วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

‘สรวงศ์’ กาง ‘5 New Paradigms’ ฝ่าวิกฤติท่องเที่ยวไทย! ชู ‘สะอาด สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย’ ยกระดับประสบการณ์ใหม่

‘สรวงศ์’ กาง ‘5 New Paradigms’ ฝ่าวิกฤติท่องเที่ยวไทย!  ชู ‘สะอาด สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย’ ยกระดับประสบการณ์ใหม่

ประเทศไทยกำลังเผชิญ “ความท้าทาย” หลายประการที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ไม่ว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหว และข่าวการหลอกลวง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์ต่างๆ ทั่วโลกร้อนระอุกระทบโดยตรงต่อการเดินทางและการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นนโยบายภาษี สงคราม ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่สูงขึ้นในทุกภูมิภาค

สรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงถึงการปรับนโยบายและแผนฟื้นฟูเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม “การท่องเที่ยวและกีฬา” ของไทย เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยย้ำว่า ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไทยไม่เคยหยุดเดินหน้า ได้ติดตามเพื่อประเมินและมุ่งปรับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เน้น “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” ด้วยแนวทาง “สะอาด สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย”

และมุ่งเสริมพลังให้กับการท่องเที่ยวไทย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ด้วยการ “เพิ่มรายได้” จากการท่องเที่ยว เน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพ “กระจายรายได้สู่พื้นที่เมืองน่าเที่ยว” เพื่อลดความหนาแน่นของการท่องเที่ยว ควบคู่กับ “สร้างโอกาสและเพิ่มศักยภาพ” ของผู้ประกอบการ

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ขับเคลื่อนการปรับกระบวนทัศน์ใหม่ ด้วยแนวคิด “5 New Paradigms” ดังนี้

 

1.New Customer การมองหากลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ 

เน้นตลาดคุณภาพ แบ่งเซกเมนต์ตามพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ ความสนใจ เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่เพิ่งมีพาสปอร์ตเล่มแรก กลุ่มนักท่องเที่ยวผู้หญิง กลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness) และกลุ่มท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ (Set Jetters) หรือแบ่งตามโลเกชันต้นทางของนักท่องเที่ยว เช่น ซาอุดีอาระเบีย และอินเดีย รวมทั้งประเทศเดิมที่เคยเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักในเมืองใหม่ๆ เช่น จีน และสหรัฐ

 

2.New Products ผลิตภัณฑ์หรือกิจกรรมการท่องเที่ยวใหม่  

สร้างความสนใจโดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรม สินค้าและบริการที่มีอยู่ ส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวและพำนักในเมืองน่าเที่ยว (Hidden gems) มากขึ้น สนับสนุน “ซอฟต์พาวเวอร์” (Soft Power) ผ่านแคมเปญ “5 Must Do in Thailand”  มอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้นักท่องเที่ยว ด้วยรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น Wellness Hub การท่องเที่ยวเรือสำราญ (Cruise Tourism) มหกรรมกีฬา (Sport Events) และแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-Made Destination)

‘สรวงศ์’ กาง ‘5 New Paradigms’ ฝ่าวิกฤติท่องเที่ยวไทย!  ชู ‘สะอาด สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย’ ยกระดับประสบการณ์ใหม่

3.New partnerships การทำงานร่วมกับพันธมิตร 

อาทิ เปิดเส้นทางการบินใหม่ ส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย เพิ่มทัวร์เอเยนต์ (Tour Agent) รายใหม่ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ารายใหม่และรักษากลุ่มลูกค้าเดิม บูรณาการความร่วมมือจากภาครัฐในการอำนวยความสะดวก สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว เช่น การบังคับใช้กฎหมาย ตม.6 ออนไลน์ การส่งเสริมผู้ประกอบการให้ได้มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย การสื่อสารในภาวะวิกฤติ (Crisis Communication) การกวดขันมัคคุเทศก์เถื่อน ป้องกันการหลอกลวงนักท่องเที่ยว จากการจองโรงแรมทางออนไลน์และรถโดยสารสาธารณะ (TAXI)

 

4.New Marketing Strategy กลยุทธ์ด้านการตลาด 

ต้องดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสประสบการณ์จริง เน้นเชิญคนรุ่นใหม่ที่มีอิทธิพล หรือมีความสามารถโดดเด่น (New and Powerful) ประชาสัมพันธ์ผ่านอินฟลูเอนเซอร์ในแต่ละภาคส่วน รวมทั้งกลุ่มผู้นำทางความคิด (KOLs) สื่อและเอเจนซี

“ประเทศไทยต้องเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) และเป็นเดสติเนชันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เราจะ Show the World How Amazing We are ด้วยการ Up Level ยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เหนือกว่า พร้อม Add Story ร้อยเรียงเรื่องราวมากกว่าที่เคยสัมผัส และ Create Value สร้างมูลค่าให้ทุกเอกลักษณ์ไทย”

 

5. New Key Performance Indicator (KPI) การสร้าง Benchmark ใหม่ในการวัดผล

เน้นเรื่องคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพื่อยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้น สร้างความท้าทายให้ทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างคุณค่าทางสังคมของประเทศไทย

‘สรวงศ์’ กาง ‘5 New Paradigms’ ฝ่าวิกฤติท่องเที่ยวไทย!  ชู ‘สะอาด สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย’ ยกระดับประสบการณ์ใหม่

ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบข้อเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท และภาคการท่องเที่ยวได้รับการจัดสรรงบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาท เฉพาะโครงการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมงบประมาณกว่า 4.5 พันล้านบาท 22 โครงการ

แบ่งเป็น “ด้านการตลาด” กว่า 3.8 พันล้านบาท กระตุ้นตลาดในประเทศผ่าน “เที่ยวไทยคนละครึ่ง”  กระตุ้นการเดินทางผ่านแผนงาน “ไทยแลนด์ ซัมเมอร์ บลาสต์” (Thailand Summer Blast) ครอบคลุมตลาดจีนและตลาดต่างประเทศอื่นๆ ด้วยการทำโปรโมชันร่วมกับกลุ่มสายการบินและกลุ่มเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) สนับสนุนงบประมาณหรือสิทธิพิเศษให้กับสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินประจำและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ และยังส่งเสริมการขายสินค้าท่องเที่ยวไทย ผ่าน “แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์” (OTA) ตลอดปี

นอกจากนี้มีงบประมาณ “สนับสนุนภาคการท่องเที่ยว” ให้มี “ความสะอาด สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย” กว่า 6 พันล้านบาท ผ่านโครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ (กรมป่าไม้) โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว (กรมอุทยานฯ) และโครงการบูรณะ ฟื้นฟู และปรับปรุงภูมิทัศน์ กลุ่มโบราณสถาน (กรมศิลปากร)

‘สรวงศ์’ กาง ‘5 New Paradigms’ ฝ่าวิกฤติท่องเที่ยวไทย!  ชู ‘สะอาด สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย’ ยกระดับประสบการณ์ใหม่

สรวงศ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวฯใช้พลัง “Soft Power” และมหกรรมกีฬาเชื่อมกับการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความแตกต่างให้แบรนด์ “Amazing Thailand” โดยมีแคมเปญเด่น เช่นAmazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 รวมถึงการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2025 ในเดือน เม.ย. และ Pride Festival “Love Wins” เมื่อเดือน มิ.ย.

ขาดไม่ได้คือการดึง “อีเวนต์กีฬาระดับโลก” เข้ามาจัดในไทย เป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือนไทย เปิดประตูสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างการท่องเที่ยวและกีฬา ในปลายปี 2568 จะมีกิจกรรม เช่น Muaythai Soft power Championship, Waterjet World Cup 2025, FIVB World Volleyball Series และการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ (SEA Games 2025) วันที่ 9-20 ธ.ค. ณ กรุงเทพฯ ชลบุรี และสงขลา คาดดึงดูดผู้ชมกว่า 5 แสนคน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 1.7 หมื่นล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 1.4 หมื่นตำแหน่ง

ที่สำคัญ รัฐบาลตั้งเป้าดึง “มรดกไทย” สู่ “มรดกโลก” เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้การท่องเที่ยว เพราะประเทศไทยมีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกแล้ว 6 รายการ และมรดกโลกทางวัฒนธรรม 5 แห่ง พร้อมทั้งเดินหน้ายกระดับแหล่งมรดกไทยให้เป็นจุดหมายสำคัญด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

“เราต้องเปลี่ยนมรดกให้เป็นพลังเศรษฐกิจ สร้างความประทับใจให้คนทั้งโลกไม่เพียงแค่ ‘เห็น’ มรดกไทย แต่ต้อง ‘รู้จัก’ และ ‘จดจำ’ สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การกระจายรายได้และสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศในทุกมิติโดย ‘ให้มรดกเลี้ยงเมือง ให้การท่องเที่ยวเลี้ยงครัวเรือน’ ผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยเติบโตอย่างแข็งแรงต่อไป”

‘สรวงศ์’ กาง ‘5 New Paradigms’ ฝ่าวิกฤติท่องเที่ยวไทย!  ชู ‘สะอาด สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย’ ยกระดับประสบการณ์ใหม่