เชนโรงแรมสัญชาติไทย “ดุสิตธานี” และ “ไมเนอร์ โฮเทลส์” ประกาศเปิดตัวแบรนด์โรงแรมใหม่ เดินหน้ากลยุทธ์ขยายพอร์ตโฟลิโอ ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งพันธมิตรผู้พัฒนาโครงการและนักเดินทางยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย
จิลล์ เครตัลเลช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเปิดตัว “ดุสิต โฮเทล” (Dusit Hotels) แบรนด์ใหม่ลำดับที่ 9 อย่างเป็นทางการ มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของทั้งพันธมิตรผู้พัฒนาโครงการและนักเดินทางยุคใหม่ พร้อมเติมเต็มการให้บริการของกลุ่มดุสิตธานี ในขณะที่แบรนด์ “ดุสิตธานี” (Dusit Thani) กำลังปรับภาพลักษณ์สู่กลุ่มลักชัวรีอย่างชัดเจน แบรนด์ใหม่อย่าง “ดุสิต โฮเทล” จะเข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอในกลุ่ม “อัปเปอร์อัปสเกล” และเปิดโอกาสให้กลุ่มดุสิตธานีส่งมอบการบริการแบบไทยที่มีเอกลักษณ์ไปยังกลุ่มโรงแรมที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งยังเปิดพื้นที่ให้พันธมิตรผู้พัฒนาโครงการ สามารถปรับแต่งประสบการณ์ตามความเหมาะสมของแต่ละตลาด ภายใต้ระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันกลุ่มดุสิตธานีบริหารโรงแรม รีสอร์ต และที่พักหรู รวมทั้งสิ้น 294 แห่ง ใน 18 ประเทศทั่วโลก ภายใต้แบรนด์ทั้งหมด 9 แบรนด์ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ไลฟ์สไตล์ไปจนถึงลักชัวรีแบบส่วนบุคคล ได้แก่ เดวาราณา-ดุสิต รีทรีตส์ (Wellness Luxury), ดุสิตธานี (Bespoke Luxury), ดุสิต คอลเลคชั่น (Character Luxury), ดุสิตดีทู (Lifestyle Upscale), ดุสิตปริ๊นเซส (Upper Midscale), อาศัย (Lifestyle Midscale), ดุสิต สวีท (Lifestyle Long Stay), อีลิธฮาเวนส์ (Luxury Villa Rentals) และ ดุสิต โฮเทล (Upper Upscale) ซึ่งเป็นแบรนด์ล่าสุด
“กลุ่มดุสิตธานีได้เซ็นสัญญาโรงแรมใหม่แล้วกว่า 14 แห่ง และมีแผนพัฒนาอีกกว่า 60 แห่งทั่วโลก สะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งในแบรนด์ ดุสิต โฮเทล ที่พร้อมจะนำเสนอการต้อนรับอันอบอุ่นแบบไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของดุสิตไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ”
จิลล์ เครตัลเลช
ศิรเดช โทณวณิก รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจโรงแรม กลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงแรมภายใต้แบรนด์ “ดุสิต โฮเทล” ได้เปิดตัวและดำเนินการไปแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ ดุสิตโฮเทล โดฮา, ดุสิต เลอ ปาเลส์ ตือฮัว ฮานอย และดุสิต โฮเทล เอจี พาร์ค เฉิงตู ขณะที่อีก 1 แห่งซึ่งมีการเซ็นสัญญาแล้วและเตรียมเปิดให้บริการในปี 2569 คือ ดุสิต กรีนฮิลส์ มะนิลา ถือเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งในตลาดสำคัญทั้งในเอเชียและตะวันออกกลาง
“ภายใน 2 ปีข้างหน้า คาดว่าจะลงนามในสัญญาเพิ่มเติมได้อีก 8 แห่ง ในจุดหมายปลายทางหลักที่เป็นทั้งเมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยว”
โรงแรมแต่ละแห่งภายใต้แบรนด์ ดุสิต โฮเทล สะท้อนถึงความสามารถในการส่งมอบประสบการณ์อัปเปอร์อัปสเกลที่มีความร่วมสมัย ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับโครงการทั้งในรูปแบบรีโนเวตและพัฒนาใหม่ ซึ่งมีขนาด 120–300 ห้องพัก โดยเน้นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและตรงกับความต้องการของตลาด
โดดเด่นด้วยดีไซน์อบอุ่น เรียบหรูเหนือกาลเวลา ภายใต้แนวคิด “ยกระดับความแตกต่าง สมบูรณ์แบบด้วยมนต์เสน่ห์แห่งสถานที่” (Distinctly Elevated, Perfected by Place) โดยแต่ละพื้นที่ของโรงแรมจะตกแต่งด้วยงานศิลปะที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันและรายละเอียดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องถิ่น ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่นั้นๆ พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
ศิรเดช โทณวณิก
ก่อนหน้านี้ “ไมเนอร์ โฮเทลส์” (Minor Hotels) อีกหนึ่งเชนโรงแรมไทยระดับโลก ซึ่งปัจจุบันมีโรงแรมในเครือมากกว่า 560 แห่ง ใน 57 ประเทศ ประกาศขยายพอร์ตโฟลิโอด้วยการเปิดตัวแบรนด์โรงแรมใหม่ “4 แบรนด์” เข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทผ่านการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ และส่งมอบประสบการณ์การบริการที่โดดเด่นในทุกกลุ่มตั้งแต่กลุ่มลักชัวรี กลุ่มพรีเมียม จนถึงกลุ่มซีเล็ค เซ็กเมนต์
สำหรับ 4 แบรนด์ใหม่ของไมเนอร์ โฮเทลส์ ได้แก่ “เดอะ โวลสลีย์ โฮเทลส์” (The Wolseley Hotels) เป็นแบรนด์โรงแรมระดับลักชัวรีที่ถือกำเนิดจากร้านอาหารชื่อดังในย่านพิคคาดิลลี ผสานเสน่ห์ความสง่างามแบบอังกฤษและกลิ่นอายของนานาชาติได้อย่างลงตัว
“ไมเนอร์ รีเซิร์ฟ คอลเลคชั่น” (Minor Reserve Collection) เป็นแบรนด์โรงแรมระดับลักชัวรีแบบซอฟต์แบรนด์ (Soft brand) ที่พัฒนามาเพื่อนักเดินทางผู้แสวงหาประสบการณ์การเข้าพักที่สะท้อนตัวตนและความโดดเด่นเหนือระดับ โดยโรงแรมภายใต้แบรนด์ Minor Reserve Collection แต่ละแห่งต่างมีเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่อาจพบได้ทั่วไป พร้อมยกระดับประสบการณ์การเข้าพักให้ตอบโจทย์แบบเฉพาะบุคคล
“คอล์แบร์ คอลเลคชั่น” (Colbert Collection) เป็นอีกซอฟต์แบรนด์ระดับพรีเมียมที่รวมโรงแรมอิสระจากทั่วโลก ตอบโจทย์นักเดินทางผู้หลงใหลในความเป็นเลิศด้านอาหารและชื่นชอบการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คน โดยโรงแรมแต่ละแห่งสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่แผนการเดินทางแบบอินไซด์โดยผู้รู้ในท้องถิ่น ไปจนถึงมื้ออาหารและกิจกรรมที่นำพาผู้คนให้มาพบปะและสร้างความทรงจำร่วมกัน
และ “ไอสเตย์ โฮเทลส์” (iStay Hotels) เป็นแบรนด์โรงแรมกลุ่มซีเล็ค เซ็กเมนต์ (Select Segment) นำเสนอการพักผ่อนที่สนุกสนาน สะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก ในราคาที่เข้าถึงง่าย แขกผู้ใช้บริการสามารถคาดหวังประสบการณ์โรงแรมที่คุ้มค่า การบริการที่ราบรื่น การพักผ่อนที่แสนสบาย และเทคโนโลยีอันทันสมัย ณ เมืองยอดนิยมของโลก
4 แบรนด์ใหม่เหล่านี้จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในพอร์ตโฟลิโอของ “ไมเนอร์ โฮเทลส์” ซึ่งปัจจุบันมีแบรนด์โรงแรม อนันตรา (Anantara) เอเลวานา คอลเลคชั่น (Elewana Collection) ทิโวลี (Tivoli) เอ็นเอช คอลเลคชั่น (NH Collection) อวานี (Avani) นาว (nhow) เอ็นเอช (NH) และ โอ๊คส์ (Oaks) ซึ่งมุ่งนำเสนอแบรนด์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะในกลุ่ม “ซอฟต์แบรนด์” ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
เอียน ดิ ทูลิโอ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ ของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า บริษัทได้พัฒนาแบรนด์ใหม่แต่ละแบรนด์อย่างพิถีพิถันเพื่อเพิ่มโอกาสในตลาด พร้อมรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของ “นักเดินทางยุคใหม่” และเจ้าของโรงแรมในเวลาเดียวกัน
“การขยายพอร์ตแบรนด์ยังทำให้เราสามารถเจาะฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ช่วยเสริมศักยภาพให้กับพันธมิตรของเรา สร้างความพึงพอใจให้กับแขกผู้ใช้บริการ และเร่งกลยุทธ์การเติบโตในระดับโลกให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างมั่นคงและรวดเร็ว โดยแบรนด์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ บรรลุเป้าหมายการเติบโตที่ตั้งไว้ 850 โรงแรม ภายในสิ้นปี 2570”





