วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ จากแม่ทัพใหญ่ ‘ดุสิตธานี’ กลางศึกสายเลือด สู่ ‘รมว.พาณิชย์’ ป้ายแดง

‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ จากแม่ทัพใหญ่ ‘ดุสิตธานี’ กลางศึกสายเลือด สู่ ‘รมว.พาณิชย์’ ป้ายแดง

สร้างเซอร์ไพรส์อย่างยิ่ง! เมื่อชื่อของ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT ติดโผ ครม.อนุทิน 1 หลังมีรายงานข่าวเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (8 ก.ย.68) ว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ได้ทาบทาม ศุภจี ให้มานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โลกโซเชียลต่างแซ่ซ้องว่า “โควตาคนนอก” ของ ครม.ชุดนี้มีแต่ “คนหน้าตาดี” เห็นแล้วอดตื่นเต้นไม่ได้!

ชีวิตการทำงานของ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” (ชื่อเล่น แต๋ม) ตลอด 36 ปี คร่ำหวอดใน 3 อุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน ทั้งไอที ดาวเทียม และท่องเที่ยว-บริการ ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับดิสรัปชัน (Disruption) มากมายจากเทคโนโลยี และตามรายงานข่าวล่าสุด ศุภจีกำลังจะกระโดดเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับประเทศ ประจำกระทรวงพาณิชย์ หลังได้รับการทาบทามจากนายกฯ อนุทิน

สำหรับประวัติการศึกษา ศุภจี จบการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา ระดับปริญญาตรีสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการเงินและการบัญชีต่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทรอป สหรัฐ

ก่อนหน้าที่ ศุภจี จะเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2559 ได้มัดรวมความรู้ และประสบการณ์มาเป็นส่วนเสริม จากภูมิหลังเป็นคนไทยคนแรกที่ก้าวสู่ตำแหน่งผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สำนักประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สำนักงานใหญ่ ไอบีเอ็ม (IBM) นิวยอร์ก สหรัฐ ทำงานในองค์กรไอบีเอ็มถึง 23 ปี ก่อนจะก้าวสู่อุตสาหกรรมดาวเทียม ในตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เป็นเวลาอีก 4 ปี กระทั่งข้ามฟากมาเป็นซีอีโอนำทัพกลุ่มดุสิตธานีขยายธุรกิจไปสู่น่านน้ำใหม่ นอกเหนือจากกลุ่มธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ต

ศุภจี ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ในช่วงรับไม้ต่อบริหาร ในการสวมหมวก “ซีอีโอนอกสายเลือด” ของกลุ่มดุสิตธานี ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2491 หรือนานกว่า 77 ปี โดย “ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย” ผู้ก่อตั้ง “กลุ่มดุสิตธานี” เป็นซีอีโอนานกว่า 50 ปี ตามด้วยทายาทรุ่นที่ 2 อย่าง “ชนินทธ์ โทณวณิก” เป็นซีอีโออีก 15 ปี พร้อมรับมือกับความท้าทายที่ไม่ใช่แค่คนนอกตระกูล แต่ยังเป็นคนนอกอุตสาหกรรมอีกด้วย

‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ จากแม่ทัพใหญ่ ‘ดุสิตธานี’ กลางศึกสายเลือด สู่ ‘รมว.พาณิชย์’ ป้ายแดง

ศุภจี มาพร้อมกับแผนกลยุทธ์ระยะยาวปรับรากฐานการเติบโตของกลุ่มดุสิตธานีในระยะ 9 ปี เพื่อสร้างการเดินทางบทใหม่ “New Chapter” ให้มีความมั่นคงขึ้นในแง่ที่มารายได้ของพอร์ตโฟลิโอ จากเดิมที่มีธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม พึ่งพารายได้กลุ่มโรงแรมและฮอสพิทาลิตี้มากถึง 90% ของรายได้ทั้งหมด อีกขาคือ กลุ่มการศึกษา

มุ่งหน้าปรับสู่กลยุทธ์ “Balance - Diversify - Expand” การสร้างความสมดุล การเติบโต และการกระจายความเสี่ยง ด้วยการเติมขารายได้ใหม่ ให้ยืนได้ด้วยธุรกิจหลัก 5 กลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่มโรงแรมและฮอสพิทาลิตี้ ปัจจุบันมีโรงแรมในเครือรวมเกือบ 60 แห่ง เมื่อรวมกับกลุ่มแบรนด์ “อีลิธ เฮเวนส์” (Elite Havens) ธุรกิจบริหารจัดการ และให้เช่าวิลล่าหรูรายใหญ่ในเอเชีย ทำให้มีอสังหาริมทรัพย์ในพอร์ตโรงแรม และฮอสพิทาลิตี้รวมมากกว่า 300 แห่ง ภายใต้ 8 แบรนด์ กระจายใน 18 ประเทศ 2.กลุ่มการศึกษา กลุ่มดุสิตธานีน่าจะเป็นกลุ่มแรกที่ทำเรื่องการศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจโรงแรม และการทำอาหารอย่างจริงจัง 3.กลุ่มอาหาร 4.กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ  5.ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการต้อนรับ เฉพาะ 3 กลุ่มธุรกิจหลัง เป็นกลุ่มธุรกิจใหม่ที่บริษัทเพิ่งเริ่มกระจายการลงทุนในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตามแผนกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โดยเป้าหมายกลยุทธ์ 9 ปี แบ่งเป็น 3 ระยะในทุกๆ 3 ปี ระยะที่ 1 มุ่งวางฐานบริษัทให้แข็งแรง ก่อนเข้าสู่ระยะที่ 2 สร้างการเจริญเติบโต และระยะที่ 3 ก้าวสู่ New Chapter ของกลุ่มดุสิตธานี แต่ดันเจอวิกฤติโควิด-19 ระบาดหนักเมื่อปี 2562

จนถึงปี 2568 ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ในการเป็นแม่ทัพใหญ่ของกลุ่มดุสิตธานี เป็นปีที่จะได้เห็นพัฒนาการเติบโตของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผ่านโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” (Dusit Central Park) มูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาท บนที่ดิน 23 ไร่ ทำเลไพร์มโลเคชันหัวมุมถนนสีลมตัดกับถนนพระราม 4 ภายใต้การร่วมลงทุนกันระหว่าง 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) โดยโครงการนี้มี 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ โรงแรม ที่พักอาศัย ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และสวนลอยฟ้า หลังจากได้ทยอยเปิดให้บริการแต่ละองค์ประกอบไปเกือบหมดแล้ว เหลือแค่โครงการที่พักอาศัยแบบ Branded Residence ภายใต้แบรนด์ “Dusit Residences” และ “Dusit Parkside” ซึ่งปัจจุบันมียอดขายกว่า 92-93% หรือคิดเป็นเงินกว่า 17,000 ล้านบาท จะเริ่มทยอยโอนในปลายปี 2568

‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ จากแม่ทัพใหญ่ ‘ดุสิตธานี’ กลางศึกสายเลือด สู่ ‘รมว.พาณิชย์’ ป้ายแดง

แต่แล้ว ศุภจี ต้องเผชิญกับสถานการณ์ปมขัดแย้งภายในศึกสายเลือด 2 ขั้วของ “ทายาทดุสิตธานี” ระหว่างขั้วของ ชนินทธ์ โทณวณิก (พี่ชายคนโต) กับขั้วของ สินี เธียรประสิทธิ์ (ลูกสาวคนโต) และสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค (ลูกสาวคนเล็ก) ทายาทของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งโรงแรมดุสิตธานี ที่ยังคงเป็นประเด็นร้อน ณ ขณะนี้ หลังจากปมขัดแย้งภายในนำไปสู่การถอด “ชนินทธ์ โทณวณิก” ออกจากการมีอำนาจใน “บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด” ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เมื่อเดือนก.พ.2568

และน่าจับตาผลการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของดุสิตธานี ในวันที่ 26 ก.ย.2568 อย่างยิ่ง เพราะนอกเหนือจากวาระ ถอดถอน “ชนินทธ์ โทณวณิก” ให้ออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัทแล้ว  ยังมีวาระขออนุมัติการเปลี่ยนแปลงอำนาจลงนาม จากเดิมซึ่งประกอบไปด้วย ชนินทธ์ โทณวณิก, สินี เธียรประสิทธิ์ และศุภจี สุธรรมพันธุ์ ร่วมกัน 2 ใน 3 คน เปลี่ยนมาเป็นคณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งประกอบด้วย สินี เธียรประสิทธิ์, กฤษดา กวีญาณ และ ศุภศักดิ์ จิรเสวีนุประพันธ์ 

การถอดชื่อ ศุภจี ออกจากการลงนามทั้งๆ ที่เป็นซีอีโอของ บมจ.ดุสิตธานี จึงไม่ต่างจากการริบดาบในการบริหารงาน สั่นคลอนเก้าอี้ซีอีโอของศุภจีอย่างยิ่ง!

แต่แล้ว... ก็ตรงกับจังหวะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ทาบทาม ศุภจี ให้มานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในห้วงเวลาเพียง 4 เดือนก่อนยุบสภา ตามข้อตกลง MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน

ต้องติดตามกันว่าช่วงระยะเวลาอันสั้นนี้ หญิงแกร่งอย่าง “ศุภจี” จะเปลี่ยนมันให้มีความหมาย สร้างคุณค่า และมูลค่าแก่เศรษฐกิจไทยได้มากน้อยขนาดไหน?

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์