“ศรีฟ้าเบเกอรี่” ร้านเบเกอรี่ของฝากประจำจังหวัดกาญจนบุรี ที่มี “เค้กฝอยทอง” เป็นสินค้าซิกเนเจอร์คู่กาย จากร้านมีชื่อในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ปัจจุบันเครือศรีฟ้าเบเกอรี่ในนาม “ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด” แตกไลน์ธุรกิจ OEM รับจ้างผลิตให้ยักษ์รีเทลระดับประเทศ ทั้งเซเว่น-อีเลฟเว่น แม็คโคร และโลตัส
รวมทั้งยังมีปีกธุรกิจที่ร่วมทุนกับ “ไมเนอร์ ฟู้ด” ในชื่อ “Art of Baking” และเมื่อเร็วๆ นี้ยังปิดดีลกับ “Europastry” ยักษ์เบเกอรี่แช่แข็งสัญชาติสเปน เพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในไทยด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 800 ล้านบาท
ที่พูดมาทั้งหมดนี้มีจุดเริ่มต้นจากเบเกอรี่ห้องแถวเล็กๆ เมื่อ 39 ปีที่แล้ว โดยมี “วิเชียร เจนตระกูลโรจน์” เป็นผู้ก่อตั้ง กระทั่งธุรกิจเติบใหญ่เตะตาทีมงานจาก “เซเว่น-อีเลฟเว่น” จุดหักเลี้ยวที่ทำให้ “ศรีฟ้าเบเกอรี่” เป็นมากกว่าร้านขายของฝากจากเมืองกาญจน์ พอดีกับช่วงรอยต่อที่ “อาร์ท-พีรวัส เจนตระกูลโรจน์” ลูกชายคนโตเข้ามาดูแลธุรกิจศรีฟ้าเบเกอรี่ร่วมกับวิเชียรผู้เป็นพ่อ
แม้ “อาร์ท” จะบอกว่า ตนไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาแบบทายาท ไม่ได้ถูกวางกรอบให้เข้ามารับช่วงกิจการ แต่งานแรกที่เลือกทำหลังเรียนจบ คือการเข้ามาสานต่อโปรเจกต์ที่คั่งค้างไว้หลังนำเสนอผู้เป็นพ่อในช่วงทำวิทยานิพนธ์ปริญญาตรี
“อาร์ท” บอกว่า แม้ตอนนั้นธุรกิจจะมีแนวโน้มเติบโตดีมากแต่ปัญหาก็เยอะมากเช่นกัน คุณพ่อจึงเปิดโอกาสให้เสนอแผนงาน หลังจากนั้นก็เป็นช่วงสร้างโรงงานเพื่อก่อร่างธุรกิจ OEM อย่างจริงจัง ธุรกิจที่บ้านจึงกลายเป็นงานแรกและงานเดียวที่ทำมาตั้งแต่เรียนจบจากภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยมหิดล
เรียนฟู้ดไซน์เพราะเชื่อในธุรกิจอาหาร เศรษฐกิจไม่ดีแค่ไหนคนก็ต้องกิน
เลือกเรียนสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร หรือ “Food Science” เพราะมีความเชื่อว่า ธุรกิจอาหารเป็นปัจจัยสี่ เศรษฐกิจเป็นอย่างไรคนก็ยังต้องกิน อาร์ทเล่าว่า ตนเองเชื่อเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก เชื่อว่าอุตสาหกรรมอาหารจะอยู่ยงคงกระพันไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้คิดว่า ต้องเรียนเพื่อกลับมาสานต่อกิจการที่บ้าน ทว่า อาจเพราะเห็นและคลุกคลีกับธุรกิจอาหารมาตั้งแต่จำความได้
“อาร์ท” เล่าย้อนชีวิตในวัยเด็กให้ฟังว่า ภาพจำของเขา คือทุกๆ ปิดเทอมจะไม่อยากกลับบ้าน เพราะ “ป๊า” จะไม่ให้อยู่เฉยๆ ชอบให้ลุกไปทำงาน สมัยก่อนบ้านกับโรงงานเบเกอรี่อยู่ในห้องแถวตึกเดียวกัน ถึงเวลาปิดเทอมอาร์ทจะขอไปนอนบ้านเพื่อนเป็นประจำ ซึ่งในบรรดากลุ่มเพื่อนสนิทก็มีกิจการที่บ้านหลากหลายประเภท บางคนครอบครัวทำธุรกิจสิ่งทอและเสื้อผ้า บางคนทำเครื่องเสียงรถยนต์
ภาพที่เห็นเป็นวิวัฒนาการตามวันเวลา คือหลายบ้านมีอันต้องปิดกิจการ บ้างก็ทยอยล้มหายตายจากเพราะโดนตีตลาดจนรายเล็กอยู่ไม่ได้ แต่ในทางตรงกันข้ามธุรกิจเบเกอรี่ที่บ้านอาร์ทกลับโตวันโตคืน ไม่นานก็ได้ฤกษ์เปิดสาขาใหม่ มีโรงงานแห่งใหม่เพิ่มขึ้นอีก “อาร์ท” บอกว่า ในวัยเด็กไม่ได้มีความคิดอยากกลับไปช่วยงานที่บ้าน เพียงแต่เห็นว่า ขายเบเกอรี่แล้วมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เป็นสาเหตุที่ตัดสินใจปักธงอยากเรียนฟู้ดไซน์ตั้งแต่นั้นมา
“อาร์ท” บอกว่า “ป๊า” ไม่เคยบังคับให้กลับมาทำงานที่บ้าน ทว่า จังหวะเวลาเป็นใจในช่วงใกล้เรียนจบทำให้ตนมีโอกาสเข้าไปช่วยงานในโรงงาน ขายดีมากแต่ปัญหาก็เยอะมากเช่นกัน จากที่คิดว่าจะออกไปหาประสบการณ์ทำงานบริษัทอื่นสัก 3-4 ปี กลายเป็นได้กลับมาทำงานที่ศรีฟ้าเบเกอรี่ตั้งแต่เรียนจบจนถึงปัจจุบัน
“ตอนนั้นเขากำลังสร้างโรงงานผลิตเค้กฝอยทองให้กับเซเว่น-อีเลฟเว่น ช่วงเรียนจบทำวิทยานิพนธ์ผมกลับมาอยู่บ้าน ก็ตามสไตล์ป๊าเขาจะบังคับให้เข้าโรงงาน ทำงาน เราก็เห็นปัญหาเยอะมาก พอไปบอกว่า ควรทำแบบนี้นะ เขาก็ถามกลับมาว่า แล้วให้ป๊าทำไง มีวิธีแก้มั้ย มีอะไรเสนอมั้ย ทำไป 1-2 โปรเจกต์ก็เริ่มพัวพัน เริ่มทำงานกับพี่ๆ ที่โรงงาน ที่ออฟฟิศ โรงงานใหม่ก็กำลังจะขึ้นด้วยเลยทิ้งไม่ลงก็เลยยาวมาจนถึงตอนนี้”
ดัน “เค้กฝอยทอง” เข้า 7-11 จุดเริ่มต้นอาณาจักร OEM เบอร์ต้นเมืองไทย
ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้เล่นระดับประเทศ เป็นจังหวะเวลาที่ “อาร์ท” เรียนจบ-ตัดสินใจเข้ามาทำงานที่ศรีฟ้าพอดี เขาเล่าว่า จุดเริ่มต้นธุรกิจรับจ้างผลิตเกิดขึ้นเมื่อปี 2548 “ศรีฟ้าเบเกอรี่” มีชื่อเสียงในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม หากแวะมาซื้อของฝากที่ร้าน ต้องได้ “เค้กฝอยทอง” ติดมือกลับไปแทบทุกราย
ตอนนั้นพอร์ชันการขายเค้กฝอยทองมีขนาด 1 ปอนด์ แบ่งเป็น 6 ชิ้น โดยที่ร้านจะตัดแบ่งชิ้นเล็กๆ ให้ลูกค้าได้ชิมก่อน จากนั้นก็เริ่มพัฒนาเค้กฝอยทองชิ้นเล็กเสิร์ฟตามงานจัดเลี้ยง สัมมนา เทรนนิ่ง ฯลฯ ปรากฏว่า กลุ่มที่มาสัมมนาในเมืองกาญจน์แล้วได้มีโอกาสชิมเค้กฝอยทอง คือกลุ่มคนทำงานแผนกจัดซื้อจาก “เซเว่น-อีเลฟเว่น” ฝ่ายจัดซื้อเข้ามาติดต่อชักชวนให้นำเค้กฝอยทองเข้าไปวางขายที่เซเว่นฯ “วิเชียร” มองเป็นโอกาสทอง แต่ติดปัญหาอยู่อย่างเดียว คือกำลังการผลิตของศรีฟ้าในตอนนั้นไม่เพียงพอ
-อาร์ท-พีรวัส เจนตระกูลโรจน์ ผู้บริหารและทายาทรุ่นที่ 2 ศรีฟ้าเบเกอรี่-
หลังจากนั้นเซเว่น-อีเลฟเว่น ตามตื๊ออยู่อีก 1-2 ปี กระทั่ง “วิเชียร” ใจอ่อน ตัดสินใจซื้อที่ดินผืนใหม่สร้างโรงงานผลิตเค้กฝอยทองป้อนเข้าเซเว่น-อีเลฟเว่น เป็นจุดเริ่มต้นปีกธุรกิจ OEM ของศรีฟ้าเบเกอรี่ จะบอกว่า เป็นความโชคดีที่วิเชียรตัดสินใจเร็วก็ย่อมได้ เพราะยุคนั้นยังไม่มีโรงงานที่ได้มาตรฐานและมีกำลังการผลิตสูงมากนัก ทำให้ “ศรีฟ้าเบเกอรี่” ได้รับโอกาสจากยักษ์รีเทลอีกหลายแห่ง ไม่ได้มีแค่เซเว่น-อีเลฟเว่นเจ้าเดียว แต่บรรดาค้าปลีกรายใหญ่ที่ต้องการเบเกอรี่ขึ้นไปอยู่บนชั้นวางสินค้า ต่างก็นึกถึงศรีฟ้าเป็นตัวเลือกแรกๆ
“พอเราขายให้เซเว่น-อีเลฟเว่น ทีนี้โลตัส แม็คโครก็ติดต่อเข้ามาด้วย เมื่อ 20 ปีที่แล้วโรงงานลักษณะนี้ไม่มีเลยทำให้เราโตเร็วมาก เพราะเราเป็นโรงงานที่มีความชำนาญ มีมาตรฐานที่บรรดาค้าปลีกรายใหญ่ต้องการ พอขายเซเว่นฯ ได้ก็ขายห้างอื่นได้เหมือนกัน ชื่อเสียงเราในวงการเบเกอรี่ก็ดีขึ้น ตอนนั้นใช้งบลงทุนไป 180 ล้านบาทถือว่าเยอะมากแล้วในยุคนั้น คุณพ่อเป็นคนใจกล้า”
ฟังดูเหมือนทุกอย่างโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ในความเป็นจริงทั้งอาร์ทและพ่อใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปีกว่าทุกอย่างจะลงตัว เพราะกลายเป็นว่า กำลังการผลิตของโรงงานล้นเกินกว่าความต้องการไปมาก แม้จะผลิตเค้กฝอยทองเข้าเซเว่น-อีเลฟเว่นวันละ 30,000 ชิ้น บวกกับป้อนเบเกอรี่หน้าร้านศรีฟ้าเบเกอรี่อีกสิบกว่าสาขา แต่กำลังการผลิตของโรงงานในแต่ละวันก็ยังมากกว่าความต้องการไปอีก 6-7 เท่า
วิธีเดียวในการจัดการภาวะ Over-demand คือนำกำลังการผลิตที่เหลือไปวิ่งเสนอขายให้ห้างอื่นๆ โดยมี “อาร์ท” ทำหน้าที่ฝ่ายขาย นอกจากเค้กฝอยทองแล้วโรงงานยังผลิตขนมประเภทอื่นได้อีก อาทิ บราวนี่ มัฟฟิน คัพเค้ก เค้กถาด โรลฝอยทอง ฯลฯ ข้อดีของการเข้าเซเว่น-อีเลฟเว่น แปลว่า กระบวนการทุกอย่างผ่าน QC มาหมดแล้ว ทำให้ห้างใหญ่ๆ ไว้ใจ เชื่อใจ ใช้เวลาราว 2 ปีจึงกลับมาอยู่ในจุดที่สภาพคล่องดี ธุรกิจมีกำไร
ปัจจุบันศรีฟ้าในนาม “ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด” รับจ้างผลิตให้ค้าปลีกรายใหญ่ 3 เจ้า ได้แก่ เซเว่น-อีเลฟเว่น แม็คโคร และโลตัส คิดเป็นสัดส่วนทำเงินให้กับธุรกิจราว 40% ส่วนรายอื่นๆ มีไมเนอร์ ฟู้ด กาแฟพันธุ์ไทย ซีพีแรม เอสแอนด์พี เป็นต้น
“ชีสเค้กเซเว่น” ตัวพลิกเกมช่วงโควิด ขายได้เดือนละ “1 ล้านชิ้น”
ทายาทรุ่นที่ 2 บอกว่า นับจนถึงปัจจุบันสินค้าที่ผลิตเข้าร้านเซเว่น-อีเลฟเว่นรวมๆ แล้วมีนับร้อยตัว ทั้งที่ยังขายอยู่ในร้านรวมถึงสินค้าที่ออกจากร้านแล้วกลับเข้ามาขายใหม่ สำหรับสินค้าที่เป็น “Hero Product” ตลอดกาลคงหนีไม่พ้น “เค้กฝอยทอง” ยืนหนึ่งขายในเซเว่น-อีเลฟเว่นมาตั้งแต่ปี 2552 และ “ชีสเค้ก” ขนมที่เคยสร้างปรากฏการณ์เกลี้ยงเชลฟ์ในช่วงโควิด-19 เคยทำยอดขายได้มากที่สุดเดือนละ 1 ล้านชิ้น
ชีสเค้กที่ขายในเซเว่น-อีเลฟเว่นอยู่ในกระบวนการ R&D ตั้งแต่ก่อนโรคระบาดใหญ่เกิดขึ้น นอกจาก “เค้กฝอยทอง” ศรีฟ้ามีโปรดักต์ในเซเว่น-อีเลฟเว่นอีกหลายรายการ อาทิ เค้กมะพร้าว เค้กทุเรียน เค้กใบเตย เป็นต้น
กระทั่งปี 2562 “อาร์ท” มีโอกาสไปเยี่ยมโรงงานผลิตชีสเค้กที่เมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เขาสนใจนำชีสเค้กของบริษัทดังกล่าวมาขายในไทย แต่จะพาข้ามน้ำข้ามทะเลก็ต้องเจอกับต้นทุนอีกมาก จึงชักชวนบริษัทญี่ปุ่นเซ็น MOU ส่งคนมาสอนผลิตชีสเค้กให้ได้คุณภาพแบบเดียวกัน ปรับให้มีขนาดเล็กพอที่จะวางขายในเซเว่น-อีเลฟเว่นได้
แม้โรงงานจะได้มาตรฐาน มีกำลังการผลิตด้วยสเกลระดับประเทศ แต่กว่าจะจีบติดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ใช้เวลาราว 6 เดือนกว่าทางนั้นจะยอมใจอ่อน “อาร์ท” บอกว่า ตอนนั้นตนไปคุยกับทีมทำงานหลังบ้านไว้เยอะมาก เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพตรงกันว่า โปรเจกต์นี้สำคัญกับบริษัทมากขนาดไหน ถ้าสำเร็จจะสร้างชื่อให้ศรีฟ้าได้อย่างไร ทุกคนจึงกระตือรือร้น-ตอบสนองทีมญี่ปุ่นทันท่วงที
“โรงงานผมทำงานแบบใกล้ชิดกับพนักงานมาก ก็จะมี DNA เจ้าของที่ส่งต่อโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตามไปยังบรรดาผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการต่างๆ ทำให้เขาทำงานด้วยมายด์เซ็ตแบบผู้ประกอบการ รักลูกค้า แคร์ลูกค้า ต่อมา คือเรื่องความหลากหลาย เดิมเราเป็นโรงงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อผลิตสินค้าเข้าไปขายในร้านตัวเอง ต้องผลิตได้ทั้งเค้ก พาย ครัวซอง คุกกี้ ทองม้วน เราสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ร้านเบเกอรี่ของเราเอง เลยทำให้มีโปรดักต์กลุ่มเบเกอรี่ครบ”
ปรากฏว่า “ชีสเค้ก” ที่อาร์ทหมายมั่นปั้นมือประสบความสำเร็จกว่าที่คาดไว้มาก ผลิตได้สูงสุดวันละ 40,000 ชิ้น สร้างยอดขายได้สูงสุด 1 ล้านชิ้นต่อเดือน ยืนระยะด้วยจำนวนแบบนั้นนานกว่า 3 เดือน แล้วก็เป็นไปตามไซเคิลของเทรนด์ขนมหวานที่ค่อยๆ ลดหลั่นลงมา แต่ก็ยังถือเป็นจำนวนที่สูงอยู่ดีเมื่อเทียบกับโปรดักต์อื่นๆ ปี 2563 “ชีสเค้ก” กลายเป็นโปรดักต์ทำเงินสูงสุดให้กับ บริษัท ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด จำกัด
ฝันสูงสุดเป็นเบเกอรี่อบสดเบอร์ 1 หมวกอีกใบกำลังจะเป็นผู้เล่นระดับโลก
ปัจจุบันเครือศรีฟ้าเบเกอรี่มีธุรกิจหลักๆ 2 ส่วน คือ “ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด” มีธุรกิจรับจ้างผลิต และศรีฟ้าเบเกอรี่เป็นธุรกิจรีเทลและแฟรนไชส์ขายขนมเบเกอรี่อบสดหน้าร้าน ตอนนี้มีทั้งหมด 65 สาขา เป้าหมายสูงสุดต้องการผลักดันไปให้ถึง “500 สาขา” ในฐานะเบเกอรี่อบสดเบอร์ 1 ของไทย หากเทียบเฉพาะตลาดเบเกอรี่อบสดหน้าร้านมีเพียงไม่กี่เจ้าที่ทำผลงานโดดเด่น “อาร์ท” เชื่อว่า ศรีฟ้าเบเกอรี่มีศักยภาพมากพอจะไปยืนอยู่ตรงนั้น
กลยุทธ์ของ “ศรีฟ้าเบเกอรี่” คือการกระจายกำลังอยู่นอกห้างสรรพสินค้าทุกสาขา ในอดีตเคยเปิดในห้างและพบว่า น่าจะไม่ใช่ทางของแบรนด์ สุดท้ายการออกมาอยู่นอกห้างเป็นผลดีกับธุรกิจมากกว่า “อาร์ท” วิเคราะห์ว่า กลุ่มเป้าหมายของศรีฟ้าไม่ได้อยากเข้าห้างทุกวัน จึงเลือกเปิดตามแหล่งชุมชนและพบว่า ทำยอดขายได้ดี คนเข้ามาหาที่ร้านได้ง่ายกว่า
ร้านศรีฟ้าเบเกอรี่ยืดหยุ่นเวลาเปิดปิดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคในพื้นที่นั้นๆ บางสาขาเปิดเช้าปิดเร็ว บางแห่งเปิดสายหน่อยแต่ปิดดึก “อาร์ท” บอกว่า กลุ่มเป้าหมายหลักของศรีฟ้าเบเกอรี่ คือคนรายได้ปานกลางถึงปานกลางล่าง ขนมที่ร้านจึงมีราคาย่อมเยา เข้าถึงง่าย ซื้อให้ลูกกินได้ทุกวัน แม้จะไม่ได้ใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียมระดับนำเข้า แต่ขอให้มั่นใจว่าคุณภาพดี กำตังค์มา 100 บาท ซื้อของในร้านได้ 3-4 ชิ้น
“ที่ทำราคาได้ดีเพราะเราเป็นโรงงาน มีกำลังการผลิตสูง วอลุ่มเราเยอะ ปริมาณการสั่งซื้อวัตถุดิบก็มีความได้เปรียบเรื่องราคา อย่างชิโอะปังที่กำลังฮิตๆ ร้านผมขายชิ้นละ 19 บาท หรือครัวซองต์ในกรุงเทพฯ บางร้าน 85 บาท คนรวยๆ ก็ไม่ซื้อกินทุกวันหรอก ของผมครัวซองต์เนยสดราคา 19 บาท ไซซ์ใหญ่ 35 บาท เราตั้งใจทำเบเกอรี่เพื่อให้คนทั่วๆ ไปเข้าถึงได้ คุณภาพโอเค อาจจะไม่ได้เลิศหรู ไม่ได้ใช้เนยฝรั่งเศสแต่ก็ใช้วัตถุดิบคุณภาพดี อร่อย ปลอดภัย”
ส่วน “Art of Baking” ที่ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ดเข้าไป JV (Joint Venture) ร่วมทุนกับไมเนอร์ ฟู้ด มีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในปีนี้ด้วยการอัดงบลงทุน 800 ล้านบาทสร้างโรงงานแห่งใหม่ หลังจากได้พาร์ทเนอร์ร่วมกับ “Europastry” ยักษ์เบเกอรี่สเปนผู้ผลิตโดนัทแช่แข็งเบอร์ต้นของโลก ซึ่งหากโรงงานแห่งนี้แล้วเสร็จจะกลายเป็นโรงงานผลิตโดนัทไซซ์ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่า จะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569
เป้าหมายเรื่องรายได้ “อาร์ท” ตั้งเป้าส่วนของ “ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด” ทั้งธุรกิจรีเทล-แฟรนไชส์ และรับจ้างผลิต OEM ไว้ที่ 1,000 ล้านบาท คาดว่า ปีนี้จะเป็นปีแรกที่ทะยานสู่พันล้านสำเร็จ ฟาก “Art of Baking” น่าจะขึ้นไปแตะ 820 ล้านบาท รวมกันทั้งสองส่วนเท่ากับรายได้ของอาณาจักรศรีฟ้ากำลังทะยานสู่หลักไมล์ 2,000 ล้านไม่นานเกินรอ รวมกับภารกิจร่วมกับยักษ์เบเกอรี่สเปนด้วยแล้ว มองย้อนกลับไปจากวันที่เริ่มต้นในห้องแถว นับว่า เส้นทางของ “ศรีฟ้าเบเกอรี่” เดินทางมาไกลสุดลูกหูลูกตาทีเดียว
“คำสอนที่คุณพ่อเน้นย้ำมาตลอด คือให้ซื่อสัตย์กับลูกค้า ตอนหลังต้องเปลี่ยนเป็นซื่อสัตย์กับ Stakeholder ซัพพลายเออร์ พนักงาน ผู้ถือหุ้น ซึ่งผมว่า เป็น Core Value ที่ไม่ตกยุคตกสมัย เราไม่สามารถทำให้พาร์ทเนอร์ช่วยเหลือเกื้อกูลได้ถ้าเราไม่จริงใจกับเขา ช่วง 6-7 ปีหลังตั้งแต่ JV กับไมเนอร์บริษัทโตเร็วมาก กระโดดจากโรงงานเบเกอรี่เมืองกาญจน์ไกลเป็นชั่วอายุคนเลย ซึ่งก็มาจากการที่เราได้พาร์ทเนอร์ที่ดี และเราก็ทำตัวเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดี ต่างคนต่างทำสิ่งที่ถนัดและช่วยให้บริษัทเติบโต”





