นับตั้งแต่ “นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” เจ้าของ “โรงแรมนารายณ์” โรงแรมระดับตำนานย่านสีลม อายุ 54 ปี ประกาศปิดให้บริการเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2565 เพื่อทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่! กระทั่งเกิดกระแสไวรัลเรียกเสียงฮือฮา เมื่อภาพโฉมใหม่ของโรงแรมนารายณ์ มาพร้อมกับดีไซน์ล้ำสมัย แปลกตา ปรากฏบนโลกโซเชียล ดึงดูดสายตาผู้คน รอการมาของแลนด์มาร์กแห่งใหม่บนเนื้อที่ 6 ไร่
หลังจากโรงแรมนารายณ์เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2511 เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการโรงแรมของประเทศไทย สร้างพื้นที่สำหรับการพบปะสังสรรค์ ขับบรรยากาศให้ถนนสีลมกลายเป็นย่านธุรกิจอันรุ่งเรืองอย่างในปัจจุบัน ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้โรงแรมแห่งนี้เป็นที่รักของนักเดินทาง ผู้มีชื่อเสียง รวมถึงเชื้อพระวงศ์
ย้อนความไปเมื่อครั้ง นที นิธิวาสิน ทายาทรุ่นที่ 3 ของ นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เคยให้สัมภาษณ์เมื่อปลายเดือน มี.ค. 2565 ว่า จริงๆ แล้วบริษัทมีแนวคิดรื้อตำนานกว่า 5 ทศวรรษของโรงแรมนารายณ์เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ตั้งแต่ปี 2560 แล้ว พอเจอวิกฤติโควิด-19 ระบาด ทำให้ต้องเร่งตัดสินใจเร็วขึ้น เหมือนไฟลนก้น จึงตัดสินใจปิดโรงแรมนารายณ์เพื่อเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่
“ย่านสีลมไม่เคยตาย แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะถูกถนนสุขุมวิทแย่งซีนภาพลักษณ์ความเป็นซีบีดี (CBD) หรือพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯไป”
แต่ปัจจุบันภาพรวมการพัฒนาอสังหาฯ ย่านสีลมกลับมาคึกคักอีกครั้ง มีคู่แข่งใหม่ โรงแรมแบรนด์ใหม่ๆ ผุดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะโครงการมิกซ์ยูสของทุนใหญ่ ทั้ง “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” มูลค่า 46,000 ล้านบาท บริเวณหัวมุมถนนสีลม ตรงข้ามสวนลุมพินี ภายใต้การร่วมทุนระหว่างกลุ่มดุสิตธานีและเซ็นทรัลพัฒนา ถัดไปคืออาณาจักร “วัน แบงค็อก” มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท ของตระกูล “สิริวัฒนภักดี” บนถนนพระราม 4
ล่าสุดเมื่อต้นเดือน ก.ค. 2568 “นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” ได้ลงนามในข้อตกลงบริหารโรงแรมร่วมกับ “ซิกซ์เซนส์” (Six Senses) เตรียมเปิดตัวโรงแรม “ซิกซ์เซนส์ กรุงเทพฯ” (Six Senses Bangkok) ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “หทัย” (Hatai) มิกซ์ยูสแห่งอนาคต บนพื้นที่ดั้งเดิมของโรงแรมนารายณ์ ในทำเลศักยภาพใจกลางสีลม
ปัจจุบันโครงการหทัยอยู่ระหว่างการพัฒนา การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากความประณีตของโคมไฟแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นผลงานของ “Heatherwick Studio” สตูดิโอออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลก โครงการนี้พร้อมที่จะเป็น “จัตุรัสแห่งโคมไฟ” ให้กับกรุงเทพฯ ถ่ายทอดความงามทางวัฒนธรรม ผ่านการออกแบบที่ยั่งยืนและล้ำสมัย รวมถึงช่วยฟื้นฟูให้พื้นที่โดยรอบกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง!
นอกจากนี้ โรงแรมซิกซ์เซนส์ กรุงเทพฯ พร้อมมอบประสบการณ์การเข้าพักที่เหนือระดับ ด้วยห้องพักและห้องสวีทขนาดกว้างขวางจำนวนกว่า 100 ห้อง โอบล้อมไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ หลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการดูแลสุขภาพ (Wellness) และการบริการที่เต็มเปี่ยมด้วยความใส่ใจ
โครงการนี้มุ่งมั่นที่จะได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED Gold และ WELL Gold ตอกย้ำถึงความยั่งยืนในการออกแบบและก่อสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ “ฐานไม้” ซึ่งเป็นโครงสร้างดั้งเดิมของอาคาร ยังได้รับการรื้อถอนอย่างระมัดระวัง เพื่อนำกลับมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบภายใน สอดคล้องกับปรัชญาของ “ซิกซ์เซนส์” ที่ให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุธรรมชาติจากท้องถิ่นเพื่อความยั่งยืน
โรงแรมแห่งนี้โดดเด่นด้วย “ห้องสวีทขนาดใหญ่” พื้นที่ 700 ตารางเมตร และ “ห้องอาหารระดับซิกเนเจอร์” (Signature Restaurant) ออกแบบโดย “Joyce Wang” นักออกแบบชื่อดัง ดีไซน์ภายในของโรงแรมโดย “BAR Studio” ซึ่งรวมถึงห้องอาหารหลักที่เชื่อมต่อไปยังสกายล็อบบี้ด้วย “สวนลอยฟ้า” ภายใต้แนวคิด “Biophilic Design” เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติอย่างกลมกลืน รวมถึงสระว่ายน้ำบนดาดฟ้าที่มอบบรรยากาศผ่อนคลายให้แขกผู้เข้าพักได้หลบหลีกจากวันที่แสนวุ่นวาย นอกจากนี้ “ซิกซ์เซนส์ สปา กรุงเทพฯ” (Six Senses Spa Bangkok) ยังมอบบริการทรีตเมนต์อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ผู้เข้าพักจะได้สัมผัสประสบการณ์ด้านเวลเนสที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมฟื้นฟูการนอนหลับ อาหารเพื่อสุขภาพ และการผสมผสานเสน่ห์ของชุมชนได้อย่างลงตัว
การเปิดตัวของโรงแรม “ซิกซ์เซนส์ กรุงเทพฯ” ถือเป็นการกลับมายังภูมิภาคซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์ หลังจากมี “ซิกซ์เซนส์ สมุย” และ “ซิกซ์เซนส์ ยาวน้อย” ในประเทศไทย สะท้อนวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่สามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ออกมาได้อย่างลงตัวในเมืองสำคัญทั่วโลก เช่นเดียวกับ “ซิกซ์เซนส์ โรม” และ “ซิกซ์เซนส์ เกียวโต” นอกจากนี้ยังมีประกาศเปิดตัวโรงแรมใหม่ในลอนดอน มิลาน ลิสบอน ดูไบ และเทลอาวีฟ อีกด้วย
นีล พาล์มเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ ซิกซ์เซนส์ กล่าวว่า การร่วมสานต่อตำนานของโรงแรมนารายณ์ ในทำเลที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรมและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ “เราจะร่วมมือกับ นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เพื่อสร้างสรรค์สิ่งพิเศษที่ไม่เหมือนใคร” สถานที่ที่ให้ความเคารพต่อประวัติศาสตร์ พร้อมกับนำเสนอความเป็นเลิศด้านประสบการณ์เวลเนส ประสบการณ์สุดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน รวมถึงการออกแบบและการดำเนินงานที่ยั่งยืน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นหัวใจสำคัญของซิกซ์เซนส์
นที นิธิวาสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า “ซิกซ์เซนส์ ถือเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับโครงการหทัย ด้วยวิสัยทัศน์ร่วมกันในเรื่องการบริการที่ใส่ใจ การออกแบบที่คำนึงถึงความยั่งยืน และการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในพื้นที่ โครงการนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตลอดมาของนารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่ใส่ใจในชุมชนโดยรอบ พร้อมสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นถัดไป”
โรงแรมซิกซ์เซนส์ กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนถนนสีลม เป็น 1 ใน 2 โรงแรมที่เปิดให้บริการภายในโครงการหทัย พร้อมด้วยพื้นที่ร้านค้าและร้านอาหารระดับพรีเมียม รวมถึงพื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์กว่า 6,000 ตารางเมตร เดินทางได้สะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งรถไฟฟ้า BTS และ MRT อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญอย่างวัดพระศรีมหาอุมาเทวี และคิง เพาเวอร์ มหานคร แลนด์มาร์กยอดนิยม พร้อมสกายวอล์คที่เปิดโอกาสให้สัมผัสเสน่ห์แห่งอดีตและวิถีชีวิตในยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ทำเลที่ตั้งใกล้แม่น้ำเจ้าพระยายังช่วยเสริมบรรยากาศให้น่าพักผ่อน ขณะเดียวกันยังเป็นจุดหมายของนักชิมด้วยอาหารที่หลากหลาย ตั้งแต่ไฟน์ไดนิ่งไปจนถึงสตรีทฟู้ดท้องถิ่น
“ซิกซ์เซนส์” ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในพอร์ตโฟลิโอกลุ่ม “ลักชัวรี & ไลฟ์สไตล์” ของ “ไอเอชจี โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ต” (IHG Hotels & Resort) ปัจจุบัน IHG มีโรงแรมเปิดให้บริการกว่า 40 แห่ง และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 38 แห่ง รวมครอบคลุม 11 จุดหมายปลายทาง จากทั้ง 9 แบรนด์ในประเทศไทย
โรงแรมซิกซ์เซนส์ กรุงเทพฯ กำหนดเปิดให้บริการ “ปี 2571” ตรงกับช่วงเวลาหลังจากที่โรงแรมนารายณ์เปิดให้บริการครบรอบ 60 ปี ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงการสืบสานตำนานอันยาวนานและเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่น่าจับตามองของกรุงเทพฯ





