“สรวงศ์” เผยผลกระทบท่องเที่ยว 3 จังหวัดชายแดน “ภาคตะวันออก” เฉพาะ “สระแก้ว-จันทบุรี-ตราด” ยอดยกเลิก-เลื่อนจองห้องพักพื้นที่ติดชายแดนสูง 80-100% ทริปเที่ยว 3 เกาะหลัก “ตราด” ยกเลิกบางส่วน “เกาะกูด” ถูกยกเลิก-เลื่อนจองมากสุด 50-60% “ททท.” มอนิเตอร์ตลาดใกล้ชิด เผยล่าสุดนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเที่ยว 3 เกาะหลัก จ.ตราด ยอดบุ๊กกิ้งดีขึ้น อานิสงส์ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง”
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประเมินผลกระทบสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย-กัมพูชา หลังเกิดการปะทะบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศ มีการปิดด่านและสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง คาดมูลค่าความเสียหายต่อภาคการท่องเที่ยวอาจสูงเฉียด 3,000 ล้านบาทต่อเดือน มีการยกเลิกห้องพักเป็นจำนวนมาก เนื่องจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน แต่ยังมีผู้เข้าพักโรงแรมเป็นผู้บริจาคและสื่อมวลชนที่มาทำงานในพื้นที่แทน
นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากผลกระทบของภาคการท่องเที่ยวใน 7 จังหวัดที่มีชายแดนติดกัมพูชา ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด เมื่อดูเฉพาะ 3 จังหวัดในภาคตะวันออก พบว่า จ.สระแก้ว มีอัตราการเข้าพักบริเวณชายแดนลดลงต่อเนื่อง ส่วน อ.เมืองสระแก้ว นักท่องเที่ยวยังคงมีการเข้าพัก มีการยกเลิกหรือเลื่อนการจองห้องพัก 100% ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ ส่วนพื้นที่ในเมืองมีการยกเลิกหรือเลื่อนการจอง 80% โดยจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ ภายหลังทางการไทยมีคำสั่งเข้มงวดห้ามนักพนัน นักท่องเที่ยว และพนักงานสถานบันเทิงเดินทางข้ามไปยังประเทศกัมพูชาโดยเด็ดขาด ส่งผลให้บรรยากาศบริเวณจุดผ่านแดนถาวรเงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด
จ.จันทบุรี มีการยกเลิกหรือเลื่อนการจองห้องพัก 80% ในพื้นที่ท่องเที่ยวของจังหวัด การค้าและท่องเที่ยวชายแดนเงียบเหงา ภาคเอกชนได้ผลกระทบจากการปรับเวลาเปิด-ปิดด่าน โดยบรรยากาศทั่วไปยังคงมีแรงงานกัมพูชาที่ขึ้นทะเบียนทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมาย ข้ามแดนเข้ามาทำงานในไทย ซึ่งหลายคนก็เริ่มเข้าใจและเชื่อมั่นว่าทางการไทยจะไม่มีการจับกุมหรือผลักดันแรงงานที่ถูกกฎหมายกลับประเทศตามที่มีข่าวลือออกมาก่อนหน้า ขณะที่การค้าขายระหว่างประเทศยังทำได้ตามปกติ แต่กัมพูชาห้ามนำเข้าผัก ผลไม้ อาหารสดจากไทย
นักท่องเที่ยวยกเลิกจองทริปเที่ยวเกาะ จ.ตราด
และ จ.ตราด มีการประกาศเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน พร้อมใช้กฎอัยการศึกใน อ.เขาสมิง วันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเกิดการปะทะจนมีการอพยพประชาชน 3 อำเภอชายแดน (เมืองตราด, บ่อไร่, คลองใหญ่) ออกจากพื้นที่เสี่ยง ก่อนอนุญาตให้ประชาชนทยอยเดินทางกลับบ้านได้ ทำให้มีการยกเลิกหรือเลื่อนการจองห้องพักทั้งหมดในพื้นที่ติดชายแดนกัมพูชา
ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวไปยังเกาะต่างๆ มีการยกเลิกบางส่วน ได้แก่ เกาะช้าง มีการยกเลิกหรือเลื่อนการจอง 10-30% ส่วนเกาะหมาก มีการยกเลิกหรือเลื่อนการจอง 20-30% และเกาะกูด มีการยกเลิกหรือเลื่อนการจอง 50-60%
4 จังหวัดอีสานได้ยอดเข้าพักผู้บริจาค-สื่อ
นายสรวงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับอีก 4 จังหวัดชายแดนในภาคอีสาน พบว่า จ.อุบลราชธานี มีโรงแรมปิดชั่วคราวถึงวันที่ 4 ส.ค. 2568 ส่วนพื้นที่อื่นๆ ยังมีจัดกิจกรรมตามปกติ มีการยกเลิกห้องพักของกรุ๊ปทัวร์ 100% แต่มียอดเข้าพักจากผู้บริจาคและสื่อมวลชน 70% โดยมีมาตรการความปลอดภัย ทั้งเตรียมแผนรับมือช่วงวิกฤติ จัดเตรียมหลุมหลบภัยให้พร้อม และหากได้รับข้อสั่งการจากรัฐบาล พร้อมที่จะอพยพประชาชนกว่า 4 หมื่นคนไปพื้นที่ปลอดภัยทันที
จ.ศรีสะเกษ ด่านช่องสะงำ ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวร ยังคงเข้มงวดในการตรวจตราการผ่านเข้า-ออก ทำให้การท่องเที่ยวมีการชะลอตามมาตรการของทั้งสองฝ่าย มีการยกเลิกห้องพักของกรุ๊ปทัวร์ 100% แต่มีผู้บริจาคและสื่อมวลชน เข้าพัก 50% การขนส่งสินค้าบางรายการหยุดชะงัก ขณะที่ผู้ค้าทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา ยังติดต่อซื้อขายกันได้อยู่ มีการเดินทางกลับของแรงงานกัมพูชาในแต่ละวันไม่มากนัก เนื่องจากจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำจะเป็นพื้นที่ที่ใช้ติดต่อซื้อขายสินค้าระหว่างไทยและกัมพูชามากกว่า รวมถึงชาวกัมพูชามักข้ามแดนเข้ามาก็จะมาใช้บริการด้านรักษาสุขภาพในโรงพยาบาลของประเทศไทย
จ.สุรินทร์ สถานการณ์โรงแรมชายแดนปิดชั่วคราว มีการยกเลิกจองห้องพักโรงแรมหลายแห่ง ช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้พักฟรี-ลดราคา มีการยกเลิกห้องพักของกรุ๊ปทัวร์ 80% แต่มียอดเข้าพักจากผู้บริจาคและสื่อมวลชน 50% มีการเลื่อนการจัดกิจกรรมแข่งขันจักรยานยนต์วิบาก Enduro Race บริเวณช่องจอมเปิดปกติ แต่ห้ามชาวกัมพูชานำเข้าพืชผักผลไม้หรือของสดจากไทยท่ามกลางการตรวจตราอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ รายได้ภาคท่องเที่ยวหดตัว ทั้งธุรกิจรถเช่า ทัวร์ และโรงแรม แต่แหล่งท่องเที่ยวของ จ.สุรินทร์ และโครงการที่เกี่ยวข้องยังไม่มีผลกระทบใดๆ อีกทั้งมีความเคลื่อนไหวเชิงบวกที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น ทั้งปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย เพื่อให้กำลังใจและสนับสนุนทหาร บริจาคสิ่งของต่างๆ และแสดงจุดยืนเชิงสัญลักษณ์ว่าไม่ทิ้งดินแดนไทยด้วย
และ จ.บุรีรัมย์ โรงแรมบริเวณชายแดนหยุดให้บริการบางส่วน และโรงแรมบางส่วนร่วมกับภาครัฐจัดที่พักพิง ลดราคาห้องพักพิเศษสำหรับผู้อพยพ มีการยกเลิกห้องพักประมาณ 70% แหล่งท่องเที่ยวหลักประกาศปิดการเข้าชม อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งปราสาทเมืองต่ำ มีการเลื่อนจัดกิจกรรมแข่งขันรายการต่างๆ ทั้งหมดของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเที่ยวเกาะ จ.ตราด
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ตอนนี้นักท่องเที่ยวบางส่วนเริ่มกลับมาเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคตะวันออก อย่างเกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมากใน จ.ตราด ก็ยังไปเที่ยวได้ ยอดจองการเดินทาง (บุ๊กกิ้ง) ก็ดีขึ้น พอมีโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งเข้าไปก็ช่วยได้”
ก่อนหน้านี้ จากการติดตามสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ระหว่างวันที่ 28 ก.ค.-3 ส.ค. เริ่มมีผลกระทบรุนแรงขึ้น เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่เกิดเหตุความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ระหว่างวันที่ 21-27 ก.ค. 2568 พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ลดลง 5% เทียบระหว่างสัปดาห์ จากที่มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 1% เทียบกับช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า (14-20 ก.ค.) หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 จะเห็นว่าตัวเลขปรับลดลง 18%
สำหรับตลาดที่ได้รับผลกระทบ ระหว่างวันที่ 28 ก.ค.-3 ส.ค. เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวที่มีชายแดนติดกับประเทศไทย และตลาดที่มีความอ่อนไหวสูงหรือกังวลด้านความปลอดภัย ได้แก่ ประเทศในอาเซียน ลดลง 25% โดยเฉพาะตลาดกัมพูชา ลดลง 89% เวียดนาม ลดลง 53% ลาว ลดลง 48% อินโดนีเซีย ลดลง 26% มาเลเซีย ลดลง 14% และ สิงคโปร์ ลดลง 8% ด้านเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ลดลง 30% โดยเฉพาะตลาดจีน ลดลง 40% ฮ่องกง ลดลง 33% เกาหลีใต้และไต้หวัน ลดลง 17%
ส่วนตลาดที่ยังคงเติบโตเพิ่มขึ้น ระหว่างวันที่ 28 ก.ค.-3 ส.ค. 2568 เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567 ได้แก่ อินเดีย เพิ่มขึ้น 16% ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 9% อิสราเอล เพิ่มขึ้น 53% สหราชอาณาจักรและอิตาลี เพิ่มขึ้น 4% สวีเดน เพิ่มขึ้น 8% ฝรั่งเศสและออสเตรีย เพิ่มขึ้น 13% ยุโรปตะวันออก เพิ่มขึ้น 3% โอมาน เพิ่มขึ้น 3% และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่มขึ้น 1%
ขณะที่สถานการณ์ยอดจองการเดินทางล่วงหน้า (Forward Booking) จากระบบ Forwardkeys พบว่า ภาพรวมยอดจองบัตรโดยสารเครื่องบินล่วงหน้ามายังประเทศไทยช่วงเดือน ส.ค.นี้ จากข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.ค. หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มมีสัญญาณหดตัวลง 3% จากเดิมที่มียอดจองล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 0.4% ซึ่งเป็นข้อมูลการจองล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุการปะทะ ณ วันที่ 21 ก.ค.





