วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

เดินเชิงรุกในสนามแข่งขัน เมื่อความเป็นธรรมไม่สมบูรณ์

เดินเชิงรุกในสนามแข่งขัน เมื่อความเป็นธรรมไม่สมบูรณ์

การแข่งขันทางการค้าหรือการแข่งขันทางธุรกิจในโลกทุนนิยมสมัยใหม่ มีความซับซ้อนและเข้มข้นขึ้นมาก การจะคาดหวังให้เกิดการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมอย่างสมบูรณ์แบบ

อาจเป็นสิ่งที่ยากไม่แพ้กับการหาตลาดทางธุรกิจที่ปราศจากความเหลื่อมล้ำทางข้อมูลและอำนาจต่อรอง ดังนั้น การยอมรับข้อเท็จจริงนี้หาใช่เป็นการยอมจำนนต่อความไม่เป็นธรรม หากแต่เป็นการมองและเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง และเพื่อหาคำตอบว่า ผู้ประกอบธุรกิจควร “เดินเชิงรุก” อย่างไร

การดำเนินธุรกิจเชิงรุกภายใต้สถานการณ์ของการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม คงมิได้หมายถึง การที่ผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายจำต้องสร้างความไม่เป็นธรรมในรูปแบบต่างๆ ให้เหนือกว่าผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น แต่แท้จริงแล้ว

การดำเนินธุรกิจเชิงรุกควรหมายถึง การที่ผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรม สร้างจุดแข็งให้กับธุรกิจของตนโดยไม่มีพฤติกรรมทางธุรกิจที่ละเมิดต่อกฎหมายการแข่งขันทางการค้า 

การเดินเชิงรุกที่เป็นธรรมจึงไม่ใช่เรื่องนามธรรม หากแต่สะท้อนใน 2 มิติที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องทำควบคู่กัน กล่าวคือ มิติการป้องกันตนเอง ซึ่งหมายถึงการที่ผู้ประกอบธุรกิจจำต้องเข้าใจกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เพื่อมิให้ตนเองมีพฤติกรรมทางธุรกิจที่ขัดต่อกฎหมาย

และ มิติการต่อสู้ ซึ่งหมายถึงการที่ผู้ประกอบธุรกิจรู้จักใช้ประโยชน์จากกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เมื่อตนถูกเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรมจากพฤติกรรมทางธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น

กฎหมายการแข่งขันทางการค้าของไทยในปัจจุบันคือ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 (พ.ร.บ.การแข่งขันฯ) ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจในทุกระดับจึงไม่ควรมอง พ.ร.บ.การแข่งขันฯ เป็น “เครื่องพันธนาการ” ที่จำกัดอิสระในการดำเนินธุรกิจ

หากแต่จะเป็น “เกราะ” ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจพลาดพลั้งกระทำผิดเสียเองโดยไม่รู้ตัว และในขณะเดียวกันก็เป็น “อาวุธ” ที่ใช้ต่อสู้กับคู่แข่งหรือคู่ค้าที่มีพฤติกรรมทางธุรกิจที่ขัดต่อพระราชบัญญัติฉบับนี้

ตัวอย่างเช่น ผู้ค้าออนไลน์ที่ต้องเผชิญกับการถูกบังคับให้ทำโปรโมชั่นจากเจ้าของแพลตฟอร์ม หากพิจารณาอย่างผิวเผินอาจเข้าใจได้ว่า พฤติกรรมทางธุรกิจนี้เป็นเรื่องปกติในการแข่งขันทางการตลาด แต่ในทางกฎหมายการแข่งขันทางการค้าแล้ว พฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายการใช้อำนาจตลาดที่เหนือกว่าอย่างไม่เป็นธรรม

ดังนั้น หากผู้ค้าออนไลน์รู้จักใช้ พ.ร.บ.การแข่งขันฯ เป็นอาวุธ ก็สามารถร้องเรียนมายังสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) ได้ ในขณะเดียวกันหากเจ้าของแพลตฟอร์มเข้าใจ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ก็จะไม่กระทำความผิดผ่านพฤติกรรมทางธุรกิจดังกล่าว

ปัจจุบัน พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 กำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาปรับปรุงในชั้น “คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าฯ” ของสภาผู้แทนราษฎร

และแน่นอนที่สุด การปรับปรุงแก้ไขในครั้งนี้ ไม่ควรเป็นเรื่องของฝ่ายรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแลเพียงฝ่ายเดียว หากแต่ควรเป็นกระบวนการที่ผู้ประกอบธุรกิจในทุกระดับต้องเข้ามามีส่วนร่วม 

เพราะท้ายที่สุดแล้ว พ.ร.บ.ฉบับที่ได้รับการปรับปรุงเมื่อแล้วเสร็จนี้ ย่อมมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบธุรกิจทุกรายอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง ดังนั้น การแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบธุรกิจจะได้มีส่วนร่วมในการกำหนด กฎ กติกา การแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมในอนาคต 

สำนักงาน กขค. ได้เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบธุรกิจและประชาชนทั่วไปสามารถร่วมแสดงความเห็นผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงาน ทุกความเห็นและประเด็นปัญหาที่ถูกนำเสนอจะได้รับการรวบรวมและนำไปเสนอปรับแก้ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าฯ ซึ่งจะก่อให้เกิดประสิทธิผลอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจไทย

กล่าวโดยสรุป การแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมอย่างสมบูรณ์แบบ อาจเป็นเพียงอุดมคติที่ยากจะเกิดขึ้นจริงในโลกทุนนิยม แต่สามารถทำให้การแข่งขันทางการค้ามีความโปร่งใส สมดุล และเป็นธรรมมากขึ้นได้ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน

โดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจที่ยินยอมจะ “เดินเชิงรุก” ด้วยกลยุทธ์และพฤติกรรมทางธุรกิจที่เป็นธรรม เพราะที่สุดแล้ว ธุรกิจที่ยืนหยัดได้ยาวนาน มิใช่ธุรกิจที่ชนะด้วยการเอาเปรียบ แต่คือธุรกิจที่สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมโดยไม่ขัดต่อกฎหมายการแข่งขันทางการค้า