“สรวงศ์” เตรียมถกเป้าหมายการท่องเที่ยวปี 69 หลัง ททท.เสนอสร้างรายได้รวม 2.8 ล้านล้านบาท เพิ่ม 5% จากปีนี้ จับตา “ปัจจัยเสี่ยง” ที่อาจเจอระหว่างทางเหมือนปี 68 พร้อมพลิกโฉมท่องเที่ยวไทยก้าวสู่ “The New Thailand”
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หลังเผชิญความผันผวนตลอดปี 2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งวางยุทธศาสตร์ใหม่ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยติดท็อป 10 รายได้ท่องเที่ยวโลก
นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากการแถลงทิศทางการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประจำปี 2569 ว่า ตามที่ ททท.ได้เสนอเป้าหมายการท่องเที่ยวในปี 2569 จะสร้างรายได้รวม 2.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปี 2568 โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7% สร้างรายได้ 1.63 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% ส่วนตลาดในประเทศ ตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยวชาวไทย 214 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5% สร้างรายได้ 1.17 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3%
เป้าหมายดังกล่าวมาจากการที่ ททท.ประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการปี 2569 เมื่อวันที่ 14-17 ก.ค.ที่ผ่านมา ผ่านการระดมสมองผู้บริหาร ททท.ที่ปัจจุบันมีสำนักงานในประเทศ 45 แห่ง และสำนักงานต่างประเทศ 29 แห่ง เพื่อกำหนดนโยบายและทิศทางการตลาดในปีหน้า
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในปีนี้มีความผันผวนของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกอย่างมาก ตนจะขอนำตัวเลขเป้าหมายนี้กลับไปประชุมร่วมกับผู้บริหารและบอร์ด ททท. อีกครั้งก่อนว่าจะต้องเจอปัจจัยหรือปัญหาอะไรบ้าง อะไรที่ทำได้ ทำไม่ได้ จึงจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อออกมาเป็นนโยบาย
“มีตัวอย่างในปีนี้ที่วางเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ 39 ล้านคน เป็นเป้าการทำงานอย่างท้าทาย แต่ก็เกิดปัญหาระหว่างทาง ยังไม่รู้ว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะจบที่เท่าไร โดยขณะนี้มองว่าน่าจะผลักดันได้ 35 ล้านคน ซึ่งตรงนี้ต้องหารืออีกครั้ง เพราะตอนนี้ผ่านมาเพียงครึ่งปีเท่านั้น ยังมีเวลาและมีโอกาสทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้"
ขณะที่งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 157,000 ล้านบาท ยังมีวงเงินเหลืออยู่ 40,000 ล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะเสนอของบเพื่อจัดทำโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวที่ถูกตัดทิ้งไปหลายโครงการ ยืนยันว่าในการทำงานจะทำให้ดีที่สุดอยู่แล้ว ในการทำงานเราต้องการให้ได้ตัวเลขรายได้ท่องเที่ยวที่สูงที่สุดอยู่แล้ว แต่ในเมื่อตัวเลขที่ออกมาต้องผ่าน ครม.และต้องให้สัญญากับประชาชน จึงต้องขอนำกลับไปดูประกอบกับภาพเศรษฐกิจโดยรวมของปี 2569 และเป้าหมายที่ควรจะเป็นก่อน
พลิกท่องเที่ยวไทย “The New Thailand”
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.กล่าวว่า ปี 2569 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนกระบวนทัศน์การท่องเที่ยวไทยเป็น “The New Thailand” มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสู่การให้ความสำคัญเชิงคุณค่าอย่างแท้จริง (Value is the New Volume) ผ่านแนวคิดหลัก “Stay Focus” ผ่านจุดเน้น 4 ประการ ได้แก่ ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สู่ “การท่องเที่ยวคุณภาพ”, ปรับสมดุลด้วย “การกระจายโอกาสสู่ท้องถิ่น”, สร้างแรงดึงดูดใหม่ด้วยการออกแบบประสบการณ์ที่ตรงใจนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม และจับมือทุกภาคส่วนมุ่งหน้าสู่ความยั่งยืน ควบคู่กับการเร่งสร้างความเชื่อมั่นประเทศไทย เผยแพร่ Soft Power และจัดการสมดุลส่วนแบ่งตลาดเป็น ตลาดต่างประเทศ 58% ตลาดในประเทศ 42%
โดยมีหัวใจของความสำเร็จอยู่ที่“คุณค่าและประสบการณ์”ที่นักท่องเที่ยวได้รับ พร้อมทั้ง “ความพึงพอใจ” ของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความสมดุลตัวชี้วัดทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่มีรายได้ทางการท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก
เจาะตลาดศักยภาพสูงตอบโจทย์รายได้
ทั้งนี้ ตลาดต่างประเทศ ททท. มุ่งทำการตลาดเชิงรุก โดยให้ความสำคัญ 2 มิติหลัก ได้แก่ มิติกลุ่มตลาด (Market Segment) ที่มีศักยภาพสูงในการเดินทาง ได้แก่ Millennials, Gen Z, Luxury และ Health & Wellness และมิติกลุ่มพื้นที่ (Market Areas) แบ่งเป็น 3 กลุ่ม เพื่อตอบโจทย์เชิงรายได้อย่างชัดเจน ได้แก่ 1.กลุ่ม Priority ประกอบด้วย กลุ่มตลาดหลัก อาทิ จีน ฮ่องกง จะมุ่งสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
พร้อมขยายสู่เมืองท่องเที่ยวใหม่ กลุ่มตลาดระยะใกล้ ได้แก่ มาเลเซีย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ สร้างภาพจำใหม่ ขยายตลาดเซกเมนต์ใหม่ควบคู่กระตุ้นฐานตลาดเดิม กลุ่มตลาดระยะใกล้ที่เติบโตดี ได้แก่ อินเดีย ญี่ปุ่น เน้นเจาะกลุ่ม Quality Leisure และกลุ่มตลาดระยะไกลที่เติบโตดี ได้แก่ รัสเซีย อังกฤษ สหรัฐ ฝรั่งเศส และเยอรมนี มุ่งเจาะกลุ่ม High Value สร้าง New Million Market
2.กลุ่มตลาดขนาดกลาง-เล็ก ได้แก่ ตลาดระยะใกล้ อาทิ ไต้หวัน เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กระตุ้นและขยายตลาดใหม่ทั้งในเชิง Segment และพื้นที่ ตลาดระยะไกล อาทิ ออสเตรเลีย สแกนดิเนเวีย อิตาลี สเปน เร่งสร้างภาพไทยในฐานะ “Green Destination” และ Long Stay Paradise
3.กลุ่ม High Value Market ตลาดตะวันออกกลางศักยภาพสูง นำเสนอ Premium Leisure และ Health & Wellness พร้อมรักษาการเติบโตของอิสราเอล รวมถึงทำ Airline Focus เพิ่มที่นั่งและความถี่เที่ยวบิน
ไทยเที่ยวไทยสู่ท่องเที่ยวยั่งยืน
ขณะที่ ตลาดในประเทศ “ไทยเที่ยวไทย” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่แข็งแกร่ง และนำสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน ททท.วางกลยุทธ์การตลาดเชิงพื้นที่ (Area-Based Marketing) ผสมผสานการออกแบบสินค้าและบริการเชิงประสบการณ์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายศักยภาพ Millennials, High End/ Ultra Wealth และ Multi-Generation Family โดยเน้นกิจกรรม Exclusive Experience ในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก กระตุ้นความถี่ในกลุ่มจังหวัดเมืองหลัก-น่าเที่ยว ให้เกิดการเดินทางตลอดทั้งปี ด้วยการเจาะตลาด Health and Wellness และส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวข้ามภาคด้วยสินค้าบริการที่นำเสนอเสน่ห์ไทยและเพิ่มอีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง
ขณะเดียวกัน ส่งเสริมเมืองน่าเที่ยวด้วยสินค้าและบริการตามอัตลักษณ์พื้นที่ โดยมีไฮไลต์ตามภูมิภาค และร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม องค์การบริหารพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ส่งเสริมเมืองสร้างสรรค์ ของ UNESCO 3 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย เพชรบุรี และสุพรรณบุรี
ชู “จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์”
ททท. เตรียมสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ภายใต้แบรนด์ “Amazing Thailand” ผ่านแนวคิดหลัก “Unforgettable Experience - ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม” ด้วยเป้าหมายให้ทุกการเดินทางมีความหมายลึกซึ้งและทรงคุณค่ายิ่งขึ้น
โดยตลาดต่างประเทศ ททท. มุ่งสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ที่เปี่ยมคุณค่าและยั่งยืน” ผ่าน key message“Healing is the New Luxury”สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะดินแดนแห่งการเยียวยา การพักใจ และการเชื่อมโยงคุณค่าระหว่างผู้คนกับสถานที่ ที่จะเติมเต็มพลังชีวิตให้กับทุกคนที่มาเยือน ด้านตลาดในประเทศ ต่อยอดแคมเปญ“สุขทันที ที่เที่ยวไทย”ด้วยแนวคิด “Change Unknown to Unforgettable” ชวนคนไทยออกไปเที่ยวเมืองไทย ไปสร้างโมเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเก็บเกี่ยวเป็นความทรงจำดีๆ ที่ไม่อาจลืมเลือน
สร้างท่องเที่ยวอัตลักษณ์มัดใจทัวริสต์
ปี 2569 ไฮไลต์โปรดักต์ของ ททท. จะคัดสรรประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์ คุณภาพและความพร้อม มาแปรรูปเป็นสินค้าท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์มัดใจนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยให้น้ำหนักกับ “Creative Products Focus” การค้นหาจุดเน้นใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของพื้นที่ ได้แก่ สินค้ากลุ่มแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพื่อนำเสนอเป็น UNSEEN Destination – Unforgettable Experienceสินค้ากลุ่มสุขภาพสินค้ากลุ่มมูเตลู ศรัทธา และความเชื่อ สินค้าตามพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ เช่น เส้นทางคนโสด เส้นทาง LGBTQ เส้นทางตามรอย Series หนัง-ละคร และภาพยนตร์ สินค้ากลุ่ม Arts & Craft Fashion กลุ่ม Sport Tourism กลุ่ม Night Tourism และกลุ่ม Thailand Soft Power สู่ 5 Must Do in ThailandTransportation & Connectivity Focusร่วมกับสายการบินพันธมิตรขยายเครือข่ายความเชื่อมโยงทางการบินด้วย Airline Focus ทั้ง Commercial Flight และ Charter Flight
ปั้นอีเวนต์นานาชาติแม่เหล็กดึงทัวริสต์
ททท. เติมเต็มประสบการณ์ด้วยอีเวนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ให้เทศกาล ประเพณี กิจกรรมระดับนานาชาติเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติWorld Events ได้แก่ Maha Loy Krathong จ.สุโขทัย, VIJIT Chao Phraya, Amazing Thailand Marathon 2025 Amazing Thailand Countdown และ Maha Songkran World water Festival ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของ TOMORROWLAND THAILAND 2026 ครั้งแรกในเอเชียในเดือน ธ.ค.2569 การส่งเสริมยกระดับเทศกาลและประเพณีท้องถิ่นที่มีศักยภาพ สู่ International หรือ World Events ระดับโลก โดยมี 3 บิ๊กอีเวนต์สำคัญ ได้แก่ ประเพณีไหลเรือไฟ จ.นครพนม ประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี และประเพณีแห่ดาวคริสต์มาส จ.นครพนม





