จากผลสำรวจ “ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม เดือนส.ค.2568” ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 13-30 ส.ค.2568 มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 104 แห่ง พบว่าธุรกิจ “โรงแรม” ส่วนใหญ่กว่า 36% หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ประเมินว่าจำนวน “ลูกค้าต่างชาติ” (ไม่รวมลูกค้าจีน) ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 มีแนวโน้มลดลงจากช่วงครึ่งปีแรก
เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า เฉพาะ “ลูกค้าจีน” ที่ปกติแล้วจะเที่ยวในช่วงครึ่งปีแรกมากกว่าครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการโรงแรมกว่า 57% ประเมินว่าจะลดลงจากครึ่งปีแรก โดยเกือบ 1 ใน 4 มองว่าน่าจะลดลงมากกว่า 15% ขณะที่ผู้ประกอบการ 10% คาดลูกค้าจีนจะลดลง 11-15%
ผู้ประกอบการ 43% คาดด้วยว่า “ลูกค้าไทย” ในครึ่งปีหลังจะลดลงเมื่อเทียบครึ่งปีแรก โดย 9% ของผู้ประกอบการทั้งหมดประเมินว่าลูกค้าไทยจะลดลงมากกว่า 20% ขณะที่ 20% คาดลดลง 11-20% อีก 14% คาดลดลงไม่เกิน 10%
สาเหตุที่ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมคาดว่า “ลูกค้าต่างชาติ” (รวมจีน) จะลดลง เป็นเพราะประเด็น “ความกังวลด้านความปลอดภัย” (Safety Concern) รองลงมาคือประเด็นราคาค่าใช้จ่ายในประเทศคู่แข่งน่าดึงดูดกว่าไทย ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในประเทศต้นทาง แหล่งท่องเที่ยวไทยไม่น่าดึงดูด และไม่มีโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวใหม่ๆ
ส่วนสาเหตุที่คาดว่าลูกค้าต่างชาติจะเพิ่มขึ้น ปัจจัยหนุนอันดับแรกคือ “แหล่งท่องเที่ยวไทยยังมีศักยภาพเทียบกับภูมิภาค” รองลงมาคือ ประเด็นความกังวลด้านความปลอดภัยที่เริ่มคลี่คลายลง ผลดีจากโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว ราคาค่าใช้จ่ายในไทยคุ้มค่ากว่าคู่แข่ง และรายได้นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ลูกค้าต่างชาติที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเป็น “กลุ่มตลาดระยะไกล” (Long-haul) อาทิ ยุโรป และสหรัฐ ที่เลือกพักในโรงแรมระดับ 4 ดาว โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคใต้ที่มีแหล่งท่องเที่ยวน่าดึงดูด สะท้อนจากเริ่มเห็นยอดจองห้องพักล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) และบริษัททัวร์ติดต่อเข้ามาบ้างแล้ว
ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ดังกล่าวระบุถึง “อัตราการเข้าพัก” เฉลี่ยเดือนส.ค.2568 อยู่ที่ 62% ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในทุกระดับดาว และเกือบทุกภูมิภาค ตามการเข้าสู่ช่วง “Summer Holiday” ของหลายประเทศในยุโรป ขณะที่คาดการณ์อัตราการเข้าพักเดือนก.ย.68 อยู่ที่ 54%
เมื่อดูเป็นรายภูมิภาค พบว่าภาคเหนือในเดือนส.ค. อัตราการเข้าพักอยู่ที่ 44% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 41% ของเดือนก่อนหน้า ส่วนภาคตะวันออกอยู่ที่ 63% เพิ่มขึ้นจาก 58% ขณะที่ภาคกลาง 69% เพิ่มจาก 67% และภาคใต้ 55% ลดลงเล็กน้อยจาก 56%
เทียนประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวเดือนส.ค. ที่ผ่านมาได้อานิสงส์จากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน “วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025” ใน 4 จังหวัดหลัก กรุงเทพฯ เชียงใหม่ นครราชสีมา และภูเก็ต สอดคล้องกับแคมเปญ “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” โดยภาครัฐคาดว่าการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้สร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศกว่า 8,400 ล้านบาท กระจายรายได้ไปในส่วนต่างๆ และกระตุ้นการจองที่พัก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
สมาคมฯ หวังว่าภาครัฐจะเดินหน้าส่งสริมภาคการท่องเที่ยว และธุรกิจเกี่ยวข้องต่อเนื่อง ยกระดับคุณภาพมาตรฐานบริการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวการเดินทาง เพื่อลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะเมืองหลัก กระจายรายได้ไปในเมืองอื่นๆ สำคัญสุดคือ การสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเพิ่มขึ้น
สำหรับมาตรการช่วยเหลือที่ผู้ประกอบการโรงแรมส่วนใหญ่ต้องการจากภาครัฐ คือ 1.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและรายได้ เช่น เพิ่มการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลัก เมืองรอง การอำนวยความสะดวกด้านท่องเที่ยว อาทิ ขยายระยะเวลามาตรการวีซ่าฟรี และพัฒนาช่องทางการจองพักออนไลน์ ส่งเสริมการจัดประชุมสัมมนาของรัฐและเอกชน เพิ่มจำนวนสิทธิของโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง พัฒนาระบบลงทะเบียนให้มีความเสถียร เข้มงวดในการคัดกรองนักท่องเที่ยวขาเข้า เพื่อเพิ่มจานวนนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ควบคุมจำนวนโรงแรมเปิดใหม่ให้พอดีกับอุปสงค์ เพื่อลดปัญหาซัพพลายล้นตลาด และแก้ไขภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของไทย อาทิ ค่าโดยสารที่ไม่เป็นธรรม และเพิ่มมาตรฐานด้านความปลอดภัยสำหรับการท่องเที่ยว
2.มาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนค่าพลังงาน และควบคุมการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ รวมถึงมาตรการลดหย่อนภาษี อาทิ ภาษีนิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีโรงเรือน 3.มาตรการด้านการเงิน มีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) 4.มาตรการด้านแรงงาน พัฒนาระบบลงทะเบียนแรงงานต่างชาติให้เสถียร และ 5.มาตรการอื่นๆ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภค
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





