ขอทลายขีดจำกัดตัวเอง! “บาบีก้อน” ปั้นโมเดลใหม่ ปิดดึกถึงตี 5-ทำเตานั่งกินคนเดียว มองร้านใหญ่แบบเดิมตอบไม่ครบทุกโจทย์ ตั้งเป้าปีนี้มีร้านปิดดึก 13 สาขา ส่วนโมเดลกินคนเดียวขอดูฟีดแบ็ก ประเดิมสาขาแรกที่ “เซ็นทรัลพาร์ค” เล็งขยายโซนกรุงเทพฯ ชั้นใน ดึงคนทำงานมากินเป็นมื้อเช้า-มื้อเที่ยง
ปิ้งย่างมังกรสีเขียวอยู่คู่คนไทยมานาน 38 ปีเต็ม ผลัดใบจากรุ่นที่ 1 สู่รุ่นที่ 2 พร้อมกับความท้าทายใหม่ๆ ที่วันนี้ตลาดปิ้งย่างเองก็ดุเดือดไม่แพ้สุกี้หม้อต้ม จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับหน้าตาร้าน “บาร์บีคิวพลาซ่า” (Bar B Q Plaza) พร้อมกับโต๊ะขนาดใหญ่ มากินหลายคนทั้งแบบกลุ่มเพื่อนหรือพร้อมหน้าพร้อมตากับคนในครอบครัว มาวันนี้โมเดล “One size fits all” ไม่ตอบโจทย์อีกแล้ว ไลฟ์สไตล์คนเมืองเปลี่ยนไป พื้นที่เปลี่ยนไป จะทำอย่างไรให้ธุรกิจเข้าไปอยู่กับผู้บริโภคในโอกาสอื่นๆ ได้บ้าง
นี่คือโจทย์สำคัญที่ “เรืองชาย สุพรรณพงศ์” ประธานบริหารสายงานปฏิบัติองค์กร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด นำมาต่อยอดจนกลายเป็นโมเดลแบบใหม่ โดยระบุว่า เดิมทีบาร์บีคิวพลาซ่าขยายสาขาไปเรื่อยๆ ด้วยโมเดลแบบเดิม กระทั่งวันหนึ่งพบอินไซต์ที่สะท้อนให้เห็นว่า แต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน มีทั้งวันที่ไปออฟฟิศ วันที่อยู่กับครอบครัว จึงต้องปรับโมเดลร้านด้วยแนวคิด “One size fits one”
สำหรับโมเดลเตากินคนเดียว “เรืองชาย” บอกว่า เริ่มต้นจากได้รับการเสนอพื้นที่จากห้างเซ็นทรัลพาร์ค ภายใต้ขนาดพื้นที่ 80 ตารางเมตร กลุ่มเป้าเป็นคนทำงาน และตั้งอยู่ใกล้กับฟู้ดคอร์ท ถ้าเป็นวิธีคิดเดิมได้พื้นที่ขนาดเท่านี้มาก็คงเลือกปฏิเสธไป ทว่า ตอนนี้ “บาร์บีคิวพลาซ่า” เคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกลยุทธ์ “Multi-model” มีทั้งไซซ์ปกติ มีแบบกินคนเดียว และมีแบบปิดดึกด้วย
ห้างเซ็นทรัลพาร์คเป็นมิกซ์ยูส (Mixed-Use) ใจกลางเมือง ประกอบด้วยโรงแรม ห้าง และออฟฟิศ 40 กว่าชั้น มีพนักงานออฟฟิศรวมๆ แล้วมากถึง 5,000 คน การจัดสรรพื้นที่ให้เช่าจึงมีขนาดพอเหมาะ ต้องไปด้วยวิธีคิดใหม่ๆ ทำอย่างไรจะตอบโจทย์คนทำงานได้ เช่นเดียวกับสาขาปิ่นเกล้าที่เพิ่งรีโนเวทไปสดๆ ร้อนๆ ก็ถูกปรับใหม่ภายใต้คอนเซปต์ครอบครัว แต่ละพื้นที่จึงต้องไปด้วยวิธีคิดที่แตกต่างกัน
เมนูของโมเดลกินคนเดียวถูกคิดขึ้นมาใหม่ทั้งหมดสำหรับคนทำงานโดยเฉพาะ มีเมนูเซตให้เลือกเพียง 2 หน้า เลือกง่าย ราคาไม่แรง กินด้วยความรวดเร็ว มากินคนเดียวได้แบบไม่ต้องเขิน “เรืองชาย” ให้ข้อมูลว่า บางครั้งลูกค้าก็อยากกินบาร์บีคิวพลาซ่าคนเดียว แต่ไม่กล้าเข้ามากินในโมเดลร้านแบบปกติเพราะเกรงใจที่ต้องนั่งคนเดียวในพื้นที่โต๊ะใหญ่รองรับ 4 คน บางครั้งก็เขินอายไม่กล้าสั่งชุดอาหารมากินคนเดียว ที่นี่ออกแบบที่นั่งและชุดเมนูสำหรับกินคนเดียวได้แบบไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
“เดิมพื้นที่พวกนี้เป็นพื้นที่เล็กในมิกซ์ยูสออฟฟิศที่เราไม่เคยไปได้เลย ถ้าทำสำเร็จจะเปิดโอกาสในการขยายพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในได้อีก 10-15 สาขา สาขากินคนเดียวคนจะแน่นช่วง 11.00-14.00 น. และอาจจะซาๆ หน่อยไปจนถึง 17.00 น. พอหลัง 17.00 น. ก็จะกลับมาแน่น ซึ่งที่นี่เวลาเปิด-ปิดค่อนข้างยาว เปิดตั้งแต่ 08.00 น. และปิดช่วงเที่ยงคืน เป็นโจทย์ของเราว่า จะดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการในช่วงเช้าและ Late Night ได้อย่างไร คงต้องดูว่า เราทำอะไรที่พร้อมรับประทานได้มากกว่านี้มั้ยในอนาคต”
ด้านโมเดลปิดดึกจากตอนแรกที่ตั้งเป้าเปิดให้ได้ 10 สาขาภายในปีนี้ ปัจจุบันขยายเป็น 13 สาขาภายในสิ้นปี โดยร้านโมเดลปิดดึกสาขาล่าสุดที่เพิ่งเปิดอยู่ที่สาขา Victoria Gardens เพชรเกษม รูปแบบกึ่งๆ สแตนอโลนแต่ยังอยู่ในพื้นที่คอมมูนิตี้มอลล์ วิธีเลือกโลเคชันของโมเดลนี้พิจารณาผ่าน 4-5 ข้อหลักๆ ร้านต้องได้พื้นที่ชั้นล่าง ทางเข้า-ออกต้องไม่รบกวนห้าง ที่จอดรถใกล้กับร้าน มีสิ่งอำนวยความสะดวกเรื่องห้องน้ำและความปลอดภัยครบครัน และที่สำคัญไม่แพ้กัน คือต้องมีร้านปิดดึกตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆ กัน
ผู้บริหารระบุว่า หากมีถึง 13 สาขา ก็จะเป็นจำนวนที่กระจายตัวในกรุงเทพฯ มากพอสมควร ภายในสิ้นปีหน้าตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีก 7 สาขา รวมแล้วจะมีสาขาปิดดึกทั้งหมด 20 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในทั้งหมด ส่วนการไปรอบนอกหรือต่างจังหวัดยังไม่อยู่ในแผน ทั้งนี้ผู้บริโภคที่มากินโมเดลปิดดึกไม่ใช่กลุ่มวัยรุ่นหรือ Gen Z แต่เป็นกลุ่มครอบครัวและคนทำงาน โดยเฉพาะคนทำงานฟรีแลนซ์ที่นาฬิกาชีวิตจบช้ากว่าคนออฟฟิศ รวมถึงคนทำงานในห้างด้วย





