“กุ๊ด กุ๊ดส์” (Good Goods) แบรนด์คราฟต์ร่วมสมัยจากภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ" หรือ บริษัท เซ็นทรัลทำ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (Central Tham Social Enterprise Co., Ltd.) ด้วยแนวคิด ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ หนึ่งในโครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล แห่งตระกูลจิราธิวัฒน์ เจ้าของเครือข่ายธุรกิจค้าปลีกยักษ์ใหญ่หลากหลายรูปแบบครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทยและต่างประเทศ
นำ “สินค้าชุมชน...เอกลักษณ์ไทย” ก้าวเข้ามาอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันของคนเมือง และเป็นอีกหนึ่ง Souvenir จากเมืองไทย! เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนแล้วต้องซื้อเป็นของฝาก ของขวัญ
"Good Goods" เป็นหนึ่งโชว์เคสของการสร้าง “ระบบนิเวศธุรกิจยั่งยืน” ของวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social enterprise) ส่งต่อความยั่งยืนที่ฉายภาพชัด จับต้องได้! ผ่านการสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และโมเดล ESG อันประกอบด้วย Environmental (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) ที่สอดคล้องกับ UN SDGs
แบรนด์ "Good Goods" ที่มีโลโก้ "ช้าง" รวงข้าว และ ปลาตะเพียน โดดเด่นสะดุดตาทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชื่นชอบอัตลักษณ์ความเป็นไทย ความนิยมของ “Good Goods” จากสาขาแรก “เซ็นทรัลเวิลด์” แจ้งเกิดในปี 2562 มีการขยายสาขาต่อเนื่อง ล่าสุด “เซ็นทรัล พาร์ค” สาขาลำดับที่ 8 และเตรียมเปิดสาขาลำดับที่ 9 “เซ็นทรัล กระบี่” ในวันที่ 24 ต.ค.นี้
กว่าที่ “Good Goods” จะตกผลึก! เป็นเสมือนห้างสรรพสินค้าไทยร่วมสมัยเล็กๆ และไปได้เร็วขึ้นในวันนี้ พร้อมกองทัพสินค้ามากกว่า 1,000 รายการ บริหารจัดการแบบรีเทลสมัยใหม่ สร้างเศรษฐกิจชุมชนสะพัดกว่า 56 ชุมชนใน 27 จังหวัดทั่วประเทศ หัวเรือใหญ่ผู้ปลุกปั้น “Good Goods” พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล เล่าถึงความยาก! พร้อมย้อนแรงจูงใจตั้งแต่แรก
“เราลงพื้นที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ เห็นของดีเต็มไปหมดทุกๆ ที่ ได้แต่เกิดคำถามในใจทำไมไม่มีใครดูแล? และไม่ว่ารัฐหรือเอกชนใครไปทำ (สินค้าชุมชน) ก็ Fail”
ขณะที่กระแส “ความยั่งยืน” เริ่มมาแรง! คำว่า "sustain" เป็นเมกะเทรนด์ที่ทุกองค์กรพูดถึง แต่ยอมรับว่าขณะนั้น (6-7 ปีก่อน) ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า sustain คืออะไร? แต่กลุ่มเซ็นทรัลเองเรามีโครงการเพื่อสังคม (CSR) ที่ทำอยู่กระจัดกระจายกว่า 5,000 โครงการ แบบต่างคนต่างทำ...ขาดทิศทางที่ชัดเจน
หากแต่ภายใต้การเดินทางที่ขึ้นเหนือล่องใต้ตลอดเวลา อีกทั้งได้พบปะพูดคุยกับผู้ใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ คลุกคลีกับชุมชน ชาวบ้าน วิสาหกิจ รวมถึงการเฝ้าติดตามปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งในไทยและต่างประเทศ เห็นปัญหาพิบัติภัยที่คุกคามโลกไม่ว่าจะฝนตกหนัก น้ำท่วมเร็ว อุณหภูมิร้อน เดือด! ภัยแล้ง อยู่นั้นทวีความรุนแรงขึ้นทุกที!
ปัจจัยเหล่านี้กลุ่มเซ็นทรัลนำมาตีโจทย์เพื่อขับเคลื่อน "โครงการความยั่งยืน" อย่างจริงจัง พร้อมวางกรอบบูรณาการทำงานอย่างชัดเจนเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา กำหนด 4 เสาหลัก และเน้นทำในสิ่งที่ถนัด กล่าวคือเรื่องของการศึกษา, ชุมชนและเกษตรกร, สิ่งแวดล้อม และรักษาศิลปวัฒนธรรม-ความเป็นไทย เชื่อมโยงไปถึงแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งล้วนเป็นรากฐานในการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
เมื่อกรอบแนวคิดชัดเจน ผนวกประสบการณ์ของ พิชัย ซึ่งทำแบรนด์มา 500-600 แบรนด์ ได้เรียนรู้หัวใจสำคัญของทำสินค้าให้ติดตลาด ต้องสร้างแบรนด์ ต้องมี กลยุทธ์! หรือ strategy เพื่อนำ "ความเก่ง" ของชาวบ้าน ที่ผลิต "สินค้าดี” มีคุณภาพ ทำให้สินค้านั้นๆ เข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย เรียกว่าให้ “ขายได้จริง” ด้วยคุณค่าของสินค้า ซึ่งจะขยายสู่การสร้างมูลค่า (ขายได้ราคา) พร้อมต่อยอดขยายตลาดกว้างไกลทั้งในประเทศและโกอินเตอร์ได้ในที่สุด
“Reverse Marketing” และซื้อเพราะอยากใช้...ไม่ใช่สงสาร!
เพราะทุกอย่างจะสำเร็จและอยู่ได้อย่างยาวนาน โจทย์สำคัญต้องทำให้แบรนด์เป็นรู้จักและติดตลาดให้ได้ พิชัย นำกลยุทธ์การตลาดแบบย้อนกลับ “Reverse Marketing” ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก เน้นนำเสนอข้อมูลที่ตรงไปตรงมา และ “จริงใจ” เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาหาแบรนด์เอง
“เราพยายามสลับขั้วความคิดให้วิสาหกิจซึ่งมีงานฝีมือที่ดี ต้องออกแบบให้เก๋ ทำให้ลูกค้าอยากซื้อ เพราะอยากใช้ ไม่ได้ซื้อเพราะสงสาร!”
พร้อมวางแนวทางการตลาดที่เน้น “เอกลักษณ์” และ “ความแตกต่าง” ของโปรดักต์ควบคู่กับโปรโมชั่นที่น่าสนใจ รวมทั้งผนึกกำลังบริษัทในเครือเซ็นทรัล ที่นับว่าเป็นขุมพลังใหญ่! ในการสร้างการรับรู้และเพิ่มศักยภาพทางการตลาดในทุกมิติ!
“Good Goods” คือผลิตผลของการนำองค์ความรู้ค้าปลีกของกลุ่มเซ็นทรัลถ่ายทอดให้ชุมชน ร่วมสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่ยั่งยืน และส่งเสริมการขยายตลาดผ่านการนำเสนอสินค้าไปในช่องทางต่างๆ พัฒนาสินค้ากับชุมชนโดยตรง ส่งเสริมศักยภาพคนพิการ พัฒนาทักษะการผลิตผ่านโครงการต่างๆ เช่น ตะกร้าสานผู้พิการ ร่วมกับสมาคมรวมใจพิการ จ.อุดรธานี รับซื้อสินค้ามาจำหน่ายในร้าน “Good Goods” สนับสนุน น้องๆ ออทิสติก นำงานฝีมือ เช่น ภาพวาด มาทำเป็นลายเสื้อ ร่วมกับกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มคนที่เคยเข้าเรือนจำ ร่วมสร้างงาน สร้างรายได้
โดยทีมเซ็นทรัล ของ “Good Goods” จะทำหน้าที่ “โค้ช” เข้าไปช่วยดีไซน์ การใช้สี ทำการตลาด สร้างเอกลักษณ์ (ดั้งเดิม) ให้แตกต่างในแต่ละพื้นที่ เพื่อเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา (หากสินค้าเหมือนกัน)
"Good Goods" มุ่งหน้าโกลบอลแบรนด์-สินค้าระดับโลก
ปัจจุบัน “Good Goods” มีสินค้าครอบคลุม 6 กลุ่มหลักกว่า 1,000 รายการ ได้แก่ 1.งานคราฟต์ อาทิ ตะกร้า เครื่องสาน ตุ๊กตา โครเชต์ 2.เสื้อผ้า เครื่องประดับ หมวก รองเท้า 3.อาหารแห้ง ขนม และกาแฟ 4.มุมคาเฟ่ กาแฟชุมชน 5.สินค้าสปา และเครื่องหอม 6.งานภาพพิมพ์ หนังสือ และงานภาพวาดต่างๆ จากศิลปินที่ร่วมกับ “Good Goods”
โดยสินค้ายอดนิยมในกลุ่มชาวต่างชาติ เช่น ตะกร้าสานพลาสติก ชาร์มห้อยกระเป๋า กระเป๋าถักนิตติ้ง เสื้อยืด logo งานหัตถกรรม กระเป๋าผ้าขาวม้า
ส่วนชาวไทย นิยมสินค้าหัตถกรรมที่หาที่อื่นไม่ได้ เช่น ตะกร้ากระจูด กระเป๋ากกพันเกียว สินค้าที่ระลึก เช่น กระเป๋าซองซิป หรือกระเป๋ากกใบเล็ก
พิชัย กล่าวย้ำว่า อีกเป้าหมายใหญ่ของ “Good Goods” อยากให้เด็กรุ่นใหม่ คนไทย อยากกลับมาใช้ “ของไทย” มากขึ้น และเป้าหมายสูงสุด มุ่งหน้าสู่สินค้าระดับโลก เป็นหนึ่งใน Global Brand ด้วย “จุดขาย” จาก “จุดแข็ง” ของสินค้าไทยซึ่งนอกเหนือจากศิลปหัตถกรรมไทย ยังมีกลุ่มสินค้าที่น่าสนใจรอการพัฒนาต่อเนื่องอย่าง เครื่องสำอาง สมุนไพร เครื่องใช้ในห้องน้ำ ฯลฯ
จะเห็นว่าในเชิงเศรษฐกิจ Good Goods สะท้อนให้เห็นว่า “เศรษฐกิจชุมชน” สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนหากมีระบบบริหารจัดการและการตลาดที่ทรงประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างจังหวัดอุดรธานี ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในการจ้างงานผู้พิการให้สานตะกร้า เริ่มจากสมาชิก 8 คน ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 400 คน และมีรายได้รวม 27 ล้านบาทต่อปีแต่ละคนมีรายได้เฉลี่ย 20,000-50,000 บาทต่อเดือน
ทลายข้อจำกัดสู่ความท้าทายแห่งอนาคต
แม้เวลานี้ Good Goods จะขับเคลื่อนไปด้วยดี แต่ยังมีอีกหลาย painpoint และหลายความท้าทายเพื่อบรรลุเป้าหมายในอนาคต
ไม่ว่าจะความไม่แน่นอนของวัตถุดิบ การผลิต การขาดองค์ความรู้ (Know-how) ด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ปัจจัยภายนอกจากตลาดโลก เช่น นักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรในตลาด Futures ของกาแฟ ทำให้ราคาขึ้นลงรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เกษตรกรรายย่อยควบคุมไม่ได้
"รัฐบาลควรเข้ามามีบทบาท ช่วยสนับสนุนเทคโนโลยี ถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรสมัยใหม่ การใช้เทคโนโลยี AI ช่วยแก้ปัญหา ซึ่งจะสามารถยกระดับภาคการเกษตรได้มาก"
อีกความท้าทายใหญ่ของ "Good Goods" ที่ต้องเร่งทลายข้อจำกัด นั่นคือ ความต่อเนื่อง! ซึ่งชาวบ้าน ชุมชน ยังขาดการวางแผนผู้สืบทอด หรือ Successor นอกจากนี้ การที่ชุมชน หรือชาวบ้าน มีความพยายามทำสิ่งที่ตนเองไม่ถนัด เช่น บางชุมชนปลูกกาแฟดีมาก อยากคั่วเอง แต่รสชาติเสียหมด หรือบางชุมชนทอผ้าสวย อยากตัดเย็บเองแต่กลับขายไม่ได้ เพราะไม่มีดีไซน์
ดังนั้นกลับไปที่กรอบความคิดสำคัญ “ทุกคนควรทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด” และ "ให้ผู้เชี่ยวชาญอื่นมาช่วยต่อยอด!"
สำหรับกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล ซึ่งมีธุรกิจใน 44 จังหวัดทั่วไทย มุ่งต่อยอดจากการสร้างอีโคซิสเต็มในพื้นที่นั้นๆ ให้ครบวงจร ทุกมิติ ตั้งแต่การมองหา “ของดี” ในจังหวัด เสมือนควานหาช้างเผือก การผลักดันหอการค้าจังหวัด โดยเฉพาะผู้บริหารหอการค้ารุ่นใหม่ YEC (Young Entrepreneur Chamber) เข้ามาช่วยขับเคลื่อนโครงการ ประสานชุมชนต่างๆ เพื่อลดการพึ่งพาจากส่วนกลาง ควบคู่ไปกับโครงการเซ็นทรัล ทำ ซึ่งมีหลายจังหวัดเริ่มนำร่องแล้วเช่น เชียงใหม่ ปัตตานี สมุย ชัยภูมิ น่าน สกลนคร และขอนแก่น
บิ๊กโปรเจกต์ของ "Good Goods" ยังคงเดินหน้าสร้าง “ศูนย์เรียนรู้” รวมทั้งมองหา "Flagship Store" แบบ Stand-Alone ซึ่งต้องการบ้านไทยย้อนยุค เพื่อเนรมิตเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จำหน่ายสินค้า และฉาพภาพลักษณ์แบรนด์ "Good Goods" ที่สะท้อนความเป็นไทยอย่างแท้จริง
ในประเทศไทย "Good Goods" มีแผนขยายสาขาเพิ่มปีละ 2-4 แห่ง เน้นเมืองท่องเที่ยวและพื้นที่ยุทธศาสตร์ สร้างการเติบโตไปพร้อมกันทั้งแบรนด์และชุมชน ผ่านขุมพลังเซ็นทรัล! ในการสร้างการรับรู้และเพิ่มศักยภาพทางการตลาดในทุกมิติ
และ 1-2 ปีข้างหน้า มีแผนนำ "Good Goods" ปักหมุดเปิดร้านในตลาดต่างประเทศอาจเริ่มจากป๊อปอัพสโตร์ในประเทศที่มีเครือข่ายห้างค้าปลีกของกลุ่มเซ็นทรัลอยู่แล้ว เช่น อิตาลี อังกฤษ
พิชัย ทิ้งท้ายว่า พลังของกลุ่มเซ็นทรัล ทีมงานเซ็นทรัล และเครือข่ายชุมชนที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ ก้าวเดินไปพร้อมกันอย่างมุ่งมั่นจะนำพาสินค้าเอกลักษณ์ไทยร่วมสมัย "Good Goods" โมเดลสำคัญของการแบ่งปันองค์ความรู้ในฐานะพี่ใหญ่แห่งวงการธุรกิจ ในการส่งเสริมทักษะการผลิต การตลาด การสื่อสาร สร้างโอกาสใหม่ ด้วยพลังแห่งเครือข่าย ปูทางให้สินค้าชุมชน ภูมิปัญญาไทย ขยายตลาดกว้างไกล ไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมสู่การท่องเที่ยวยั่งยืนและโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น!
"ผมถูกปลูกฝังจากครอบครัวจิราธิวัฒน์ ว่าการทำธุรกิจต้องคิดถึงทุกคน Win Win ไปด้วยกัน ภายใต้แกนสำคัญของกลุ่มเซ็นทรัล Centrality หรือ การเป็นหัวใจของเมือง ซึ่งหมายถึงการเป็นศูนย์กลางของทุกชีวิตในชุมชนเพื่อคุณภาพและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”
ปัจจุบัน "Good Goods" เปิดบริการทั้งหมด 8 สาขา ได้แก่
- ปี 2562 เปิดร้าน Good Goods สาขาแรกในรูปแบบ Concept Store ณ ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ โซน Hug Thai และได้มีการขยายพื้นที่จาก 197 ตร.ม. เป็น 420 ตร.ม. เมื่อเดือน กันยายน 2565
- ปี 2565 เปิดสาขาที่ 2 ณ จริงใจมาร์เก็ต เชียงใหม่ ใกล้กับตลาดต้นไม้คำเที่ยง บนถนนอัษฎาธร
- ปี2567 เปิดสาขาที่ 3 ณ เซ็นทรัลภูเก็ต ฟอลเรสต้า ชั้นGโซนHug Thai
- ปี 2567 เปิดสาขาที่ 4 ณ ห้างสรรพสินค้าชิดลม ชั้น 6
- ปี 2567 เปิดสาขาที่ 5 ณ เซ็นทรัลป่าตอง ชั้น 1 โซนเครื่องสำอางค์ จ.ภูเก็ต
- ปี 2567 เปิดสาขาที่ 6 ณ โรบินสัน โอเชี่ยน จังซีลอน ชั้น 1 ตึกBotanica จ.ภูเก็ต
- ปี 2568 เปิดสาขาที่ 7 ณ เซ็นทรัลพัทยา ชั้น G
- ปี 2568 เปิดสาขาที่ 8 ณ เซ็นทรัล พาร์ค ชั้น LG (สาขาล่าสุด)





