ว มีกำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. - 23 ธ.ค. 2568 เวลา 18.00-22.00 น. ซึ่งปีนี้ขยายระยะเวลาการจัดงานเป็น 45 วันเต็ม
งานวิจิตร เจ้าพระยา 2025 ในปีนี้ ททท.ได้เนรมิตมหาปรากฏการณ์การแสดง แสง สี เสียงแห่งปีตลอดแนวริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “แสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน” เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน” โดยใช้การแสดงแสง สี สุดล้ำสมัย เนรมิตตั้งแต่สะพาน วัด อาคารประวัติศาสตร์ ไปจนถึงแลนด์มาร์กใหม่ที่เรียงรายสวยงามไปตามโค้งน้ำตลอดสองฝั่งแม่น้ำ
ทั้งยังมุ่งส่งเสริม “การท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจยามค่ำคืน” (Night Economy) ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ควบคู่กับการสร้างกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนในช่วงไฮซีซั่น เพื่อมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวยามค่ำคืนอันน่าประทับใจที่เปิดให้เข้าชมความสวยงามได้ฟรีทุกวัน โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วม 1,500,000 คน และเกิดรายได้หมุนเวียนในช่วงจัดงานไม่น้อยกว่า 6,200 ล้านบาท
สำหรับพื้นที่การจัดงานในปีนี้ ททท.ได้ร่วมกับพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน รังสรรค์การแสดงตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งหมด 15 จุดแสดง โดยแต่ละจุดสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ผ่านแนวคิดและเทคโนโลยีแสง สี เสียง ที่แตกต่างกัน
อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า งานวิจิตร เจ้าพระยา 2025 ถือเป็นบิ๊กอีเวนต์สำคัญที่จะช่วยเติมเต็มบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปีให้มีชีวิตชีวาและมีสีสันมากยิ่งขึ้น โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-2 พ.ย. 2568 ประเทศไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแล้วกว่า 26.9 ล้านคน ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น
“งานวิจิตร เจ้าพระยา 2025 จะมีส่วนสำคัญในการยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็นกิจกรรมระดับโลก (World Events) พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ร้านค้า โรงแรม และชุมชนในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างทั่วถึง ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ ช่วยสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแก่นักท่องเที่ยว”





