วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

‘Rally Movement’ ลุ้นสิ้นปีแตะ ‘พันล้าน’ กำไรโตพุ่งหมื่นเปอร์เซ็นต์ เตรียมปักหมุด ‘สิงคโปร์’

‘Rally Movement’ ลุ้นสิ้นปีแตะ ‘พันล้าน’ กำไรโตพุ่งหมื่นเปอร์เซ็นต์ เตรียมปักหมุด ‘สิงคโปร์’

ท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซา ผู้บริโภคคิดแล้วคิดอีกกว่าจะควักเงินในกระเป๋าออกมาจับจ่าย แต่ไม่ใช่กับกระเป๋าจากแบรนด์ “Rally Movement” ที่ผลิตมาเยอะเท่าไหร่ก็ขายหมดเกลี้ยงภายในระยะเวลาไม่ถึง 5 นาที หลายคนไปไม่ถึงหน้าทำจ่ายด้วยซ้ำ ก็ต้องพบว่า สินค้าหมดไปเรียบร้อยแล้ว

นี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับกระเป๋าจาก “Rally Movement” ทุกทรง ทุกแบบ จนทำให้ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของแบรนด์มากกว่า 50% มาจากการขายกระเป๋า และเชื่อหรือไม่ว่า ผลประกอบการและกำไรสุทธิของแบรนด์ก็เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า รายได้ของ บริษัท แรลลี มูฟเมนต์ จำกัด ปี 2567 อยู่ที่ “459 ล้านบาท” ขณะที่ปีก่อนหน้าอยู่ที่ “16 ล้านบาท”

และในปีนี้ “ปั๊ม-นิธิศ วงศ์สวัสดิ์” และ “เค้ก-อภิพรรณ มงคลพาณิชยกิจ” ยังบอกกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ด้วยว่า เป้าหมายที่คุยกันในทีม คือต้องการโตแบบเท่าตัวจากปีที่แล้ว แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ปีนี้ปิดยอดที่พันล้าน ถ้าทำได้คงเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งตามไปป์ไลน์ของปีหน้า “Rally Movement” ตั้งใจพาแบรนด์ไทยชิมลางที่ต่างประเทศเป็นครั้งแรกด้วย

‘Rally Movement’ ลุ้นสิ้นปีแตะ ‘พันล้าน’ กำไรโตพุ่งหมื่นเปอร์เซ็นต์ เตรียมปักหมุด ‘สิงคโปร์’ -กระเป๋าทรง Bucket คอลเลกชันแรกๆ ที่ทำให้ Rally โด่งดัง-

เจอกันที่ศิลปกรรม จุฬาฯ ลงเงินก้อนแรกคนละ 15,000 มาเปิด “Rally Movement”

กว่าจะมาเป็น “Rally Movement” เค้กและปั๊มเรียนจบจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งคู่เจอกันตั้งแต่เข้าเรียนชั้นปีที่ 1 “เค้ก” เคยทำแบรนด์เล็กๆ เป็นของตัวเองมาก่อน ชอบงานด้านแฟชั่นตั้งแต่เด็กจึงเลือกเรียนสาขามัณฑนศิลป์ (แฟชั่นดีไซน์) กระทั่งทั้งคู่เรียนจบจึงชักชวนมาทำแบรนด์แฟชั่น ด้วยเม็ดเงินลงทุนคนละ 15,000 บาท

“เค้ก” บอกว่า ทั้งคู่เริ่มจากเล็กๆ เท่าที่มีทุน ลงเงินรวมกันสุทธิ 30,000 บาท ก็ได้สินค้าชิ้นแรกๆ เป็นกางเกงเพียงไม่กี่ตัว แต่การเริ่มจากสเกลเล็กๆ ก็มีข้อดีที่ทำให้เจ้าของโตตามแบรนด์ทัน ธุรกิจขยับขยายไปเรื่อยๆ พร้อมกับการมีแบรนดิ้งที่ชัดเจน โดย “ปั๊ม” เป็นคนออกแบบโลโก้ที่มีหน้าตาแบบนี้มาตั้งแต่วันแรก 

ที่ใช้คำว่า “Rally” เพราะมองว่า เป็นชื่อภาษาอังกฤษที่รูปประโยคสวย อ่านง่าย คนเห็นแล้วจำได้ในคราวเดียว นำมาปรับใช้กับแพทเทิร์นได้ มีความ “Catchy” ไม่ซ้ำใคร ด้วยความเป็นนักเรียนศิลปะจึงชอบงานตัวอักษรอยู่แล้ว “ปั๊ม” นำชื่อ “Rally” มาเล่นกับโปรดักต์ตั้งแต่วันแรก ซึ่งมองอีกนัยหนึ่ง คำๆ นี้ก็มีความหมายที่ดีในตัว สื่อถึงการตอบโต้ เคลื่อนไหว ไม่อยู่นิ่ง สอดคล้องกับคาแรกเตอร์แบรนด์

‘Rally Movement’ ลุ้นสิ้นปีแตะ ‘พันล้าน’ กำไรโตพุ่งหมื่นเปอร์เซ็นต์ เตรียมปักหมุด ‘สิงคโปร์’ -เสื้อยืดสกรีนโลโก้ Rally อีกหนึ่งสินค้าขายดีของแบรนด์-

“Rally Movement” เริ่มต้นขึ้นพร้อมๆ “gloc” ร้านมัลติแบรนด์สโตร์ที่มีจุดเริ่มต้นในย่านอารีย์ ก่อนจะไปอยู่บนห้างสรรพสินค้าชื่อดังหลายแห่ง ทั้ง “เซ็นทรัลลาดพร้าว” และ “เซ็นทรัลชิดลม” จนมาถึงช่วงที่โรคระบาดใหญ่เกิดขึ้น ห้างต้องปิดให้บริการชั่วคราว พร้อมกันนั้นก็ตัดสินใจปิดกิจการ “gloc” ไปด้วย 

เค้กและปั๊มหันมาโฟกัส “Rally Movement” มีไม้ตายเป็น “Knitwear” หรือผ้านิตที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสและลวดลายการถักทอ สินค้าตัวแรกที่ทำให้แบรนด์เริ่มมีชื่อเสียง คือ “ผ้าคาดผม” เสื้อผ้าหลายๆ รุ่นที่กลายเป็นไวรัล อย่างเสื้อยืดคอกลมสกรีนโลโก้ก็เป็นสินค้าขายดีไม่แพ้กัน ธุรกิจไต่ระดับตั้งแต่หลักล้านจนมาถึงหลักสิบล้านเรื่อยมา จนเข้าสู่ปีที่ 7 “เค้ก” คิดอยากทำกระเป๋า เพราะมองว่า อย่างไรผู้หญิงกับกระเป๋าก็เป็นของคู่กัน

เธอเริ่มหา “Pain Point” ในตลาดดูว่า มีช่องว่างตรงไหนที่พอจะแทรกตัวเข้าไปได้บ้าง สุดท้าย “เค้ก” เริ่มจากพื้นฐานที่สุด คือเรื่องฟังก์ชันและเทคโนโลยีการผลิตที่แบรนด์มีในตอนนั้น หลายปีที่ผ่านมาแฟชั่นกระเป๋าใบจิ๋วได้รับความนิยม สวยงามจริงแต่ใส่ของได้ไม่ครบถ้วน จึงคิดว่า ถ้าอย่างนั้นลองทำกระเป๋าที่สวยด้วย จุของได้เยอะด้วยดีกว่าหรือไม่ จึงเป็นที่มาของ “Rally Bucket Bag” รุ่นแรก

‘Rally Movement’ ลุ้นสิ้นปีแตะ ‘พันล้าน’ กำไรโตพุ่งหมื่นเปอร์เซ็นต์ เตรียมปักหมุด ‘สิงคโปร์’

ขายไปแล้วเกือบแสนใบ รายได้จากกระเป๋ากินสัดส่วนเกิน 50% 

ช่วงเริ่มต้น “เค้ก” วางแผนการผลิตไม่เยอะมาก เพราะแบรนด์เริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่น แต่ปรากฏว่า เปิดขายไม่นานก็ได้รับการตอบรับที่ดีทันที ใจจริงทั้งคู่อยากทำกระเป๋ามานานแล้ว แต่รอความพร้อมของทีมและระบบหลังบ้าน ตั้งใจว่า ถ้าวันไหนได้ทำกระเป๋าขึ้นมาจริงๆ ก็อยากจะ “เล่นใหญ่” กับโปรดักต์นี้

เค้กเล่าว่า เป็นเหมือน “Magic Moment” ที่ลูกค้าชื่นชอบสินค้าภายในระยะเวลาไม่นาน ทั้งเค้กและปั๊มจับจังหวะตรงนั้นมาต่อยอดอีกเรื่อยๆ โดยแบบแรกที่ออกมา คือ “Rally Bucket Bag” ดึงสิ่งที่แบรนด์ถนัดมาชูเป็นจุดเด่น ตัวกระเป๋าจึงเป็นผ้า Knit ผสมหนัง ดีไซน์ให้น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย จุของได้เยอะ ใส่ iPad หรือ Laptop ก็ได้ ถือใบเดียวจบไม่ต้องพกกระเป๋าสองใบแล้ว

“ตอนนั้นไม่มีใครทำกระเป๋าทรงเดียวกับเราเลย ซึ่งจริงๆ Bucket เป็นทรงพื้นฐานที่มีตั้งแต่ยุค ’60-’70 แต่การที่เราหยิบขึ้นมาเพราะอยากได้กระเป๋าที่ไม่มีช่องอะไรเลย เพื่อให้ใส่ของได้เยอะที่สุด แต่ในตลาดไทยตอนนั้นรวมถึง Global แบรนด์ที่มาแรงมากๆ จะเป็นกระเป๋าไซซ์มินิไปจนถึงไซซ์จิ๋วใส่ได้แค่เหรียญ เราเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ใช้ของพวกนั้นเหมือนกัน ทำให้ต้องพกกระเป๋าอีกใบแยกไว้เสมอ เลยรู้สึกว่า ถึงจุดหนึ่งบางวันก็ไม่อยากพกกระเป๋าสองใบ เรารวมได้มั้ยที่ทั้งสวยด้วยแล้วก็ตอบโจทย์ด้วย”

‘Rally Movement’ ลุ้นสิ้นปีแตะ ‘พันล้าน’ กำไรโตพุ่งหมื่นเปอร์เซ็นต์ เตรียมปักหมุด ‘สิงคโปร์’

นับจนถึงตอนนี้ “Rally Movement” มีกระเป๋าออกมาทั้งหมด 3 แบบ แยกย่อยไซซ์และสีอีกต่างหาก สัดส่วนรายได้จนถึงปัจจุบันมีกระเป๋าเป็น “Hero Product” ทำเงินให้กับธุรกิจมากกว่า 50% รวมๆ แล้วขายไปเกือบๆ หลักแสนใบ แต่แม้ว่าจะผลิตออกมาเยอะแค่ไหนก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการอยู่ดี “ปั๊ม” บอกว่า จริงๆ แล้วกำลังการผลิตตอนนี้ยังทำได้อีก แต่จะสเกลครั้งหนึ่งต้องใช้เวลาสักระยะ “Rally Movement” มาจากแบรนด์เล็ก และกำลังจะก้าวสู่ธุรกิจขนาดกลาง ทุกอย่างค่อยๆ โตตามกัน

สำหรับฟีดแบ็กเรื่องกดสั่งซื้อสินค้าไม่ทันก็ยังมีให้เห็น ยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นออแกนิก แบรนด์ไม่ได้กั๊กของหรืออยู่เบื้องหลังอย่างที่หลายคนตั้งคำถาม อย่างไรแบรนด์ก็อยากขายให้ได้มากที่สุด แต่ก็ต้องมาพร้อมปัจจัยเรื่องคุณภาพ เป็นการเดินทางไกลระยะยาวที่มองไปอีกหลายสเตปถัดจากนี้

ปีหน้าเริ่มไปต่างประเทศ ตั้งเป้าโตแบบ “Double” ถึงพันล้านก็ปาร์ตี้เลย

หลายคนคิดว่า “Rally Movement” โตจากแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่จริงๆ ทั้งเค้กและปั๊มให้ความสำคัญกับหน้าร้านไม่น้อยไปกว่ากัน ปัจจุบันแบรนด์มีหน้าร้านรูปแบบ Pop-up Store 5 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว สยามพารากอน สยามดิสคัฟเวอรี่ และคิงพาวเวอร์ 

เป้าเรื่องรายได้ในปีนี้ มีคุยกันภายในทีมว่า อยากโตแบบ “Double” จากปีที่แล้ว ถ้าไปถึงพันล้านได้ก็ยินดี ขณะเดียวก็ต้องโตแบบที่ยังควบคุมทุกอย่างได้ ยั่งยืนทั้งกับลูกค้าและแบรนด์ ส่วนเรื่องไปต่างประเทศ “ปั๊ม” บอกว่า อยู่ใน Pipeline ปีหน้าเช่นกัน โดยประเทศแรกที่เตรียมปักหมุด ได้แก่ สิงคโปร์ หลังจากนั้นจะเป็นประเทศอื่นๆ ในอาเซียนตามมา ส่วนฝั่งอเมริกาหรือยุโรปยังอยู่ในช่วงสำรวจตลาด เพราะเคยมีลูกค้าและอินฟลูเอนเซอร์จากอเมริกาและยุโรปรีวิวสินค้า “Rally Movement” ด้วย

‘Rally Movement’ ลุ้นสิ้นปีแตะ ‘พันล้าน’ กำไรโตพุ่งหมื่นเปอร์เซ็นต์ เตรียมปักหมุด ‘สิงคโปร์’ -เค้ก-อภิพรรณ และ ปั๊ม-นิธิศ สองผู้ก่อตั้ง Rally-

ย้ำว่า พร้อมเสิร์ฟให้ประเทศเพื่อนบ้าน และไม่ลืมที่จะเสิร์ฟผู้บริโภคชาวไทย ยังผลิตเข้าตลาดเมืองไทยแน่นอน ด้านมุมมองเรื่องเศรษฐกิจทั้งคู่ยังมีความหวังกับตลาดไทย แม้เศรษฐกิจไม่ดีแต่คนยังไม่หยุดช้อป เชื่อว่า มีที่ทางให้เติบโตแน่นอน

“คนที่เรียนศิลปะมาจะมีความมั่นใจในตัวเองสูง เชื่อมั่นในดีไซน์ตัวเอง แต่สุดท้ายถ้าเราจะอยู่ในตลาดได้เราต้องฟังลูกค้าเยอะเหมือนกัน ต้องเรียนรู้เรื่องธุรกิจและการบริหารจัดการเพิ่มขึ้น องค์กรขนาดเล็กและองค์กรขนาดกลางใช้กลยุทธ์การบริหารต่างกัน เพราะฉะนั้นเรื่องดีไซน์ทำเป็นอยู่แล้ว แต่เรื่องอื่นติดอาวุธมหาศาล ต้องทำ ถ้าไม่ทำก็ไม่โต”