ออนไลน์พลิกโลกชอปปิง แต่การขาย ไม่ได้มีแค่เปิดร้านบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพราะเมื่อหน้าร้านมีสารพัดแบรนด์ ทำให้ “กลยุทธ์การขาย” มีความสำคัญมาก และ “ไลฟ์ คอมเมิร์ซ”(Live Commerce) กำลังเบ่งบาน
ศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์ กรรมการผู้จัดการ เอนี่มายด์ กรุ๊ปประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา ฉายภาพเทรนด์ไลฟ์ คอมเมิร์ซ ในตลาดโลกถูกคาดการณ์มูลค่าจะเติบโตเฉลี่ย 32% จนถึงปี 2573 และปี 2570 มูลค่าจะอยู่ระดับ 6.78 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยท็อป 3 หมวดสินค้าที่ถูกช้อปมาก ได้แก่ สินค้าแฟชั่นและเสื้อผ้า สินค้าความงามและสินค้าเครื่องใช้ส่วนบุคคล และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ไอที
เอเชียแปซิฟิก ถือเป็นตลาดใหญ่ของไลฟ์ คอมเมิร์ซ สัดส่วนสูงถึง 66% ส่วนประเทศไทยคาดการณ์ปี 2569 ตลาดไลฟ์ คอมเมิร์ซ จะมีมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท โดยสินค้าท็อป 3 มีโอกาส ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าความงามและเครื่องใช้ส่วนบุคคล และสินค้าเพื่อสุขภาพ รองจากนี้คือ แฟชั่น สินค้าเครื่องใช้ภายในบ้าน อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
ส่วนแพลตฟอร์มที่ซื้อสินค้ามีหลากหลาย ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ติ๊กต็อก ยูทูป ด้านพฤติกรรมการซื้อหรือ Customer journey ดูไลฟ์ คอมเมิร์ซ จะเปรียบเทียบสินค้า ราคา ก่อนซื้อ
ความทรงพลังของ “ไลฟ์ คอมเมิร์ซ” คือมีทั้งความสนุก บันเทิง พ่อค้าแม่ขายสามารถคุยตอบโต้ ให้ข้อมูลลูกค้าได้ และเมื่อวัดผลลัพธ์ ยังสร้างยอดขายเติบโต 4-5 เท่า เทียบกับการขายปกติผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้วย
ด้านเทรนด์โลกถึงไทย ไลฟ์ คอมเมิร์ซ ที่จะมาแรง “ศิวัตม์" ยก 4 ความร้อนแรง ได้แก่ 1.ไลฟ์คอมเมิร์ซมาพร้อมความบันเทิง “ช้อป-ชิลล์”(Shop&Chill) ยุคนี้นอกจากขายของ โฮสต์หรือพิธีกรอาจทำอาหาร แต่งหน้า รีวิวโรงแรม พร้อมขายบัตรกำนัลไปด้วย 2.อินฟลูเอนเซอร์ VS ไลฟ์ เซลเลอร์(Live Seller) วันนี้อินฟลูเอนเซอร์ ไม่ใช่โดดเด่นแค่ความสวย ถ่ายรูปสวย โพสต์รูปเก่ง แต่ต้อง “ขายของเก่ง” อีกด้วย
3.วิดีโอสั้น(Short-form Video) เมื่อผู้บริโภค คอนเสพคอนเทนต์ “สมาธิสั้น” วิดีโอสั้นจึงตอบโจทย์ ดึงดูดลูกค้า และ 4.หมวดหมู่สินค้าใหม่ๆ มุ่ง ไลฟ์ คอมเมิร์ซ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ขายบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม ขายรถยนต์ บัตรกำนันโรงแรม ฯ
แม้ไลฟ์ คอมเมิร์ซจะฮิต ทว่า ข้อจำกัดคือ “คนไลฟ์” หรือโฮสต์ มีพลังในการพูด ไลฟ์แต่ละวัน 2-4 ชั่วโมง แต่ผู้ซื้อ สามารถซื้อสินค้าได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง(ชม.) ทำให้ “เอนี่มายด์”(AnyMind)ปั้นแพลตฟอร์ม “เอไอ ไลฟ์ สตรีมมิง”(AI Live Streaming) ให้บริการลูกค้าตั้งแต่ปลายปี 2567 แก้ปัญหา โดยเฉพาะช่วงขายสินค้าที่ไม่ใช่นาทีทองหรือ off-peak
“ความท้าทายของการไลฟ์สตรีมมิงคือ หาโฮสต์ที่ใช่สำหรับแบรนด์ โปรดักท์ชันดี แต่ Pain point ของโฮสต์คือเมื่อพูดขายสินค้า 2-3 ชม.จะเหนื่อย เราจึงมีโซลูชันตอบโจทย์ลูกค้า ด้วยการนำไลฟ์ และเอไอ มาผสานกัน ทำให้ไลฟ์ได้ตลอดเวลา ซึ่งเอื้อประโยชน์ทั้งแบรนด์ขายสินค้าได้ตลอด ส่วนอินฟลูเอนเซอร์ หรือโฮสต์ ยังสามารถทำรายได้ มี Passive income แม้กระทั่งเวลานอนหลับ”
ล่าสุด ยังติดอาวุธการไลฟ์ด้วยการปั้น “AI Creator Avatar” ภายใต้โครงการ AnyLive for Creators พร้อมเปิดตัว “หนุ่ย – พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์” สร้างอวาตารเอไอที่แบรนด์สามารถนำไปใช้ในการทำไลฟ์คอมเมิร์ซ ยังมี “รวิศ หาญอุตสาหะ” ซีอีโอแห่ง ศรีจันทร์ และ “ปิยาภรณ์ แสนโกศิก” ซีอีโอ ทีพีเอ็น โกลบอล ที่สวมบทอวตารเพื่อไลฟ์ให้กับแบรนด์ของตัวเอง เอาใจแฟนคลับด้วย
ไทยเป็นประเทศแรกที่มี เอไอ อวตารระดับบนหรือท็อปเทียร์ หรือมีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านรายขึ้นไป ขณะที่ประเทศอื่นเป็นเพียงอินฟลูเอนเซอร์ระดับนาโน หรือโฮสต์ที่ขายสินค้ามารับบทเอไอ อวตาร ส่วนเป้าหมายปี 2568 ต้องการขยายเอไอ อวตารระดับท็อปเทียร์ให้ได้จำนวนหลักสิบราย ปีหน้าจะขยายสู่อินฟลูเอนเซอร์ เคโอแอลระดับรองลงไป ส่วนเป้าหมายให้ลูกค้าแบรนด์ต่างๆมาใช้บริการดังกล่าวมองหลัก “ร้อยราย” ใน 15 ประเทศที่บริษัททำตลาด





