วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ไทย’ ไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ ‘ท่องเที่ยว’ แค่ประเทศเดียว! ‘อรรถกร’ ชี้ต้องปรับ Mindset ลุยดึงทัวริสต์จีนอีก 2-3 ล้านคน

‘ไทย’ ไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ ‘ท่องเที่ยว’ แค่ประเทศเดียว! ‘อรรถกร’ ชี้ต้องปรับ Mindset ลุยดึงทัวริสต์จีนอีก 2-3 ล้านคน

‘อรรถกร’ สั่งการ ‘ททท.’ แก้โจทย์หินภาคท่องเที่ยวไทยปี 68 ซบเซา เร่งกระตุ้นโค้งท้ายปี ดึง ‘นักท่องเที่ยวจีน’ กลับมา 2-3 ล้านคนในช่วง 4 เดือนของรัฐบาลชุดใหม่ ย้ำประเทศไทยต้องปรับ Mindset ว่าไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวเพียงประเทศเดียว ยังมีประเทศอื่นอัปเลเวลช่วงชิงฐานนักท่องเที่ยวแข่งกับไทย

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ในช่วงเช้าของวันนี้ (2 ต.ค.) ว่า ยอมรับว่าภาคการท่องเที่ยวไทยในปีนี้อาจจะซบเซาลงบ้าง แต่ด้วยกรอบเวลาการทำงาน 4 เดือนของรัฐบาลชุดใหม่ จึงได้วางแนวทางการทำงานระยะสั้น มุ่งเน้นไปที่ตลาดกลุ่มประเทศเป้าหมายที่ต้องการเรียนเชิญให้เดินทางกลับมาเที่ยวประเทศไทย

“วันนี้เราต้องปรับมายด์เซ็ต (Mindset) ของตัวเองก่อน ไม่ใช่ว่าเราเป็นยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวเพียงประเทศเดียว ยังมีประเทศอื่นที่เขาพัฒนาขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวเช่นกัน ซึ่งอาจตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ดีกว่าเราในบางด้าน เราจึงต้องใช้คำว่า เรียนเชิญ ไม่ใช่แค่ เชิญชวน อีกต่อไป”

สำหรับการดำเนินงาน จะปรับเปลี่ยนจากการทำการตลาดแบบภาพรวมกลุ่มประเทศ มาเป็นการทำการบ้านและวางกลยุทธ์เฉพาะเจาะจงเป็นรายประเทศ เพื่อให้เหมาะสมกับพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน โดยหวังว่าจะสามารถฟื้นฟูจำนวนนักท่องเที่ยวให้กลับมาใช้จ่ายและช่วยโปรโมทประเทศไทยในฐานะประเทศยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวต่อไป

“ทั้งนี้ได้มีการตั้งโจทย์ใหม่ร่วมกับผู้บริหาร ททท. ซึ่งเป็นตัวเลขเป้าหมายที่สูงกว่าคาดการณ์เดิมและต้องไขว่คว้าให้มากๆ ถึงจะไปถึง”

ส่วนกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวถึงเป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมา 2-3 ล้านคนในช่วง 4 เดือนของอายุรัฐบาล นายอรรถกร กล่าวว่าเป็นเป้าหมายที่ตนตั้งขึ้นเองและได้แจ้งกับ ร.อ.ธรรมนัส ไว้  เบื้องต้นได้กระตุ้นไปที่ผู้ว่าการ ททท.แล้วว่า “เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ ทำ” แม้จะเป็นตัวเลขที่หลายคนมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่ามีวิธีการที่จะทำให้สำเร็จได้ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ 

สำหรับกลุ่มประเทศเป้าหมายหลักที่ต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยว ประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (Middle East) เช่น ซาอุดีอาระเบีย ขณะเดียวกันจะยังคงรักษาตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปและอเมริกา เช่น กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย รัสเซีย และโปแลนด์ ซึ่งมีตัวเลขที่ดีขึ้นในปีที่ผ่านมาไว้ด้วย นอกจากนี้การส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองในประเทศก็ยังคงดำเนินควบคู่ไปด้วย

‘ไทย’ ไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ ‘ท่องเที่ยว’ แค่ประเทศเดียว! ‘อรรถกร’ ชี้ต้องปรับ Mindset ลุยดึงทัวริสต์จีนอีก 2-3 ล้านคน

นายอรรถกร กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เร่งกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ยังคงเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนโยบายสำคัญ Big Impact Act Fast ได้แก่

1. เน้นย้ำการขับเคลื่อนและส่งเสริมตลาดต่างประเทศ ด้วยการตั้งเป้าหมายเชิงนโยบายให้ท้าทายยิ่งขึ้นภายในเวลา 4 เดือน โดยให้ความสำคัญกับ 7 ตลาดที่มีประสิทธิภาพเป็นลำดับแรก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยตลาดนักท่องเที่ยวจีนได้กำหนดมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย และเน้นการสร้างความสัมพันธ์ไทย-จีน เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวใหญ่ที่เป็นฐานสำคัญของการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง

2. Travel Safe, Worry Free เสริมความมั่นใจ ปลอดภัยทั่วไทย ด้วยศูนย์รับแจ้งเหตุ 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง และแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police รองรับ 8 ภาษา อาทิ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี และภาษารัสเซีย โดยมีฟังก์ชันสำหรับแจ้งเหตุ สอบถามข้อมูล และปุ่ม SOS ที่เชื่อมต่อไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุในทุกจังหวัด

3. Smart Safety, Smart Tourism ใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย โดยใช้ระบบ AI Detect ช่วยตรวจสอบและสแกนใบหน้า เชื่อมโยงข้อมูลหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเฝ้าระวังบุคคลที่มีพฤติการณ์เสี่ยงก่ออาชญากรรม ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์พื้นที่ปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชนไทย

และ 4. Thailand Together บูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อพร้อมให้การต้อนรับและรองรับการท่องเที่ยวสำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย โดยมอบหมาย ททท. เข้าสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์การจัดงานฯ ควบคู่กับการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงในพื้นที่ต่างๆ  ตลอดจนขอให้ประชาชนชาวไทยร่วมกันเป็นเจ้าบ้านและเจ้าภาพที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย