‘บิ๊กอีเวนต์’ ปลุกรายได้ท่องเที่ยวโค้งท้ายปี 68 ลุ้น 4 เดือนดึงทัวริสต์ต่างชาติ 12 ล้านคน

“บิ๊กอีเวนต์” หนึ่งในไฮไลต์ของภาคการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน เปรียบเสมือนแม่เหล็กดึงดูด “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” ในช่วงโค้งท้ายปี 2568 ปลุกบรรยากาศและมู้ดการจับจ่าย กระตุ้นเม็ดเงินสะพัดตามโจทย์มุ่งสร้างการเติบโตด้านรายได้ เพิ่มค่าใช้จ่าย แก้เกมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว
ณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยในไฮซีซัน ตามที่ “อรรถกร ศิริลัทธยากร” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ตั้งเป้าไว้ช่วง 4 เดือนของรัฐบาลชุดใหม่ก่อนยุบสภา ตั้งแต่เดือน ต.ค.2568 - ม.ค.2569 อยากให้ ททท.ผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 12 ล้านคน ซึ่งลดลง 7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เน้นเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ 5.8 แสนล้านบาท ลดลง 3%
ทั้งนี้ ช่วงไฮซีซันจะมีอีเวนต์มากระตุ้นการเดินทาง เริ่มด้วยงาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ ดิวาลี เฟสติวัล 2025” เทศกาลแห่งแสงสี สานสัมพันธ์สองวัฒนธรรมระหว่างไทย-อินเดีย ตลอดเดือน ต.ค. กิจกรรมไฮไลต์อยู่ในพื้นที่คลองโอ่งอ่าง (16-20 ต.ค.) และย่านพาหุรัด (18-20 ต.ค.) มีการแสดงขบวนแห่พระแม่ลักษมี ขบวนแห่พระพิฆเนศ ขบวนแห่สไตล์บอลลีวูด รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย-อินเดีย โชว์จากศิลปินชื่อดัง และการประดับตกแต่งไฟและแลนด์มาร์กแห่งแสงสี
โดยการจัดเทศกาลดิวาลีครั้งนี้ คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวร่วมงานไม่น้อยกว่า 1 แสนคน ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จของตลาดอินเดีย ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 ก.ย.2568 มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 1.8 ล้านคน
งาน “มหาลอยกระทง เวิลด์ อีเวนต์ 2025” ในเดือน พ.ย. มุ่งยกระดับงานเทศกาลลอยกระทงให้เป็น “มหาลอยกระทง” เทศกาลระดับนานาชาติที่สามารถส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทย โดยในปีนี้ ททท.กำหนดจัดกิจกรรมใน 2 พื้นที่ ได้แก่ สุโขทัย (27 ต.ค.-5 พ.ย.) และพระนครศรีอยุธยา (1-5 พ.ย.) คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 4.5 แสนคน กระตุ้นเศรษฐกิจและก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท
“เราต้องการยกระดับงานมหาลอยกระทงให้เป็นงาน IP (ทรัพย์สินทางปัญญา) ของประเทศไทย จึงสร้างขึ้นมาอีกแบรนด์ต่อเนื่องจากงานมหาสงกรานต์ หลังจาก 2 ปีก่อนเราทำแบรนด์มหาสงกรานต์ให้เข้มแข็งได้แล้ว”
อีกงานคือ “วิจิตร เจ้าพระยา 2025” มหาปรากฏการณ์แสดงแสงสีเสียงครั้งยิ่งใหญ่ ปีนี้ขยายระยะเวลาการจัดงานจากเดิม 30 วัน เป็น 45 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.-15 ธ.ค. 2568 เวลา 18.00-22.00 น. บริเวณสถานที่สำคัญริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านคน เกิดรายได้หมุนเวียนช่วงจัดงานไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท
งาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน 2025” การแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก จัดเป็นปีที่ 8 กำหนดจัดวันที่ 30 พ.ย. ณ ถนนพญาไท หน้าเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ และท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันไม่น้อยกว่า 36,000 คน โดยแบ่งเป็นชาวไทยจำนวน 28,000 คน และชาวต่างชาติรวมถึงชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยในไทย (Expat) อีกจำนวน 8,000 คน คาดก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 894 ล้านบาท
อีกไฮไลต์สำคัญคืองาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เคานต์ดาวน์ 2025” เพื่อตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการเคานต์ดาวน์ระดับโลก (Global Countdown Destination) ซึ่ง ททท.ใช้งบรวมสำหรับการจัดงานและสนับสนุนการจัดงานในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศราว 25 ล้านบาท โดยจะเป็นผู้จัดงานเองใน 2 พื้นที่ ได้แก่ เชียงใหม่ และพะเยา คาดมีคนเข้าร่วมงาน 1.5 แสนคน นอกจากนี้ ททท.ยังได้ร่วมสนับสนุนการจัดงานเคานต์ดาวน์ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น ไอคอนสยาม เซ็นทรัลเวิลด์ วันแบงค็อก และอื่นๆ ในกรุงเทพฯ ซึ่งภาคเอกชนเหล่านี้มีความแข็งแรงในการจัดงานอยู่แล้ว โดยปีนี้ ททท.จะไม่มีการจัดงานที่วัดอรุณฯ เพราะไม่ต้องการแย่งฐานผู้เข้าร่วมงานเดียวกับงานอื่นๆ
ส่วนไฮไลต์ปีหน้า ททท.เดินหน้าจัดงาน “มหาสงกรานต์ 2026” ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง หลังทำแบรนดิ้งได้แล้ว มีกระแสการรับรู้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างดี คาดใช้งบจัดงานประมาณ 100 ล้านบาทใกล้เคียงกับปีที่แล้วเพื่อสร้างงาน IP ของประเทศไทยให้เป็นอีเวนต์ระดับโลก โดยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานและสร้างการเติบโตด้านเงินหมุนเวียน 5-10% จากจำนวนคนเข้าร่วมงาน 1.1 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งสร้างเงินหมุนเวียนกว่า 4 พันล้านบาท
ณัฐ กล่าวว่า แนวโน้มตลอดปี 2568 คาดการณ์รายได้รวมท่องเที่ยวอยู่ที่ 2.66 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ตลาดต่างประเทศ 1.51 ล้านล้านบาท ลดลง 5% เทียบกับปีที่แล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 33.4 ล้านคน ลดลง 6% ส่วนรายได้ตลาดในประเทศ 1.15 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%จากนักท่องเที่ยวไทย 204.57 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2%
แนวโน้มปี 2569 รายได้รวมท่องเที่ยว 2.79 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เทียบกับปีนี้ แบ่งเป็นรายได้ตลาดต่างประเทศ 1.63 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 34.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% ส่วนรายได้ตลาดในประเทศ 1.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากจำนวนนักท่องเที่ยวไทย 210.43 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3%







