วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน 2569

Login
Login

‘มิสทิน’ มุ่งเจาะขุมทรัพย์จีน ดันแบรนด์ไทยโกยยอดขายหมื่นล้าน

‘มิสทิน’ มุ่งเจาะขุมทรัพย์จีน  ดันแบรนด์ไทยโกยยอดขายหมื่นล้าน

"มิสทิน" ต้นแบบแบรนด์ไทยปักหมุดเติบโต ประสบความสำเร็จในจีน โกยยอดขายทะลุ "หมื่นล้านบาท" และยังโตต่อ สานภารกิจนำร่อง "Regional Brand"

ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามหรือบิวตี้ของไทยมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท และเป็นสนามของแบรนด์เล็ก-ใหญ่ แบรนด์ไทย-โกลบอล เข้ามาแย่งชิงลูกค้าเพื่อครองความเป็นหนึ่ง

“มิสทิน” ไม่เพียงเป็นแบรนด์สัญชาติไทยที่ยืนหยัดในตลาดมายาวนาน แต่หลายปีที่ผ่านมา ยังปักธงในตลาดภูมิภาคหรือ Regional Brand โดยมี “จีน” เป็นประตูบานใหญ่แห่งโอกาสด้วย

‘มิสทิน’ มุ่งเจาะขุมทรัพย์จีน  ดันแบรนด์ไทยโกยยอดขายหมื่นล้าน

ดนัย ดีโรจนวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ “มิสทิน” เปิดเผยว่า ท่ามกลางกระแสอำนาจละมุนหรือ Soft Power ของไทย รวมถึงพลังของT-Beauty หรือสินค้าความงามของไทย และสินค้าที่ผลิตจากประเทศไทยอย่าง Made in Thailand ถือเป็นโอกาสในการผลักดันแบรนด์ไทยสู่เวทีนานานชาติ ซึ่ง “มิสทิน” มีเป้าหมายใหญ่ก้าวแรกในการพาแบรนด์ไทยก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาคหรือ Regional Brand

ทั้งนี้ การทำตลาดของ “มิสทิน” ไม่เพียงมีฐานทัพ “จีน” เป็นประตูบานใหญ่ แต่ยังขยายไปสู่ตลาดประเทศอื่นๆ เช่น อาเซียน โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม(CLMV) ตลาดตะวันออกกลาง เป็นต้น

“มิสทิน” บุกเบิกตลาดสินค้าบิวตี้ในจีนมานานราว 8 ปี สร้างยอดขายทะลุ “หมื่นล้านบาท” และมีผลิตภัณฑ์ “ครีมกันแดด” ที่เป็น “เบอร์ 1” ต่อเนื่อง 2 ปี ชนะแบรนด์ระดับโลกมากมาย

‘มิสทิน’ มุ่งเจาะขุมทรัพย์จีน  ดันแบรนด์ไทยโกยยอดขายหมื่นล้าน

ครีมกันแดดมิสทิน เบอร์ 1 ชนะแบรนด์โลกต่างๆได้

ปี 2568 มิสทิน มองการผลักดันยอดขายรวมบริษัทแตะ 20,000 ล้านบาท หรือเติบโต 10% ส่วนไทยตั้งเป้าเติบโต 6% จากปี 2567 ยอดขายรวม 19,000 ล้านบาท เฉพาะตลาดจีนสร้างยอดขาย 15,000 ล้านบาท เติบโตถึง 30% ส่วนไทยและตลาดอื่นๆ ยอดขายราว 4,000 ล้านบาท

“ภาพรวมปีนี้เรามองยอดขายรวม 20,000 ล้านบาท แต่แนวโน้มตลาดจีนอาจโตต่ำกว่า 10% เพราะสถานการณ์ในประเทศทั้งเศรษฐกิจ กำลังซื้อมีผลกระทบมาก ส่วนในประเทศไทยสินค้าบิวตี้ยังคงทรงตัว”

มิสทิน ทำตลาดในจีนจนเติบโต เพราะมองโอกาสขุมทรัพย์ประชากรพันล้าน และใหญ่กว่าไทย 20 เท่า ทว่า ไม่ง่าย เพราะการสร้างแบรนด์เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายมหึมา ต้องใช้เงินมหาศาล ทั้งต้องเจอ “อุปสรรคการค้ามากมาย” ที่ผ่านมาแบรนด์ถูก “โจมตี” ด้วย fake news เกี่ยวกับคุณภาพสินค้า ซึ่งเป็นภัย(ไม่)เงียบ ซึ่งยากจะรู้ว่ามาจาก “คู่แข่ง” หรือ “ใครอื่น” ทำให้แบรนด์ต้องสื่อสารเข้มข้นเพื่อแก้ไขสถานการณ์

ด้านแต้มต่อสินค้าความงามของไทยในตลาดจีน “คุณภาพ” ที่ผู้บริโภคมองหา การใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ออร์แกนิก ในฐานะประเทศมีรากฐานจากเกษตรกรรม เกษตรอินทรีย์ มีคอลเล็กชันสินค้าจากพืช สมุนไพรท้องถิ่น เช่น ส่วนผสมมะกรูด มะพร้าว ตะไคร้ ฯ ล้วนได้การตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย

‘มิสทิน’ มุ่งเจาะขุมทรัพย์จีน  ดันแบรนด์ไทยโกยยอดขายหมื่นล้าน ทำตลาดในจีนเจาะประชากรพันล้านใช้งบมหาศาล

“อดีตมีสินค้าบิวตี้ของไทยจำนวนมากบุกตลาดจีน แต่น่าเสียดายที่ไม่ทำการตลาด เพราะประชากรกว่าพันล้านคน เป็นตลาดที่ทุกแบรนด์ทั่วโลกเข้าไป จึงต้องใช้งบสูงมาก ขณะที่มิสทินขายดี ประสบความสำเร็จขั้นต้นได้ อันดับแรกคือการให้ความสำคัญกับคุณภาพ ต้องรักษาให้เป็นไปตามความต้องที่ผู้บริโภคชาวจีนมองหา หล่อหลอมภาพลักษณ์คุณภาพของไทยให้เป็นที่ยอมรับในสายตาชาวโลก”

ด้านแผนการทำตลาดครึ่งปีหลังในการพา “มิสทิน” ก้าวสู่เวทีโลก บางหมุดหมายต้อง “ชะลอ” เช่น บริษัทมีแผนจะลุยตลาดรัสเซีย แต่จากความขัดแย้งสงครามรัสเซีย-ยูเคน ที่ยาวนานกว่า 2 ปี ต้องเบรกไว้ก่อน ขณะที่ตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งบริษัทมีลูกค้า และคู่ค้า ในอิหร่าน อิรัก แต่สงครามในพื้นที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าค่อนข้างมาก และลามไปยังตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ กาตาร์ ส่วนเอเชียใต้อย่าง ปากีสถาน เริ่มมีปัญหาการสู้รบในพื้นที่ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา-ไทย

‘มิสทิน’ มุ่งเจาะขุมทรัพย์จีน  ดันแบรนด์ไทยโกยยอดขายหมื่นล้าน

สำหรับแผนรับมือความเสี่ยง และเคลื่อนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง(Business Continuity Plan) มีการผนึกคู่ค้าในการสต๊อกสินค้าไว้ 6 เดือน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าให้เพียงพอ

ทั้งนี้ ประเทศดังกล่าว เช่น ปากีสถานสร้างยอดขายราว 100 ล้านบาท กัมพูชาราว 200 ล้านบาท

“การขยายตลาดใหม่ตอนนี้ต้องมีความระมัดระวัง ด้วยสถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอน แผนเดิมปีนี้เราจะเจาะตลาดรัสเซีย แต่มีปัญหากับยูเครนมากว่า 2 ปีแล้ว ตะวันออกกลางก็ได้รับผลกระทบต่อความมั่นใจของลูกค้า อีกปัจจัยคือสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้คู่ค้า ลูกค้ากังวลในการจะต้องซื้อสินค้าราคาแพงขึ้น ไม่ค่อยมั่นใจ ส่วนแผนธุรกิจต่อเนื่องเพื่อรองรับปัจจัยเปราะบางด้านซัพพลายเชน เรามีการสต๊อกสินค้าพอสมควร ให้พออยู่และขายสินค้าได้ราว 6 เดือน”