แม้เศรษฐกิจจะไม่ค่อยดีนัก แต่การจัด “คอนเสิร์ต” ช่วยฮีลใจคนจากความเครียด ยังคงบูมอย่างต่อเนื่อง! คนไทยยอมประหยัดเงินในส่วนอื่นๆ เปย์บัตรคอนเสิร์ตราคาแพงเพื่อได้ใกล้ชิด ดื่มด่ำโมเมนต์น่าประทับใจร่วมกับศิลปินคนโปรด
พอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม “อิมแพ็ค เมืองทองธานี” กล่าวว่า ภาพรวมการจัด “คอนเสิร์ต” ในอิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากผู้จัดงานสูงมากและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดตลอดปี 2568 มีจำนวนคอนเสิร์ตมาจัดไม่น้อยกว่า 60-70 งาน
“ตั้งแต่โควิดจบลง พบว่ามียอดจองการจัดคอนเสิร์ตใน อิมแพ็ค อารีน่า (Impact Arena) เต็มทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ปัจจุบันมียอดจองยาวไปถึง 6-9 เดือนข้างหน้า และอาจยาวถึงสิ้นปี 2569 แล้วด้วยซ้ำ งานเยอะจนล้น ต้องไปจัดในฮอลล์ (Hall) หรือเวนู (Venue) อื่นๆ ในอิมแพ็ค เมืองทองธานีแทน”
โดยในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.) อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีคอนเสิร์ตไทยและต่างประเทศรวม 41 งาน จากยอดจัดงานรวม 341 งาน โดยนอกจากคอนเสิร์ตแล้ว ยังมีงานประชุมสัมมนา 167 งาน งานอินเซนทีฟ (Incentive) หรือการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล 16 งาน ประชุมขนาดใหญ่ (Convention) 5 งาน งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ 33 งาน งานแต่งงาน 58 งาน และงานเลี้ยงสังสรรค์อีก 21 งาน
ขณะที่ 6 เดือนหลัง (ก.ค.-ธ.ค.) มียอดจองพื้นที่แล้วกว่า 300 งาน ใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อน ไฮไลต์สำคัญๆ เช่น SUMMER SONIC BANGKOK 2025 (23-24 ส.ค.) BIG BAD WOLF BOOKS (7-17 ส.ค.) ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี (9-17 ส.ค.) Tyler, The Creator - CHROMAKOPIA :THE WORLD TOUR (16 ก.ย.) งานแสดงสินค้าสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยวประเทศไทย (15-17 ต.ค.) MARIAH CAREY The Celebration of Mimi (11 ต.ค.) ลอย ริม เลค (1-5 พ.ย.) มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (29 พ.ย.-10 ธ.ค.) และเทศกาล EDM ระดับโลก Creamfields Asia 2025 (13-14 ธ.ค.)
“แม้เศรษฐกิจจะไม่ค่อยดี แต่คนไทยก็ยังยอมเปย์ตั๋วคอนเสิร์ตราคาแพง ยอมเซฟเงิน ไม่ใช้จ่ายกับพวกเสื้อผ้าหรือกิจกรรมฮอลิเดย์ เพื่อเก็บเงินไว้ไปซื้อประสบการณ์มากกว่า ขอให้ได้เที่ยวและดูคอนเสิร์ตก่อน ส่วนเรื่องซื้อบ้านและรถเอาไว้ทีหลัง นี่คือพฤติกรรมของคนยุคนี้”
พอลล์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้จัดงานทั่วโลก ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นในหลายมิติ ทั้งในด้านความมั่นคงทางอาหาร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการผ่านความคิดสร้างสรรค์ สะท้อนจากรายงาน Globe Watch Business Analytics - Country & City Rankings ประจำปี 2567 ของสมาคมการประชุมนานาชาติ (ICCA) จัดอันดับจากการเก็บข้อมูลจากจำนวนงานประชุมนานาชาติที่เลือกเมืองและประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นสถานที่จัดงาน โดยระบุว่าปี 2567 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นลำดับที่ 25 ของโลกจากจำนวนประเทศที่ได้รับการจัดอันดับทั้งหมด 160 ประเทศ
ทั้งนี้ประเทศไทยยังครองอันดับ 5 ในภูมิภาคเอเชีย และอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน ด้วยจำนวนงานประชุมนานาชาติที่จัดขึ้นมากที่สุด แสดงให้เห็นศักยภาพอันโดดเด่นของทั้งประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนในฐานะศูนย์กลางการจัดงานประชุมระดับนานาชาติ
“เฉพาะการจัดคอนเสิร์ตในประเทศไทยก็มีเพิ่มมากขึ้น โดยแต่ละปีประเทศไทยมีจำนวนคอนเสิร์ตทั้งระดับนานาชาติและในประเทศประมาณ 250-300 งาน ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไม่เพียงเเต่สร้างเม็ดเงินจากการจ้างงานในอุตสาหกรรมอีเวนต์ ยังมีเม็ดเงินที่เกิดการใช้จ่ายในด้านการเดินทาง ที่พัก และอาหารในพื้นที่จัดงานรวมถึงพื้นที่โดยรอบเพิ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้วย”
อุตสาหกรรม MICE โตดี แต่ยังต้องจับตาเศรษฐกิจโลกผันผวน
ด้านภาพรวม “อุตสาหกรรมไมซ์” (MICE: การประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และแสดงสินค้า) แม้จะมีแนวโน้มเติบโตดี แต่ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการไทย ต้องเผชิญกับความท้าทายทุกมิติ โดยเฉพาะความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศเองที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านการใช้จ่าย และการตัดสินใจของผู้จัดงานและนักเดินทางไมซ์
รวมถึงนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐที่ยังต้องจับตามอง และปัญหาเศรษฐกิจจีน นโยบายสนับสนุนให้ท่องเที่ยวภายในประเทศของจีน ส่งผลให้จำนวนนักเดินทางไมซ์ เเละนักท่องเที่ยวจีนชะลอการเดินทางลงตั้งแต่ต้นปี 2568 ล้วนกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทว่าภาคธุรกิจไทยรวมถึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไมซ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่างเตรียมความพร้อมรับมือให้ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในฐานะศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอันดับ 1 ของไทยและภูมิภาคอาเซียน ต้องปรับตัวเองให้สอดรับต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเช่นกัน ล่าสุดได้ประกาศวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ โดย อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งเป้าหมายจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านธุรกิจไมซ์ (MICE) ของเอเชีย และเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานประชุม ธุรกิจ และความบันเทิงที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก” พอลล์กล่าว
ไฮไลต์คอนเสิร์ตใหญ่ "Tomorrowland Thailand 2026"
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ททท. มุ่งเติมเต็มประสบการณ์แก่นักท่องเที่ยว ด้วยอีเวนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ให้เทศกาล ประเพณี กิจกรรมระดับนานาชาติเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ”
สำหรับในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ไฮไลต์ของงานที่ ททท.เป็นผู้จัดและร่วมสนับสนุน อาทิ งาน Maha Loy Krathong จ.สุโขทัย ตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.-5 พ.ย. งาน Amazing Thailand Marathon 2025 กรุงเทพฯ วันที่ 30 พ.ย. งาน VIJIT Chao Phraya กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1-15 ธ.ค. และงาน Amazing Thailand Countdown ในช่วงสิ้นปี
ส่วนไฮไลต์ในปี 2569 นอกเหนือจากงาน Maha Songkran World water Festival แล้ว ยังมีปรากฏการณ์ครั้งสำคัญอย่างเทศกาลดนตรีระดับโลก “TOMORROWLAND THAILAND 2026” จัดครั้งแรกในเอเชีย เดือน ธ.ค. 2569 โดยตามแผนการจัดงานนี้จะมีขึ้นระหว่างปี 2569-2573 จะสามารถสร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจรวมมากกว่า 21,000 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมงานกว่า 1 ล้านคนภายใน 5 ปี





