วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

‘บางกอกแอร์เวย์ส’ ขีดเส้น 1 เดือน จ่อถอนตัว ‘เมืองการบิน’ หากไร้ข้อสรุป เรียกเงิน 4 พันล้านคืน

‘บางกอกแอร์เวย์ส’ ขีดเส้น 1 เดือน จ่อถอนตัว ‘เมืองการบิน’ หากไร้ข้อสรุป เรียกเงิน 4 พันล้านคืน

“กัปตันพุฒิพงศ์” บิ๊กบางกอกแอร์เวย์ส เผย UTA ประชุมผู้ถือหุ้นด่วนเมื่อเย็นวันที่ 1 ก.ย. 68 หลังความคืบหน้าโครงการ “เมืองการบิน” อืดจัด รัฐไม่สนับสนุน คาดน่าจะให้เวลาอีก 1 เดือน หากสุดท้ายยังไม่ได้ข้อยุติ ทาง UTA ก็จะขอยกเลิกสัญญา และเรียกเงินลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาทคืนจากรัฐ

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่า 2.9 แสนล้านบาทว่า ช่วงเย็นวานนี้ (1 ก.ย.) บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA ได้มีการประชุมภายในระหว่างผู้บริหารกับผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณากำหนดทิศทางเกี่ยวกับเงื่อนไขการเดินหน้าพัฒนาโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินตะวันออก ว่าจะตัดสินใจเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะตามเงื่อนไขการพัฒนาโครงการนี้ต้องเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน แต่ขณะนี้โครงการรถไฟความเร็วสูงมีความล่าช้า และยังไม่มีความชัดเจนใดๆ

ปัจจุบันครบกำหนดแล้วนับตั้งแต่วันลงนามสัญญา ประมาณ 5 ปี แต่ปัจจุบันกลับยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เกิดขึ้น จึงถือว่าภาครัฐทำผิดข้อกำหนด

“ก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้ขอขยายระยะเวลาส่งหนังสือเริ่มงาน (NTP) มา 3 รอบ แม้จะเลยเวลามาแล้ว แต่เราก็ยังให้เวลาอยู่ โดยน่าจะให้เวลาอีก 1 เดือน หากสุดท้ายยังไม่ได้ข้อยุติ ทาง UTA ก็อาจจะยกเลิกสัญญา และจะขอเงินที่ได้ลงทุนไปในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกกว่า 4,000 ล้านบาทไปแล้ว คืนจาก EEC ในฐานะคู่สัญญาด้วย

“ทาง UTA ไม่ต้องการรอโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จึงอยากให้มีการตัดเงื่อนไขนี้ออกไป” นายพุฒิพงศ์กล่าว

ทั้งนี้ UTA อยู่ระหว่างรอการพิจารณาปรับลดขนาดการลงทุนจาก EEC ให้สามารถปรับขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภท เฟส 1 จากเดิมเคยกำหนดไว้ว่าต้องขยายเพื่อรองรับผู้โดยสาร 12 ล้านคนต่อปี แต่ UTA จะขอปรับเฟส 1 ให้เริ่มต้นการรองรับได้ที่ 3 ล้านคนต่อปี จากนั้นค่อยๆ ขยายขีดความสามารถในการรองรับเพิ่มเป็น 60 ล้านคนต่อปี ภายในระยะเวลา 50 ปีที่ได้รับสัมปทาน ซึ่งจะต้องมีการเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา แต่ด้วยที่ผ่านมายังไม่มีการเสนอไป ครม. ทั้งสถานการณ์การเมืองในตอนนี้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ด้านความคืบหน้าโครงการร่วมลงทุนโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ในพื้นที่ EEC ณ สนามบินอู่ตะเภากับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นั้น ล่าสุดบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นเรื่องไปที่ EEC แล้ว ถึงขอบเขตการบริหารงานโครงการนี้เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงานของแต่ละฝ่าย ส่วนจะเริ่มลงทุนเมื่อไรนั้น ยังต้องรอข้อสรุปอีกที

“ทั้ง 2 บริษัทตกลงกันว่าจะแบ่งพื้นที่รับผิดชอบกัน และอาจมีบางจุดที่ใช้ฟาซิลิตี้ร่วมกัน เพราะการร่วมทุนกัน อาจจะมีเงื่อนไขค่อนข้างมาก มันจะไม่ได้เดิน เพราะการตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ด้วยกันนั้น ใช้เวลา ขั้นตอนจะช้า โดยในส่วนของบริษัท การบินกรุงเทพ จะรับผิดชอบพื้นที่ขนาด 30 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 200 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นของการบินไทยที่จะมีการแบ่งเฟสทำ ขณะที่เงินลงทุน ต่างคนต่างลงทุน เบื้องต้น 30 ไร่ของบริษัท การบินกรุงเทพ น่าจะใช้เงินลงทุนราว 1,000 ล้านบาท”