วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

'หยั่น หว่อ หยุ่น' โอดสินค้าจำเป็นทรงตัว เศรษฐกิจ-กำลังซื้อฉุดตลาด

'หยั่น หว่อ หยุ่น' โอดสินค้าจำเป็นทรงตัว เศรษฐกิจ-กำลังซื้อฉุดตลาด

เศรษฐกิจ กำลังซื้อหดตัว กระเทือนตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค "หยั่น หว่อ หยุ่น" ลุ้นยอดขายโต 1-2% พอใจแล้ว เผยภาษีทรัมป์ เร่งส่งออกเพิ่ม 3-5 เท่าต่อเดือน

ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค(FMCG)หรือของกินของใช้ มีขนาดใหญ่มูลค่าหลายแสนล้านบาท เช่น ผลิตภัณฑ์ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน สบู่ ยาสระผม ครีมอาบน้ำ ขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กะปิ น้ำปลา เครื่องปรุงรสต่างๆ เครื่องดื่ม อาหาร ฯ ซึ่งผู้บริโภคล้วนต้องกิน-ใช้ทุกวันในชีวิตประจำวัน

ทว่า ปี 2568 เห็นชัดแล้วว่า เศรษฐกิจ กำลังซื้อไม่ดี จากสารพัดปัจจัยทั้งภายในและนอกประเทศที่กระทบ โดยเฉพาะภาษีทรัมป์ ที่จะเป็นตัวแปรต่อความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอย

เครื่องปรุงรสเป็นอีกตลาดที่กำลังได้รับผลกระทบ โดยมุมมองจากผู้เล่นสำคัญ และบิ๊กแบรนด์ในตลาดอย่าง ​​วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายในประเทศ บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด ฉายภาพว่า ภาพรวมตลาดเครื่องปรุงรส(เฉพาะซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ซอสหอยนางรม และเต้าเจี้ยว)ปี 2567 มีมูลค่าราว 5,200 ล้านบาท เติบโต 2.5%

'หยั่น หว่อ หยุ่น' โอดสินค้าจำเป็นทรงตัว เศรษฐกิจ-กำลังซื้อฉุดตลาด

เศรษฐกิจไทยใกล้จุดต่ำสุด

ผ่านครึ่งปีแรก ตลาดค่อนข้างเงียบ และผลประกอบการของบริษัทเป็นอีกตัวชี้วัดกำลังซื้อผู้บริโภค โดยยอดขาย 6-7 เดือนอยู่ในระดับทรงตัวเท่านั้น

ขณะที่เป้าหมายยอดขายปี 2568 ตั้งเติบโตระดับ 2 หลัก หรือ 10% ขึ้นไป จากปีก่อนยอดขายเติบโต 11% แต่จากสถานการณ์ 7 เดือนแรก ทำให้คาดการณ์เป้าหมายยอดขายทั้งปีอาจเติบโตเพียง 1-2% เท่านั้น ภายใต้การจำลองปกติหรือ base case scenario อิงค่าเฉลี่ยไม่ต่างจากภาพรวมตลาด

“ปีนี้กำลังซื้อไม่ดีจริงๆ ไปเดินห้างค้าปลีก ร้านค้าต่างๆ เงียบ..เงียบมาก งานอีเวนต์ต่างๆคนน้อย และด้วยสภาพเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่ใกล้จุดต่ำสุดแล้ว ปีนี้เราจึงพยายามพยุงไม่ให้ยอดขายตก ถือว่าพอใจแล้ว หรือแม้ยอดขายสิ้นปีจะตกอย่างน้อยๆพยายามรักษากำไรอย่าให้ตก”

เร่งส่งออกสหรัฐฯ เพิ่ม 4-5 เท่า รับภาษีทรัมป์

ด้านตลาดต่างประเทศกำลังเจอแรงกดดันหนักจากนโยบายภาษีของทรัมป์ ที่เก็บภาษีส่งออกสินค้าจากไทยในอัตรา 36% นำร่อง 10 อันดับสินค้าส่งออกสูงสุด เวลานี้บริษัทเร่งส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐฯราว 100-200 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 3-5 เท่าตัว จากปกติส่งออก 40-50 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อเดือน และมูลค่าส่งออกเพิ่มเป็นระดับ 200 ล้านบาทต่อเดือน

'หยั่น หว่อ หยุ่น' โอดสินค้าจำเป็นทรงตัว เศรษฐกิจ-กำลังซื้อฉุดตลาด

ส่วนการกำหนดราคาขาย “ต่ำลง” เพื่อ เพื่อไม่ให้ลูกค้าชะลอการซื้อ หรือสั่งสินค้า โดยการส่งออกที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว จะครอบคลุมความต้องการตลาดจนถึงสิ้นปี 2568 และคาดหวังว่าสถานการณ์การค้าจะปรับตัวดีขึ้นในปีหน้า

“เราเร่งส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ มีการโค้ดราคาลง เพื่อไม่ให้ลูกค้าสโลว์มูฟ ชะลอดีลสั่งซื้อ ส่วนพฤติกรรมของลูกค้าตอนนี้กลับมาเป็นเหมือนช่วงโควิด-19 ระบาด ที่ตุนๆๆๆๆ สินค้าค่อนข้างมาก ซึ่งไม่ง่ายที่บริษัทจะส่งสินค้าไปเพราะมีทั้งค่าระวางสินค้าทางเรือหรือเฟรทและใช้เวลาขนส่ง”

หาตลาดใหม่ ดันส่งออกแตะ 90% มุ่งยอดขาย 4-5 หมื่นล้าน!

วสุพล บอกว่า ขณะนี้ยังต้องเกาะติดนโยบายและผลกระทบจากภาษีทรัมป์ เนื่องจากเครื่องปรุงรส ยังไม่อยู่ในลิสต์สินค้าที่พิจารณา แต่บริษัทต้องปรับตัวหาตลาดใหม่ จากปัจจุบันการส่งออกไปยัง 80 ประเทศทั่วโลก ตลาดยุโรปนำมาอันดับ 1 สัดส่วน 40% ตามด้วยสหรัฐฯ 30% ตลาดเอเชีย 15% เป็นต้น

'หยั่น หว่อ หยุ่น' โอดสินค้าจำเป็นทรงตัว เศรษฐกิจ-กำลังซื้อฉุดตลาด

ทั้งนี้ ตลาดใหม่ยังโฟกัสเอเชีย และตะวันออกกลาง เช่น อิสราเอล สินค้าขายดีมาก รวมถึงขยายตลาดสู่กลุ่มประเทศตะวันตกหรือ western 9 ประเทศ

เป้าหมายระยะยาว 10 ปี บริษัทต้องการเพิ่มสัดส่วนการส่งออกให้แตะ 90% จากปัจจุบันอยู่ที่ 35% และยอดขายในประเทศสัดส่วน 65% ที่สำคัญต้องการผลักดันยอดขายแตะระดับ 4-5 หมื่นล้านบาท

“ตลาดต่างประเทศใหญ่กว่าไทย การเติบโตในอนาคตอยากผลักดันส่งออกเพิ่มขึ้น โดยโตควบคู่กับยอดขายในประเทศ ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวค่อนข้างยากแต่ dream big ไว้ก่อน”

ลงทุนเกือบ 1,000 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพผลิต

จากปัจจัยลบรายล้อม แต่ปี 2568 บริษัทยังเดินหน้าลงทุนเกือบ 1,000 ล้านบาท ใหญ่สุดรอบ 3-4 ปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้า ขยายไลน์การผลิตทุกสินค้า

“หลักการของเราพยายามไม่โทษใคร สถานการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้ ทุกฝ่ายพยายามทำให้ดีสุด ไม่ว่าภาครัฐและเอกชน ที่เราพยายามคือไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภค ทำอย่างไรแก้ที่ตัวเองให้มากสุด จึงหาวิธีทำให้ต้นทุนขายหรือ Cost of Goods Sold (COGS) แข่งขันได้ในตลาด ด้วยการลงทุนอีกก้อนซื้อเครื่องจักรเซ็ทใหม่เข้ามา เพื่อพยุงการผลิตสินค้าโรงงานที่สมุทรสาคร ที่กล้าลงทุนเพราะโลกปัจจุบันมีการแข่งขันสูง โลกเปิดกว้าง มีแบรนด์คู่แข่งมา เราต้องพยายามรักษาคุณภาพ บริการ ราคาขายจำเป็นมากในยุคปัจจุบัน ไม่ใ่ช่ต้นทุนขึ้นแล้วผลักภาระให้ผู้บริโภค นี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา”

'หยั่น หว่อ หยุ่น' โอดสินค้าจำเป็นทรงตัว เศรษฐกิจ-กำลังซื้อฉุดตลาด

แม้ตลาดเครื่องปรุงรสครึ่งทางจะท้าทาย แต่ครึ่งปีหลัง บริษัทยังคาดหวังไฮซีซันจะกระตุ้นการเติบโต โดยเดือนสิงหาคมจะมีเทศกาลสาร์ทจีน เดือนตุลาคมเข้าสู่เทศกาลกินเจ และ 2 เดือนสุดท้ายของปีเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลอง คริสต์มาส ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ล้วนส่งผลต่อการใช้ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วขาวต่างๆ

“ปีนี้ยอดขายเติบโต 1-2% ได้ผมแฮปปี้แล้ว แต่ก็เป็นอัตราต่ำในรอบหลายปี โควิด-19 ระบาด บริษัทยังเติบโต 7-8% และ 3 ปีที่เข้ามาบริหารธุรกิจปีนี้สุดๆ ปัจจัยลบรุมเร้า”