ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ยิ่งใหญ่ในตลาดโลกด้านธุรกิจอาหารหลากหลายสินค้า จากนี้ไป ตลาดในประเทศไทยต้องเบ่งรายได้ให้โต สร้างแบรนด์แกร่ง เจาะสเต็ปแรกขอโตแตะ 5,000 ล้าน ใน 3 ปี
“ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป” หนึ่งในยักษ์ใหญ่ธุรกิจอาหารของไทย และสร้างอาณาจักร “แสนล้านบาท” ยังมีสินค้าและแบรนด์ผงาดตลาดโลก เป็น “ราชาทูน่า” ยังมีหมวดอาหารทะเลแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารแช่แข็ง ฯ
ส่วนในไทยแบรนด์ดังที่ทำตลาด เช่น “ซีเล็ค” ทูน่า อาหารสัตว์เลี้ยง “เบลลอตต้า” หรือขนมขบเคี้ยว(สแน็ค)ฟิชโช เป็นต้น
ก้าวต่อไปคือการ "เบ่งอาณาจักรอาหารในประเทศไทย" ให้แข็งแกร่ง รวมถึงการปลุกปั้นแบรนด์อาหารแช่แข็ง “คิวเฟรช” ให้เติบโตยิ่งขึ้น
ธนโชติ บุญมีโชติ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจกุ้ง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ พนิตตา มิ่งสูงเนิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด แบรนด์คิวเฟรช ร่วมให้มุมมองว่า ตลาดโลกบริษัทมีแบรนด์อาหารที่แข็งแกร่ง ทว่า ในไทยยังมีภารกิจสำคัญเพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้แก่ผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านหลากหมวดสินค้า และ “อาหารแช่แข็ง” คือหมวดสำคัญ เนื่องจากเป็นพอร์ตโฟลิโอใหญ่ทำรายได้กว่า 3.6 หมื่นล้านบาท
เจาะลึกอาหารแช่แข็งในไทยสร้างรายได้เพียง 1.4 หมื่นล้านบาทเท่านั้น โดยแบ่งเป็นยอดขายสินค้าในประเทศ 4,000 ล้านบาท มีศักยภาพเติบโตอย่างมาก เพราะล่าสุด “แซงตลาดญี่ปุ่น” ขึ้นเป็นอันดับ 2 ส่วนที่ 1 ยังเป็นส่งออกไปสหรัฐ 4,500 ล้านบาท ที่เหลือเป็นญี่ปุ่น ยุโรป ฯ
“บริษัทส่งออกอาหารแช่แข็งไปทั่วโลก วิสัยทัศน์ของบริษัทเล็งเห็นความสำคัญจากการความเก่งในการทำตลาดต่างประเทศมากๆ แต่ทำไมแบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จักในประเทศไทยเสียที”
ทั้งนี้ บริษัทศักยภาพรองรับแผนเติบโต คือมีฐานทัพ โรงงานผลิตสินค้า 8 แห่งทั่วโลก ในไทย 5 แห่ง อินเดีย 3 แห่ง โดยเฉพาะกุ้งมีฐานผลิต 3 โรงงาน ยังมีโรงงานผลิตแซลมอน เพื่อส่งออกไปญี่ปุ่น รวมถึงโรงงานใหม่ที่ผลิตอาหารพร้อมทานต่าง(Culinary) ซึ่งสร้างสรรค์เมนูขนมจีบ ซาลาเปา พาย ฮะเก๋า ข้าวกล่อง รวมถึงโรงงานผลิตของทานเล่นหรือสแน็ค ทั่งหมดมีจุดแข็งในการป้อนตลาดต่างประเทศไม่ว่าจะเป็น สหรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น เป็นต้น
ฐานทัพผลิตแกร่ง ครอบคลุมการผลิตทุกสินค้าไม่ว่าจะเป็นกุ้ง ปลาแซลมอน อาหารพร้อมปรุง และสแน็ค ที่จะมาต่อจิ๊กซอว์สร้างการเติบโต ภายใน 3 ปีข้างหน้า จึงบริษัทมีเป้าหมายใหญ่จะผลักดันรายได้ในไทยแตะ 5,000 ล้านบาท จากปัจจุบันรายได้ 4,000 ล้านบาท
“เราอยากเติบโตแตะ 5,000 ล้านบาท เมื่อมาดูสินค้าในพอร์ตโฟลิโอ เรามีลูกค้าในมือทั้งตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป และตลาดอื่นๆ เราดีลลูกค้าทั่วโลก เห็นเทรนด์ ตลาดแต่ประเทศยังไง บริโภคสินค้าอย่างไร แต่ละช่องทางขายมีคาแร็กเตอร์ยังไง จะนำประสบการณ์มาพัฒนาสินค้าใหม่ แบ่งปัน เชื่อมโยงกับลูกค้า สายสัมพันธ์ธุรกิจด้านช่องทางจำหน่ายแกร่ง แต่บริษัททำงานกับพันธมิตรใกล้ชิด มีทีมวิจัยและพัฒนาสินค้ากว่า 60 ชีวิต เพื่อตอโจทย์ลูกค้า”
การทำตลาด สร้างแบรนด์อาหารในประเทศให้แข็งแรงทัดเทียมตลาดโลก ที่ผ่านมา บริษัทเดินหน้าเสิร์ฟเมนูต่างๆให้ผู้บริโภคทั่วไป(B2C) และภาคธุรกิจ(B2B) ทั้งห้างค้าปลีก รวมถึงธุรกิจร้านอาหาร(Food Service) เช่น กุ้งต้มที่ขายดีในห้างค้าปลีกจนเป็นกระแส การรีแบรนด์ปรับแพ็คเกจจิงอาหารพร้อมปรุง(Ready to cook)ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เป็นต้น
การออกสินค้าใหม่คืออาวุธสำคัญ บริษัทวางแผนเติมในพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส เพื่อสร้างการเติบโต
“หากเน้นสินค้าเดิม ยอดขายอาจไม่โตเท่าไหร่ การออกสินค้าใหม่จะผลักดันการเติบโตราว 10% แต่ละปีเราจึงพัฒนาสินค้าหลายร้อยรายการในทุกตลาด ดูสินค้าไหนขายดี ลูกค้าสนใจลองหรือไม่ จะมีการแชร์ข้อมูลกันตลอด”
ปี 2560 “ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป” ปั้นแบรนด์ “คิวเฟรช” เจาะตลาด นี่เป็นอีกแบรนด์เรือธงที่วางเป้าหมายเติบโต โดยภายในปี 2571 จะผลักดันยอดขาย 500 ล้านบาท จากปัจจุบัน 300 ล้านบาท
เมื่อเป็นอีกหมากรบสำคัญ บริษัทวาง 3 กลยุทธ์ เป็นอาวุธขับเคลื่อนการตลาด ประกอบด้วย 1.การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง(Customer Centricity ) โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกจากการวิจัยตลาดและการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคมาเป็นพื้นฐานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย 2.การขยายฐานลูกค้า(Customer Segment Expansion) โดยใช้ดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเสียงสะท้อนของผู้บริโภคได้แบบเรียลไทม์ และ 3.การสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร (Strategic Partnership & Co-Innovation) เพื่อตอบรับเทรนด์การบริโภคที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา เช่น ดึงเชฟชื่อดังครีเอทเมนูให้เป็นกระแสหรือไวรัลบนแพลตฟอร์มติ๊กต็อก(TikTok) กระตุ้นการบริโภคและยอดขาย
นอกจากนี้ บริษัทยังวางงบประมาณราว 10% เพื่อทำการตลาด สร้างการรับรู้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ภาพใหญ่บริษัทจะผลักดันอาหารแช่แข็งให้แกร่งในประเทศ ตลาดบริหารธุรกิจอาหารหรือฟู้ดเซอร์วิสต่างๆ รวมถึงห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ทั้งโมเดิร์นเทรด แคชแอนด์แครี่ ฯ เป็น “น่านน้ำใหญ่” ที่บริษัทโฟกัส การเสิร์ฟกุ้งต้มในแมคโคร กลายเป็นกระแสล้นหลามให้ผู้บริโภคตามหา
ทว่าอีกหนึ่งหมวดหมู่คือ “ธุรกิจร้านอาหาร” ช่วงที่ผ่านมา “ศึกหม้อต้มสุกี้เดือด” บริษัทได้รับอานิสงส์ยอดขาย เช่น กุ้ง “เติบโตหลัก100%” เนื่องจากทั้งเอ็มเค สุกี้ และสุกี้ ตี๋น้อย เป็นลูกค้าสำคัญ
สำหรับลูกค้าร้านอาหารแบรนด์ดัง นอกจากเอ็มเค สุกี้ สุกี้ ตี๋น้อย ยังมีไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป โออิชิ กรุ๊ป คอปเปอร์ แมคโดนัลด์ เอ็นเอสแลฟู้ดส์ ฯ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารปี 2568 หดตัว 10-20% ทำให้บริษัทต้องปรับตัวโกกัสผู้บริโภครายย่อยมากขึ้น
“ยอดขายร้านอาหารชะลอตัว เราจึงโฟกัสตลาดผู้บริโภค ซึ่งเน้นสินค้าที่มีความคุ้มค่าราคาต่ำกว่า 100 บาท ดึงกำลังซื้อจากกลุ่มนี้ที่ยังเติบโตกว่า 10% อีกกลุ่มคืออาหารที่ทานประจำ รวมถึงบุฟเฟต์ สุกี้ ชาบูด้วย”
ปี 2567 พอร์ตธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งภายใต้กลุ่มไทยยูเนี่ยน ประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กุ้งสัดส่วน 59% แซลมอนและปลากะพง 21% อาหารสำเร็จรูปแช่แข็งพร้อมทาน 18% และซีฟู้ดและสแน็ค 2% ด้านช่องทางจำหน่ายหลักๆยังเป็นห้างโมเดิร์นเทรด 30% ฟู้ดเซอร์วิส 30% โรงแรม 10% เป็นต้น ขณะที่แบรนด์ “คิวเฟรช” สัดส่วนสินค้ายังเป็นกุ้ง 42% และผลิตภัณฑ์อาหารทะเลอื่นๆ เช่น แซลมอน ปลากะพงขาว ฮามาจิ และหอยเชลล์ รวมกันอีก 58% ด้านช่องทางจำหน่าย





