วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘วัน แบงค็อก’ ย้ำ ‘พื้นที่สีเขียว’ 1 ใน 3 โครงสร้างพื้นฐานที่ ‘กรีนซิตี้’ ต้องมี! ปั้นเมืองให้น่าอยู่และยั่งยืน

‘วัน แบงค็อก’ ย้ำ ‘พื้นที่สีเขียว’ 1 ใน 3 โครงสร้างพื้นฐานที่ ‘กรีนซิตี้’ ต้องมี! ปั้นเมืองให้น่าอยู่และยั่งยืน

โครงการ ‘วัน แบงค็อก’ ย้ำมิติความยั่งยืน ‘พื้นที่สีเขียว’ หนึ่งในหัวใจหลักของโครงสร้างพื้นฐานสร้าง ‘กรีนซิตี้’ ให้ซัคเซส เปิดพื้นที่ให้คนเมืองได้ใช้ชีวิต ออกมาทำกิจกรรม ยกระดับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

ณัฐนี วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวในงานเสวนา “A Call for Adaptation The Sustainability in Trade & Industry” ซึ่งจัดโดย “กรุงเทพธุรกิจ” ร่วมกับ Sustainability Expo 2025 (SX2025) ว่า โครงการ "วัน แบงค็อก" เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีทั้งอาคารสำนักงาน อาคารที่พักอาศัย และห้างสรรพสินค้า เชื่อมต่อกันด้วยพื้นที่เปิดโล่งภายนอกอาคาร ต้องมีโครงการสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น สมาร์ทกริด (ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ) และระบบทำความเย็นแบบรวมศูนย์ นี่คือวิธีการวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเมือง ว่าทำอย่างไรให้มีของตรงกลางแล้วแบ่งกันใช้ได้

ถ้าถามว่าโครงสร้างพื้นฐานตัวไหนที่สำคัญและผลักดันการพัฒนาเมืองสู่ “กรีนซิตี้” (Green City) ได้นั้น ตัวขับเคลื่อนเมืองสำคัญที่สุดหนีไม่พ้น “ระบบพลังงาน” กิจกรรมต่างๆ ในเมืองเกิดขึ้นได้เพราะมีพลังงาน โดยเฉพาะ สมาร์ทกริด ที่มีส่วนสำคัญในการจัดการความต้องการไฟฟ้า โดยในอนาคตที่เราจะก้าวสู่การเป็นเน็ตซีโร่ (Net Zero) ระบบสมาร์ทกริดก็จะเข้ามาเชื่อมต่อกับระบบพลังงานทดแทน

ส่วนโครงสร้างพื้นฐานตัวที่ 2 “ระบบน้ำ” เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน ด้วยเหตุการณ์ Climate Change ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เป็นโจทย์ให้เราคิดว่าจะลดการพึ่งพาทรัพยากรส่วนนี้อย่างไร เราจะรีไซเคิลน้ำอย่างไรดี

และโครงสร้างพื้นฐานตัวที่ 3 “พื้นที่สีเขียว” นี่คืออีกปัจจัยสำคัญที่เราอาจจะไม่ทันมองเท่าไร เพราะนอกจากพลังงานกับระบบน้ำที่เรามีอยู่แล้วให้เมืองเกิดการขับเคลื่อน ต้องดูด้วยว่าเมืองอยู่ได้ดีหรือไม่ด้วย ต่อให้เรามีทรัพยากรเหลือเฟือก็ตาม แต่ถ้าเมืองของเรามันไม่น่าอยู่ การใช้ชีวิตในเมืองก็คงจะเป็นกรีนซิตี้ไม่ได้ การมีพื้นที่สีเขียวจะทำให้คนมีโอกาสทำกิจกรรมสันทนาการมากขึ้น มีกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ ได้ออกกำลังกาย การมีสุขภาพที่ดี มีชีวิตที่ดีขึ้น เป็นส่วนสำคัญของการสร้างกรีนซิตี้

ณัฐนี เล่าเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ในโครงการวัน แบงค็อก ยังได้นำ “มาตรฐานสากล” อีกหลายมาตรฐานมาเป็นตัวชี้วัด สาระสำคัญคือขั้นตอนการไปสู่ภาพความสำเร็จตรงนั้นมากกว่า

“วัน แบงค็อก เป็นโครงการที่ได้การรับรองโดยมาตรฐาน LEED for Neighborhood Development รับรองการสร้างชุมชนที่มีความยั่งยืน ซึ่งมีกรอบชัดเจนว่าต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้าง ทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนสามารถมองเห็นภาพร่วมกันของการสร้างเมืองเมืองหนึ่ง ว่าเราต้องการบรรลุเรื่องอะไรร่วมในการสร้างชุมชนที่มีความยั่งยืน”

‘วัน แบงค็อก’ ย้ำ ‘พื้นที่สีเขียว’ 1 ใน 3 โครงสร้างพื้นฐานที่ ‘กรีนซิตี้’ ต้องมี! ปั้นเมืองให้น่าอยู่และยั่งยืน

อย่างมาตรฐาน LEED for Neighborhood Development อาจมีคำถามว่าเหมาะกับประเทศไทยหรือไม่ แล้วต้องมาทำกับโครงการในประเทศไทยอย่างไร จะเห็นได้ว่าโครงการวัน แบงค็อก ในฐานะส่วนหนึ่งของเมือง ต้องเชื่อมต่อกับเมืองส่วนอื่นๆ ด้วย การออกแบบเชิงกายภาพเลยออกมาชัดและมองเห็นได้ เช่น โครงการนี้ไม่มีการปิดล้อมพื้นที่ จะเห็นว่าไม่มีการล้อมรั้วเลยทั้งฝั่งถนนวิทยุและถนนพระราม 4 เราเปิดให้คนเข้ามาใช้พื้นที่ในโครงการได้ตลอดเวลา โดยพื้นที่เปิดโล่งหรือพื้นที่สีเขียวเหล่านี้ก็ต้องได้รับการออกแบบให้เข้ากับบริบทของประเทศไทยที่มีอากาศร้อน ให้คนเข้ามาใช้พื้นที่เหล่านี้ได้อย่างสบาย มีต้นไม้ให้ร่มเงา มีน้ำพุ ใช้การระเหยของน้ำเพิ่มความเย็น

โดยเกณฑ์เหล่านี้ไม่ได้พูดถึงการออกแบบผังหรือการเชื่อมต่อกับเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ยังพูดถึงการใช้ทรัพยากรต่างๆ เช่น การออกแบบอาคาร ซึ่งที่ผ่านมาเราอาจจะรู้สึกว่าอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ก็เป็นตึกกระจกเหมือนกันไปหมด แต่จริงๆ แล้วมีรายละเอียดที่ต้องคำนึงถึงด้านการออกแบบตึก เช่น ใช้กระจกที่ช่วยกันความร้อนจากข้างนอกเข้าสู่ข้างในอาคาร หรือมีแผงกันแดดเพื่อไม่ให้แสงอาทิตย์มากระทบกระจกโดยตรง นี่ก็เป็นตัวอย่างการใช้มาตรฐานสากลมาออกแบบและปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย

“ความยั่งยืนมีหลายมิติ ไม่ได้มีแค่เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่มีมิติทางสังคมด้วย อย่างเช่นพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเมือง สำหรับคนที่เข้ามาในพื้นที่ของโครงการวัน แบงค็อก สิ่งแรกที่จะได้สัมผัสคือพื้นที่สีเขียวและเปิดโล่ง” ณัฐนี กล่าวย้ำ

ก่อนหน้านี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีโครงการ “สวน 15 นาที” ซึ่งตัวเลข 15 นาทีเป็นระยะเวลาที่ไม่มากเกินไปในการใช้ความพยายามเดินทางไปอีกจุดหนึ่งด้วย “การเดิน” ถ้าสามารถเดินทางถึงสวนได้ภายใน 15 นาที ก็สามารถพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย และมีส่วนทำให้คนเมืองค่อยๆ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

“เราอยากให้มาโครงการวัน แบงค็อก แล้วเข้าใจว่า ‘เมืองที่เดินได้’ เป็นแบบไหน นี่คือจุดที่เราอยากให้คนสัมผัสความยั่งยืนในสเกลระดับเมือง อีกเรื่องสำคัญคือการเข้าถึงขนส่งมวลชนอย่างระบบรถไฟฟ้า ด้วยการสร้างทางเชื่อมไปยังสถานี MRT และให้บริการรถชัตเทิลบัสเชื่อสถานี BTS สามารถช่วยให้คนเดินทางได้ง่ายขึ้น ชีวิตประจำวันดีขึ้น หรือแม้แต่คนที่ขี่จักรยานมาทำงาน เราก็ต้องซัพพอร์ตเขา เมื่อขี่มาถึงที่ทำงานแล้ว ตัวเขาชุ่มเหงื่อ เรามีห้องอาบน้ำรองรับ”

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ มาสนับสนุนความเป็นอยู่ เช่น เทคโนโลยีเกี่ยวกับสุขภาพ เรามีตัววัดคุณภาพอากาศเปรียบเทียบกันระหว่างข้างในและข้างนอกอาคาร หากข้างนอกอาคารมีฝุ่น PM2.5 เยอะ แล้วข้างในอาคารสามารถกรองอากาศได้ดีพอหรือไม่ แสดงผลบนแอปพลิเคชั่นในมือถือหรือบนจอแอลอีดี พวกนี้เป็นความยั่งยืนอีกมิติที่เราสามารถสื่อสารกับคนทั่วไปได้

‘วัน แบงค็อก’ ย้ำ ‘พื้นที่สีเขียว’ 1 ใน 3 โครงสร้างพื้นฐานที่ ‘กรีนซิตี้’ ต้องมี! ปั้นเมืองให้น่าอยู่และยั่งยืน