"ชาไทยการัน" เบรกแผนธุรกิจ! เปิดสาขาในไทย-ฮ่องกง-สิงคโปร์ เหตุเศรษฐกิจ กำลังซื้อไม่เอื้อ ท่ามกลางความเสี่ยงต้อง "คว้านท้องให้เป็น" เมื่อเผชิญขาดทุน
ปี 2568 ผู้ประกอบการรายเล็กอย่าง “ร้านชาไทยการัน”(Karun) ให้นิยามการตัดสินใจเวลานี้ “ยากลำบาก” กว่าตอนเผชิญวิกฤติโควิด-19 ระบาด เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ไร้วี่แววการ “สิ้นสุด” ของสถานการณ์ ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย (Insecure) จะเก็บกระแสเงินสดไว้ หรือเดินหน้าขยายธุรกิจรองรับการเติบโต เพราะธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่มภัยเงียบที่ซ่อนอยู่จากการ “ขายดีจนเจ๊ง”
ข้างต้น เป็นมุมมองของ ธัญย์ณภัคช์ ศิริประภาเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท การัน เบฟเวอเรจ (ประเทศไทย) ร้านเครื่องดื่มชาไทย “การัน” (Karun) ที่กำลังเติบโต
“ขายดีจนเจ๊ง...มักเกิดกับธุรกิจร้านอาหาร และเครื่องดื่ม ซึ่งเราไม่อยากเป็นคนนั้น จึงพยายามประเมินตลาด มองธุรกิจที่อายุประมาณเรา มี 40-50 สาขาแล้ว แต่เลือกจะชะลอการเติบโต บริหารจัดการทุกอย่างให้อยู่ในต้นทุนที่รับไหว อ่านลูกค้าให้ออก เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ตอบความหลากหลาย หากยังอยู่กำหนดเดิม ท่าเดิมอาจไม่เวิร์ก ต้องปรับกระบวนท่า”
ธัญย์ณภัคช์ กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” เป้าหมายปี 2568 บริษัทต้องการผลักดันยอดขายให้แตะ 240 ล้านบาท จากปี 2567 ยอดขาย 160 ล้านบาท ผ่านครึ่งปีแรก “ยอดขายทรงตัว” เพิ่มจากปีก่อนเพียงเล็กน้อย ทำให้ต้องทบทวนแผนธุรกิจใหม่ และตัดสินใจ “ชะลอ” การเปิดร้านชาไทยการันทั้งในประเทศ ต่างประเทศ อย่าง ฮ่องกง และสิงคโปร์
“ปีที่แล้วยอดขายอยู่ที่ 160 ล้านบาท ผ่านครึ่งปียอดขายขึ้นมาเล็กน้อย เรียกว่าเกือบๆ เท่าเดิม ปีนี้อยากผลักดันยอดขายให้ถึง 240 ล้านบาท อยากไปต่างประเทศตั้งแต่ไตรมาส 3 ที่คาดว่าจะเป็นจิ๊กซอว์สร้างรายได้ แต่สถานการณ์เศรษฐกิจ ทำให้ผิดแผนไปมาก ส่วนการบริโภคภายในประเทศก็ทรงตัว”
แม้แผนเดิมจะไม่ได้ระบุเปิดร้านใหม่กี่สาขา แต่ผ่านมาครึ่งทาง ปี 2568 บริษัทเปิดร้านใหม่เพียง 3 สาขาเท่านั้น (รวมสาขาใหม่จะเปิดในเดือนก.ค.) ส่วนต่างประเทศที่จะเปิดรูปแบบ “คีออส” ร้านขนาดเล็ก 30-60 ตารางเมตร ที่ฮ่องกง และสิงคโปร์ เลื่อนไปต้นปี 2569
นอกจากนี้ ยังพลิกกระบวนท่าโฟกัสแบรนด์รองในเครือไม่ว่าจะเป็นร้านชานมเอเวอรี่ หว่อง (Avery Wong) ร้านซัมเมอร์โบวล์ (Summer Bowl) และร้านเจริญสังขยา ที่มีร้านเฉลี่ย 1-2 สาขา เนื่องจากเป็นร้านใหม่ สร้างความแตกต่าง ปลุกมู้ดความตื่นเต้นแปลกใหม่ กระตุ้นให้ผู้บริโภคต้องการลอง
“ตลาดต่างประเทศเจรจากับพันธมิตรมา 2 ปี ยังปิดไม่ลง เพราะก่อนนี้เรายังไม่พร้อม ปีนี้ว่าจะพร้อม แต่ภาวะต่างๆ ไม่เอื้อ ทำให้ชะลอดีกว่า ช้าแต่ชัวร์ก็ยังเวิร์ก การจะอยู่รอดภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจ กำลังซื้อสั่นคลอน พยายามตัดสินใจอย่างระมัดระวัง 2 ปีก่อนบริษัทเน้นขยายร้าน เพิ่มสปีดอย่างเดียว และแฮปปี้ กับ อีโคโนมีออฟสเกล ตอนนี้ต้องมองจำนวนเงินที่ลงทุนไปด้วย”
อีกด้านสาขาแฟลกชิป “ร้านชาไทยการัน” รูปแบบเฮ้าส์ขนาดใหญ่ 200 ตารางเมตร ด้วย ต้องเบรก! เพราะต้องใช้เงินทุนหลัก 10 ล้านบาทขึ้นไป เทียบกับร้านปกติขนาด 30-60 ตารางเมตร ลงทุนเฉลี่ย 1-2 ล้านบาทเท่านั้น ปัจจุบันร้านชาไทยการันให้บริการลูกค้า 19 สาขา
“ปีนี้ลดทุกอย่าง การขยายร้านมุ่งไซส์เล็กเหมือนเดิม”
ด้านภาพรวมตลาดชา แม้ยังไม่มีการประเมินมูลค่าตลาด แต่ถือเป็นอีกหมวดที่ใหญ่ ผู้เล่นมากหน้าหลายตา ล่าสุดทุนใหญ่เข้าซื้อกิจการชาดังจากจีน จะทำให้การแข่งขันเข้มข้นขึ้น แต่อีกด้านมองว่าตลาดยังมีช่องว่าง สำหรับชาไทยการันวางจุดยืนแบรนด์จับกลุ่มพรีเมียม แม้เศรษฐกิจ กำลังซื้อชะลอตัว แต่ฐานลูกค้าตลาดบนยังใช้จ่าย มีเพียง “ลูกค้าขาจร” ที่อยากทดลองหดหายไปบ้าง ขณะที่พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน จากแรกๆ ดื่มเครื่องดื่มหวาน 100% ปัจจุบันลดเหลือ 20% สะท้อนเทรนด์สุขภาพมา แบรนด์ต้องมุ่งตอบโจทย์ความต้องการให้ได้
“ตลาดเครื่องดื่มชารูปแบบคาเฟ่ ร้าน ยังแข่งเดือดเหมือนเดิม แต่ชาไทยการันพยายามโฟกัสจุดยืน สินค้าที่ทำออกมาสู่ตลาดส่วนใหญ่เป็นตลาดเฉพาะหรือ Niche ขายน้อยอย่างเพื่อให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่าเราเชี่ยวชาญตลาดหมวดนั้นจริงๆ เมื่อเลือกซื้อสินค้าให้นึกถึงแบรนด์เราเป็นอันดับแรก”
ท่ามกลาางปัจจัยลบรายล้อม “ธัญย์ณภัคช์” บอกว่าการทำธุรกิจต้อง “คว้านท้องตัวเอง” ให้เป็นหรือ cut lost ซึ่งปีที่แล้ว บริษัทเคยเปิดร้านใหญ่ ใช้เงินลงทุนสูง เปิดร้านในห้างค้าปลีก สาขาดีไซน์โดดเด่นคว้ารางวัล แต่เมื่อไร้นักท่องเที่ยวจำต้อง “ปิดร้าน” เพื่อไม่ให้เสียเลือด! หรือขาดทุนมากขึ้น
“ตอนเปิดร้านในห้างค้าปลีก เราต้องการนักท่องเที่ยว แต่เมื่อนักท่องเที่ยวไม่มา สาขานั้นลงทุนมาก เป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนแรก ต้องจำใจปิด เพราะขาดทุนจริงๆ ตอนนี้เราพยายามทำงานเดือนต่อเดือน ประมาณการยอดขาย สาขาไหน กรณีไหนถ้าร้านติดสีแดง คือ ขาดทุน เราให้เวลา 4 เดือน จะปิดร้านทันที การเป็นผู้ประกอบการไซส์เล็ก เวลาเราชนะ...จะฉลองหลังคนอื่น เวลาแพ้ เราคว้านท้องก่อนคนอื่นเสมอ การจะยืนหยัดในตลาดภายใต้โลกสั่นคลอน ต้องมีจุดยืนแบรนด์ เป็นตัวเองอย่าเป็นคนอื่นในตลาด”
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





