‘อรรถกร’ ลุยปัดฝุ่นโมเดล ‘คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน’ กระตุ้นท่องเที่ยว

‘อรรถกร’ ลุยปัดฝุ่นโมเดล ‘คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน’ กระตุ้นท่องเที่ยว

‘อรรถกร’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ คนใหม่ เข้ากระทรวงวันแรก (26 ก.ย.) ปัดฝุ่นโครงการเก่าๆ โมเดล ‘คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน’ ที่เคยสำเร็จแล้วมาปรับใช้เพื่อเร่งกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว พร้อมแท็กทีมรองนายกฯ ‘ธรรมนัส’ เดินทางเยือนประเทศเป้าหมาย ‘จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี-อินเดีย-ซาอุดีอาระเบีย’ ฟื้นเชื่อมั่นการท่องเที่ยวและเจรจาเรื่องการเกษตรแบบทูอินวัน ด้าน ‘ธรรมนัส’ ตั้งเป้า ดึงนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย 2 ล้านคน ภายใน 4 เดือนนี้

เช้าวันนี้ (26 ก.ย.) เมื่อเวลา 08.39 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ ได้เข้าเริ่มงานที่กระทรวงฯ เป็นวันแรกและไหว้ศาลพระภูมิสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการทำงานว่า แนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านภาคการท่องเที่ยว ได้วางเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว มุ่งเน้นฟื้นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาใกล้เคียงระดับ 40 ล้านคนของปี 2562 ก่อนโควิด-19

ในช่วงกรอบ 4 เดือนนี้ก่อนยุบสภาตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะมุ่งเน้นภารกิจระยะสั้น เร่งกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น ถ้าทำแบบเดิมๆ ผลลัพธ์ก็อาจเป็นแบบเดิม โดยได้หารือกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อเจรจาเรื่องเกษตรและการท่องเที่ยวแบบทูอินวัน ซึ่งการไปเยือนครั้งนี้ไม่ใช่ส่งแค่เจ้าหน้าที่ไป แต่ต้องเป็นระดับรองนายกฯหรือรัฐมนตรี เพื่อให้นักท่องเที่ยวมั่นใจว่าประเทศไทยจริงจังกับการดูแลความปลอดภัยและความสะดวกสบายของเขา  สำหรับประเทศเป้าหมายของการไปเยือนในช่วง 4 เดือนนี้ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ซาอุดีอาระเบีย และประเทศอื่นๆ ในตะวันออกลาง

“เราเร่งทำตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ แม้ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก แต่ต้องเลือกโฟกัสตลาดที่มีศักยภาพ พร้อมหาสาเหตุที่นักท่องเที่ยวลดลงเพื่อฟื้นตลาดที่หายไป นำไปแก้ปัญหาให้ตรงจุด”

“ผมเป็นคนเรียลลิสติก (Realistic) ไม่อยากรับปากเกี่ยวกับภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ (Mission Impossible) ต้องเอาตัวเลขจริงๆ มากางดูกัน เพื่อไม่ให้ภาคธุรกิจนำตัวเลขที่เราประกาศไปทำแผนแล้วเกิดความเสียหาย เพราะต้องยอมรับความจริงว่าปีนี้นักท่องเที่ยวลดลงพอสมควร แต่จะพยายามเติมส่วนที่หายไปกลับมา และไม่ละเลยการวางรากฐานสำหรับการท่องเที่ยวและกีฬาที่จะส่งผลในระยะยาว

“ผมทำงานรับเงินหลวง ยืนยันว่าจะทำงานเพื่อประโยชน์ของหลวง ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง”

‘อรรถกร’ ลุยปัดฝุ่นโมเดล ‘คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน’ กระตุ้นท่องเที่ยว

นายอรรถกร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว จะเดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศด้วย โดยนำโครงการที่เคยได้ผลกลับมาใช้ เช่น โครงการลักษณะเดียวกับ “คนละครึ่ง” หรือ “เราเที่ยวด้วยกัน” โดยจะหยิบโครงการที่เข้าถึงประชาชนมากที่สุดในรอบ 10 ปีมาปรับปรุงใหม่ เลือกสิ่งที่เคยสำเร็จ 70-80% มาปรับใช้ ดีกว่าสร้างโครงการใหม่ที่อาจสำเร็จเพียง 10% และหากมีเงินเหลือจากโครงการเก่า จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติใช้ต่อไป

สำหรับการเป็น เจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ซึ่งมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค. 2568 ใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี และสงขลา มองว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะประกาศความพร้อมของประเทศไทยต่อเวทีโลก พร้อมยืนยันใช้งบประมาณ 2,055 ล้านบาทอย่างคุ้มค่า

ขณะเดียวกันยังเดินหน้าผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ในรูปแบบใหม่ที่ “เน้นความเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ใช่การบังคับ” และยอมรับว่าการจัดแข่ง F1 แม้จะเป็นงานที่มีชื่อเสียง แต่ต้องนำมาศึกษาต่อ เพราะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเม็ดเงินลงทุนกับความจำเป็นด้านอื่นๆ ของประเทศ เช่น ภาคเกษตร และอื่นๆ ที่มีความต้องการใช้งบประมาณสูง

เมื่อถูกถามว่าในช่วงระยะสั้นที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ อยากให้ประชาชนจดจำการทำงานครั้งนี้อย่างไร นายอรรถกร กล่าวว่า “ไม่จำเป็นต้องจำผม ขอให้จำว่าประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านกีฬาได้ก็เพียงพอแล้ว”

‘อรรถกร’ ลุยปัดฝุ่นโมเดล ‘คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน’ กระตุ้นท่องเที่ยว

‘อรรถกร’ ลุยปัดฝุ่นโมเดล ‘คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน’ กระตุ้นท่องเที่ยว

ต่อมา เวลา 10.00 น. ของวันนี้ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางบูรณาการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพัฒน์พงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า "ในช่วง 4 เดือนข้างหน้ารัฐบาลจะดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเยือนไทยไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน ซึ่งการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญมาก รวมถึงความสัมพันธ์ไทย–จีน"

‘อรรถกร’ ลุยปัดฝุ่นโมเดล ‘คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน’ กระตุ้นท่องเที่ยว

สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัย ตำรวจท่องเที่ยวได้เตรียมความพร้อมตลอด High Season โดยมีศูนย์รับแจ้งเหตุ 1155 ทำงาน 24 ชั่วโมง พร้อมแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police รองรับ 8 ภาษา รวมทั้งอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และรัสเซีย โดยมีฟังก์ชันแจ้งเหตุ สอบถามข้อมูล และปุ่ม SOS ส่งต่อไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวในทุกจังหวัดและสถานีตำรวจพื้นที่

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้กำชับให้ตำรวจท่องเที่ยวจัดทำสถิติเปรียบเทียบอาชญากรรมกับนักท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมประชาสัมพันธ์พื้นที่ปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยใช้ระบบ AI Detect สแกนใบหน้าเชื่อมโยงหมายจับจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเฝ้าระวังบุคคลที่มีพฤติการณ์เสี่ยงก่ออาชญากรรม เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งนี้ การดำเนินงานจะมีการบูรณาการร่วมกับกรมการท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และศูนย์ประสานงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center: TAC) โดยมีเจ้าหน้าที่รวม 274 คน ครอบคลุม 79 แห่งทั่วประเทศ พร้อมรองรับการท่องเที่ยวและการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะจัดขึ้นในช่วงไฮซีซัน

‘อรรถกร’ ลุยปัดฝุ่นโมเดล ‘คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน’ กระตุ้นท่องเที่ยว

‘อรรถกร’ ลุยปัดฝุ่นโมเดล ‘คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน’ กระตุ้นท่องเที่ยว