จบมาเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ! “สัตวแพทย์” อาชีพขาดแคลนหนัก คนไทยไม่อยากมีลูกหันเลี้ยงหมาแมวดันอุตสาหกรรมโตไกล โรงพยาบาลสัตว์รุกหนัก-ชิงตัวหมออุตลุด ชี้ เรียนหนัก จบยาก งานหนัก สาเหตุดีมานด์พุ่ง มองทางแก้มหาวิทยาลัยต้องผลิตเพิ่ม
เทรนด์ “Pet Parent” หรือการเลี้ยงสัตว์เป็นลูกมีส่วนสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับหมาแมว ไม่ว่าจะเป็นอาหารสัตว์ ของใช้จำเป็น โรงพยาบาลสัตว์ หรือแม้กระทั่งความต้องการหมอรักษาโรค พบว่า อัตราการเติบโตของจำนวนสัตว์เลี้ยงในบ้านเราเยอะขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นที่หมอรักษาน้องหมาน้องแมว หรือ “สัตวแพทย์” ไม่เพียงพอกับความต้องการ ยังคงเป็นอาชีพขาดแคลนที่โรงพยาบาลสัตว์ถึงกับเอ่ยปากว่า นี่คืออาชีพที่ไม่เคยตกงาน
“สัตวแพทย์หญิงกฤติกา ชัยสุพัฒนกุล” ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ให้ข้อมูลว่า หากเทียบกันในกลุ่มประเทศอาเซียน การแพทย์ของไทยทันสมัยที่สุดเพราะมีคณะแพทยศาสตร์หลายแห่ง เป็น “Medical Hub” ที่ได้มาตรฐาน จนมีคนไข้ทั้งโซนยุโรปและตะวันออกกลางเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก การเกิดขึ้นของโรงเรียนแพทย์ในมหาวิทยาลัยไทยก็ล้อไปกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ด้วย มหาวิทยาลัยไหนมีคณะแพทยศาสตร์อยู่แล้ว ก็จะตั้งไข่คณะสัตวแพทยศาสตร์ได้ไวหน่อย
ภาพของสัตวแพทย์ทั่วโลกขณะนี้ คุณหมอกฤติกาบอกว่า อยู่ในสถานะขาดแคลน-ไม่พอใช้งาน เมืองไทยก็มีภาพแบบเดียวกัน แต่ก่อนคณะสัตวแพทย์เปิดสอนเพียงไม่กี่แห่ง ปัจจุบันมีอยู่ราวๆ 12 แห่ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดอยู่ดี คณะสัตวแพทยศาสตร์ต้องเกิดขึ้นพร้อมๆ กับโรงพยาบาลสัตว์ในมหาวิทยาลัยด้วย เพื่อให้เด็กๆ นิสิตนักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้จากเคสจริง
สาเหตุหลักๆ ที่อาชีพสัตวแพทย์ “Over-demand” มาจากจำนวนสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความคาดหวังของพ่อแม่หมาแมวก็สูงขึ้นเช่นกัน ทว่า สถานการณ์ยังไม่ถึงจุดที่พูดได้ว่า คนเลี้ยงสัตว์เยอะจนผลิตสัตวแพทย์ไม่ไหว แต่ตัวสัตวแพทย์ที่เรียนจบมาแล้วมีโอกาสเลือกงานได้อย่างสบายๆ มากกว่า เป็นอาชีพที่ไม่เคยตกงาน ประกอบกับเรียนยาก-จบยาก บางคนตัดสินใจถอนตัวออกไปก่อนสำเร็จการศึกษาก็มี
“ก่อนสัตวแพทย์จะเรียนจบ โรงพยาบาลหรือคลินิกต้องไปชิงตัวกันน่าดู อย่างโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อก็จะเลือกคนที่มีแพชชัน มีความเชื่อแบบเรา กว่าจะพัฒนาสัตวแพทย์เก่งๆ สักคนใช้เวลานานเกือบ 10 ปี เป็น Long-term relationship มหาวิทยาลัยจะมี Open-house ให้โรงพยาบาลหรือคลินิกเข้าไปเจอกับนิสิตนักศึกษาสัตวแพทย์ พอเข้าไปก็จะไปบอกกับพวกเขาว่า เราดียังไง นิสิตนักศึกษาสัตวแพทย์เดินเลือกได้เลยว่าจะอยู่กับที่ไหน”
คุณหมอกฤติกาเล่าว่า การเรียนคณะสัตวแพทยศาสตร์จะเรียนแบบภาพรวมทั้งสัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ สัตว์น้ำ จบออกมาค่อยเลือกเบนสายอีกครั้ง ทำให้นิสิตนักศึกษาต้องเรียนทั้งหมดแม้จะไม่ถนัด ยกตัวอย่างเช่น เรียนวิชาสัตว์ใหญ่ต้องล้วงก้นวัว-ควาย เพื่อตรวจเช็กรังไข่ สมัยก่อนสายสัตว์ใหญ่ได้รับความนิยมมาก แต่ปัจจุบันเลือกสายสัตว์เล็กกันเยอะ
ประกอบกับเมื่อเรียนจบมาแล้ว ทำงานสัตวแพทย์ไประยะหนึ่งบางคนก็ตัดสินใจรีไทร์ไปก่อน อาชีพสัตวแพทย์ทำงานถึงอายุประมาณหนึ่งก็ออกจากวงการ มีส่วนทำให้สัตวแพทย์ยังเป็นที่ต้องการ และอยู่ในสภาวะขาดแคลนเรื่อยมา ซึ่งนอกจากการผลิตบุคลากรเข้าสู่ระบบเพิ่มเติม เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยก็จะช่วยลดความตึงเครียดในการรักษาได้ ต้องมีอีโคซิสเทมยกระดับระบบการรักษาให้ดีขึ้น
ทั้งนี้มุมมองของผู้บริหารโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เชื่อว่า มหาวิทยาลัยที่ได้มาตรฐานน่าจะพิจารณาเปิดสอนคณะสัตวแพทย์ได้อีก หากเปิดรับสมัครเชื่อว่า มีนิสิตนักศึกษาเข้าเรียนแน่นอน ยกตัวอย่าง คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร พบว่า มีหลายคนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะอื่นมาก่อน แต่มาตัดสินใจสมัครเรียนปริญญาตรีอีกครั้งเพราะอยากเป็นสัตวแพทย์จริงๆ





