วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

‘ท่องเที่ยว’ ดึง 6 แอร์ไลน์ปั๊มยอดต่างชาติ แจก ‘ตั๋วบินฟรี’ ไป-กลับในประเทศ 2 แสนคน

‘ท่องเที่ยว’ ดึง 6 แอร์ไลน์ปั๊มยอดต่างชาติ  แจก ‘ตั๋วบินฟรี’ ไป-กลับในประเทศ 2 แสนคน

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกความร่วมมือกับ “6 สายการบิน” ปลุกกระแสการเดินทางของตลาด “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เข้าประเทศไทย ด้วยการอัดแคมเปญแรง “แจกตั๋วบินฟรี” ไป-กลับภายในประเทศ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ 200,000 คน เดินทางระหว่างเดือนก.ย. - พ.ย.2568

นับเป็นกลยุทธ์ฮาร์ดเซลล์ จัดโปรโมชันเร่งการตัดสินใจเดินทางในช่วงครึ่งปีหลัง คล้ายโมเดลของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเคยจัดแคมเปญ Free Domestic Flight เพื่อลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในเมืองหลัก และกระจายไปสู่เมืองรองอื่นๆ มากขึ้น

สรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้จัดทำโครงการ “Buy International, Free Thailand Domestic Flights” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวในปี 2568 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติในจุดหมายปลายทางต่างๆ ในประเทศไทย นอกเหนือจากเมืองท่องเที่ยวหลัก

ททท. จะร่วมมือกับ 6 สายการบินภายในประเทศไทย ได้แก่ การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินราคาปกติเข้ามาประเทศไทย จะได้รับบัตรโดยสารเครื่องบินฟรีไป-กลับ เส้นทางภายในประเทศ พร้อมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บัตรโดยสารได้เพียง 1 เที่ยว ตามรูปแบบการท่องเที่ยวที่วางแผนไว้

“โครงการนี้กำหนดกลุ่มเป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อยกว่า 200,000 คน เดินทางเข้าประเทศไทย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้พิจารณาจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 700 ล้านบาท เพื่อนำไปสนับสนุนค่าบัตรโดยสารเส้นทางบินในประเทศ จ่ายแทนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่นั่งละ 1,750 บาทต่อเที่ยว หรือไป-กลับ รวม 3,500 บาท ในจำนวน 200,000 คน หรือ 400,000 ที่นั่ง”

สำหรับพื้นที่ดำเนินการครอบคลุมทั่วประเทศไทย โดยมุ่งเน้นจังหวัดที่ขึ้นทะเบียนยูเนสโก เมืองน่าเที่ยว และเมืองท่องเที่ยวหลักทั่วประเทศไทย ส่วนระยะเวลาดำเนินการ กำหนดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเดินทางเดือนก.ย.- พ.ย.2568 คาดว่าจะมีรายได้หมุนเวียนจากการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่น้อยกว่า 8,814.40 ล้านบาท และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 21,801 ล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Years 2025” ช่วยกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปสู่จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะกรุงเทพฯ หรือจังหวัดท่องเที่ยวหลักเท่านั้น ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ รายงานสถิติการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยล่าสุด พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 17 ส.ค.2568 มีจำนวนสะสม “20,810,491 คน” ลดลง 7.04% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เมื่อดู “5 อันดับแรก” ของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด อันดับ 1 คือ จีน จำนวน 2,932,012 คน รองลงมาเป็น มาเลเซีย 2,870,300 คน อินเดีย 1,480,995 คน รัสเซีย 1,162,313 คน และเกาหลีใต้ 983,413 คน

ก่อนหน้านี้ สันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ผู้ถือหุ้นทั้งหมดในสายการบิน “ไทยแอร์เอเชีย” กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความรัดกุมเนื่องจากเป็นโลว์ซีซัน และธุรกิจยังได้รับผลกระทบจากความต้องการเดินทางที่ลดลง ซึ่งเป็นผลจากความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของการท่องเที่ยวไทย เหตุแผ่นดินไหวเมื่อเดือนมี.ค. รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ท้าทายมากมาย แต่ไทยแอร์เอเชียยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศไว้ได้ถึง 41% โดยแรงสนับสนุนมาจากการเพิ่มความถี่เที่ยวบิน และความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ให้บริการ 2 สนามบินที่ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ

“แม้คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทยโดยรวมน่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แต่การฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศหลายตลาดยังไม่เป็นไปตามเป้า โดยเฉพาะจากประเทศจีน ฮ่องกง และมาเก๊า เราจึงเร่งทำงานร่วมกับภาครัฐในการสื่อสารภาพลักษณ์ เเละกระตุ้นตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวกลับเข้าไทยรักษาอัตราการเติบโตในตลาดอินเดีย และอาเซียน และขยายโอกาสในเส้นทาง Fifth Freedom หรือ เสรีภาพการบินที่ 5 ที่มีศักยภาพ”

สันติสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ไทยแอร์เอเชียได้ปรับแผนการขยายธุรกิจอย่างรอบคอบมากขึ้นด้วยการลดปริมาณที่นั่งโดยสารในเส้นทางที่มีการเดินทางน้อย และเพิ่มโอกาสใน “เส้นทางภายในประเทศ” และ “เส้นทาง Fifth Freedom” โดยไทยแอร์เอเชียได้เปิดเส้นทางบินใหม่จากสุวรรณภูมิ ไปยัง บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี และนราธิวาส ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา และเปิดเส้นทางบินใหม่จากสุวรรณภูมิไปยัง เชียงราย และนครศรีธรรมราช เริ่มให้บริการตั้งเเต่วันที่ 1 ต.ค.นี้

“ช่วงครึ่งปีหลัง เรายังคงเน้นการบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น พร้อมรับทุกการแข่งขัน ทั้งกับสายการบินอื่นๆ และนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศในภูมิภาค โดยบริษัทได้ติดตามและประเมินความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและนโยบายระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับแผนอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ยังเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง หนุนการสร้างผลการดำเนินงานที่ยั่งยืน โดยคาดว่าแนวโน้มความสามารถในการทำกำไรในครึ่งปีหลังจะใกล้เคียงกับในครึ่งปีแรก พร้อมขยายฝูงบินเป็น 64 ลำในสิ้นปีนี้ ปรับลดจาก 66 ลำที่วางแผนไว้ก่อนหน้านี้”

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์