วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

'ฐาปน' ปลุกพลังร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง สู่อนาคตประเทศไทย-โลกยั่งยืน

'ฐาปน' ปลุกพลังร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง สู่อนาคตประเทศไทย-โลกยั่งยืน

"ฐาปน" แม่ทัพใหญ่ไทยเบฟ ในนามผู้จัดงาน SX Sustainability Expo 2025 ปลุกพลังทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืนเพื่ออนาคตประเทศ-โลก ย้ำวิกฤติสิ่งแวดล้อม คือ แรงกดดันธุรกิจต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอด

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานอำนวยการ Sustainability Expo ได้กล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรี ผ่านงาน A Call for Adaptation ในนามของคณะผู้จัดงาน SX Sustainability Expo 2025 เพื่อต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “A Call for Adaptation : The Sustainability in Trade and Industry” 

ทั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งที่ประเทศไทย จะได้แสดงเจตนารมณ์ และความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการค้า และอุตสาหกรรมไปสู่ความยั่งยืนในยุคที่โลกเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ 

“ขอขอบคุณคุณฉาย บุญนาค ประธานกรรมการบริหาร และ CEO Nation Group รวมถึงท่านผู้บริหารเครือเนชั่นที่ร่วมจัดงานเสวนาในวันนี้ และที่สำคัญที่สุด และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กรุณาให้เกียรติตอบรับมาเป็นองค์ปาฐกในหัวข้อ “การยกระดับอุตสาหกรรม การค้า การลงทุน สู่ความยั่งยืน” ในงาน Sustainability Expo ของเรา”

'ฐาปน' ปลุกพลังร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง สู่อนาคตประเทศไทย-โลกยั่งยืน

สำหรับงาน Sustainability Expo สักเล็กน้อย งาน Sustainability Expo ได้จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2020 และจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ภายใต้แนวคิดหลัก “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) โดยได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะทรง “สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” พร้อมทั้งน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) มาเป็นแนวทางสำคัญในการจัดงาน และมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานไปจวบจนถึงปีพุทธศักราช 2570 อันเป็นวโรกาสแห่งการถวายพระเกียรติ ครบ 100 ปีแห่งวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อีกด้วย

ในปี 2567 มีผู้สนใจเข้าชมงานมากกว่า 770,000 คน และในปีนี้ยังคงได้รับเกียรติจากวิทยากร และผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนทั่วโลกกว่า 750 ท่าน พร้อมด้วยเครือข่ายภาครัฐ และภาคธุรกิจจากบริษัท และองค์กรชั้นนำของไทย และต่างประเทศกว่า 270 แห่ง มาร่วมกันแบ่งปันองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ

สำหรับการจัดงาน Sustainability Expo ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือของผู้ร่วมก่อตั้งซึ่งประกอบด้วย บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เอสซีจี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รวมถึงเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทยหรือ TSCN (Thailand Supply Chain Network) และผู้สนับสนุนการจัดงานจากทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึง 5 ตุลาคมนี้

'ฐาปน' ปลุกพลังร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง สู่อนาคตประเทศไทย-โลกยั่งยืน

“เราได้เห็นผลกระทบของวิกฤติสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ หรือความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนว่า การปรับตัวไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นความจำเป็นที่ทุกองค์กรต้องดำเนินการอย่างจริงจังและเร่งด่วน”

ภาคอุตสาหกรรมในฐานะกลไกหลักของเศรษฐกิจไทย มีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างระบบเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตที่ปลอดคาร์บอน (Decarbonization) ต้องอาศัยการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด การปรับปรุงกระบวนการผลิต และการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ

แต่การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อเราสามารถสร้างระบบซัพพลายเชนที่แข็งแรงและมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย ให้สามารถปรับตัว และเติบโตไปพร้อมกับแนวทางความยั่งยืน จึงต้องช่วยให้ SMEs เข้าถึงองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสม และมีโอกาสในการเชื่อมโยงกับตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงเพื่อความอยู่รอด แต่เพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้ตอบโจทย์ความยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐที่ต้องกำหนดนโยบาย และแรงจูงใจที่ชัดเจน ภาคเอกชนที่ต้องลงทุน และภาคประชาสังคมที่ต้องร่วมสนับสนุน

'ฐาปน' ปลุกพลังร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง สู่อนาคตประเทศไทย-โลกยั่งยืน

“ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย และโลกใบนี้ เพราะการปรับตัวไม่ใช่เพียงการตอบสนองต่อวิกฤติ แต่คือ โอกาสในการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ที่แข็งแรง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

อย่างไรก็ตาม ภายในงานแขกผู้มีเกียรติได้มีโอกาสรับฟังปาฐกถาพิเศษ โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อรับฟังทิศทางในการขับเคลื่อนประเทศไทย รวมถึงโอกาส การเติมเต็มอนาคต และเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์