วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

‘ททท.’ ผ่า 7 โครงการกระตุ้น ‘ท่องเที่ยวไทย’ รัฐอัดงบ 3.96 พันล้าน บูสต์มูลค่าเศรษฐกิจ 2 แสนล้าน

‘ททท.’ ผ่า 7 โครงการกระตุ้น ‘ท่องเที่ยวไทย’  รัฐอัดงบ 3.96 พันล้าน บูสต์มูลค่าเศรษฐกิจ 2 แสนล้าน

ตามที่ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) เสนอโครงการกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยปี 2568 จำนวน 22 โครงการ วงเงิน 9,021 ล้านบาท มีโครงการที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ จำนวน “7 โครงการ” วงเงิน “3,960 ล้านบาท” ภายใต้แผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2568

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า หลังจาก ททท.ได้รับการจัดสรรวงเงิน 3,960 ล้านบาทจากรัฐบาล จะนำไปจัดทำ 7 โครงการเพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วง 6 เดือนหลังของปีนี้ คาดสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจ 200,507 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 226,102 คน สร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) เกือบ 50 เท่า

สำหรับรายละเอียดของทั้ง 7 โครงการ มีดังนี้

1.โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” งบประมาณ 1,760 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินสนับสนุนค่าโรงแรมที่พัก 1,500 ล้านบาท และเงินสนับสนุนค่าคูปองดิจิทัล 250 ล้านบาท มีจำนวนสิทธิทั้งหมด 500,000 สิทธิ โดยประชาชน 1 คน จะได้รับสูงสุด 5 สิทธิ ครอบคลุม“ที่พัก 500,000 สิทธิ” แบ่งเป็น เมืองหลัก 3 สิทธิ และเมืองน่าเที่ยว 2 สิทธิ ส่วน“คูปอง 500,000 สิทธิ”จะมอบคูปอง 500 บาทต่อ 1 สิทธิ สามารถใช้ในร้านอาหาร กิจกรรมทางการท่องเที่ยว ฯลฯ ตามที่โครงการกำหนด และจะได้รับเมื่อเข้าพักเท่านั้น กำหนดระยะเวลาการใช้สิทธิตั้งแต่เดือน ก.ค.-ต.ค. 2568

“เงื่อนไขการใช้สิทธิ” โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง หากท่องเที่ยวใน “เมืองหลัก” จำนวน 22 จังหวัด ค่าโรงแรมที่พักในวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) รัฐสนับสนุน 50% ของค่าที่พัก แต่ไม่เกิน 3,000 บาท/คืน/สิทธิ ค่าโรงแรมที่พักวันหยุดและวันหยุดนักขัตฤกษ์ รัฐสนับสนุน 40% ของค่าที่พัก แต่ไม่เกิน 3,000 บาท/คืน/สิทธิ แต่ถ้าท่องเที่ยวใน “เมืองน่าเที่ยว” หรือ เมืองรอง 55 จังหวัด รัฐสนับสนุน 50% ของค่าที่พัก แต่ไม่เกิน 3,000 บาท/คืน/สิทธิ ใน “ทุกวัน” ไม่จำกัดว่าจะเข้าพักวันธรรมดา หรือ วันหยุดและวันหยุดนักขัตฤกษ์

ททท.คาดว่าโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” จะช่วยสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 14,125 ล้านบาท หนุนเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางในช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค. 2568 เป็น 69.3 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.67 ล้านคน-ครั้ง จากช่วงเดียวกันของปีก่อนสร้าง “มูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจ” โดยรวมกว่า 35,033 ล้านบาท

‘ททท.’ ผ่า 7 โครงการกระตุ้น ‘ท่องเที่ยวไทย’  รัฐอัดงบ 3.96 พันล้าน บูสต์มูลค่าเศรษฐกิจ 2 แสนล้าน

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

2.โครงการ “ไทยแลนด์ ซัมเมอร์ บลาสต์ - ไชน่า แอนด์ โอเวอร์ซีส์ มาร์เก็ต สติมูลัส แพลน” (Thailand Summer Blast - China & Overseas Market Stimulus Plan) งบประมาณ 750 ล้านบาท จะนำไปจัดกิจกรรมส่งเสริม “เที่ยวบินเช่าเหมาลำ” (Charter Flight) ในตลาดจีนและตลาดต่างประเทศอื่นๆ ด้วยการสนับสนุนเที่ยวบินละ 350,000 บาท ไม่น้อยกว่าจำนวน 1,000 เที่ยวบิน จำนวน 15 เมืองจากเมืองรองของจีนและตลาดศักยภาพ เพื่อดึงเที่ยวบินเหล่านี้เข้าสู่กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย พัทยา (อู่ตะเภา) กระบี่ และสมุย

นอกจากนี้จะจัดกิจกรรมส่งเสริมโปรโมชันร่วม (Joint Promotion) กับเที่ยวบินพาณิชย์ของสายการบินต่างชาติและไทย โดยจำนวนสายการบินที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้มีไม่น้อยกว่า 5 ราย และกิจกรรมกระตุ้นกลุ่มประชุมสัมมนาและท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และกลุ่มซัมเมอร์แคมป์ต่างๆ ภายใต้มาตรการจูงใจ ตั้งเป้าดึงจำนวนพันธมิตรเข้าร่วมกิจกรรมเจาะกลุ่มประชุมสัมมนาและท่องเที่ยว ไม่น้อยกว่า 10 ราย โดยจากกิจกรรมเหล่านี้ ททท.คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้การท่องเที่ยว 33,518 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยไม่น้อยกว่า 790,000 คน

3.การทำตลาดการท่องเที่ยวไทยผ่าน “แพลตฟอร์มออนไลน์” (OTA: Online Travel Agent) ในการเสนอขายสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยปี 2568 งบประมาณ 800 ล้านบาท ด้วยการมอบ “โค้ดส่วนลด” สินค้าการท่องเที่ยวไทยผ่าน OTA สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางมาท่องเที่ยวไทย โดยโค้ดส่วนลดอัตราส่วนไม่เกิน 17.5% มีวงเงินไม่เกินโค้ดละ 1,500 บาท จำนวน 533,333 โค้ด ผลที่คาดว่าจะได้รับคือการสร้างยอดขายโดยตรงจากการดำเนินงาน 7,200 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยไม่น้อยกว่า 950,000 คน

4.โครงการสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยว “Trusted Thailand” งบประมาณ 300 ล้านบาท สำหรับจัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่าน “บุคคลที่มีชื่อเสียง” (Brand Ambassador) เช่น นักแสดง นักกีฬา อินฟลูเอนเซอร์ หรือผู้มีผลงานโดดเด่นระดับโลก ควบคู่กับการสื่อสารประเทศไทยไปในตลาดต่างประเทศผ่านการทำ “แคมเปญระดับโลก” (Global Campaign) และนำเสนอประเทศไทยให้มีความน่าสนใจ พร้อมจัดทำมาตรฐานความปลอดภัย “Thailand Safe Travel Stamp” โดยตั้งเป้าหมายสร้างการรับรู้ในสื่อออฟไลน์ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านคน/ครั้ง สร้างการรับรู้ในสื่อออนไลน์ไม่ต่ำกว่า 600 ล้านครั้ง

5.แผนงานประชาสัมพันธ์กระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปี 2568 งบประมาณ 120 ล้านบาท สำหรับตลาดต่างประเทศจะมุ่งสร้างกระแสการเดินทางและสร้างภาพลักษณ์ เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพที่มีกำลังซื้อสูง เสนอ “สินค้าอัลตร้าลักชัวรี” จำนวนเงิน 100 ล้านบาท ตั้งเป้าสร้างการรับรู้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านคน/ครั้ง ส่วนตลาดในประเทศจะเน้นสร้างกระแสการท่องเที่ยว “เมืองน่าเที่ยว” และ “เที่ยววันธรรมดา” ทั้งจากโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง และสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว จำนวนเงิน 20 ล้านบาท ตั้งค่าสร้างการรับรู้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคน/ครั้ง

6.โครงการประชาสัมพันธ์สร้างกระแสการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพ งบประมาณ 80 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายสร้างการรับรู้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านคน/ครั้ง และมีคนเข้าร่วมกิจกรรมไม่ต่ำกว่า 5,000 คน

และ 7.โครงการกระตุ้นการกระจายตัวเดินทางท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว เชียงใหม่-ลำพูน (Night Market) งบประมาณ 150 ล้านบาท นำมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการกระจายตัวและเพิ่มความถี่การเดินทางจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยว จำนวน 3 พื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน

โดยใช้แนวคิดการจัดกิจกรรม “ถนนคนเดิน” เป็นจุดขายและต่อยอดในการเพิ่มมูลค่าและช่องทางการเสนอขายสินค้าบริการของชุมชน ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมสันทนาการ การประดับตกแต่งถนนคนเดิน การติดตั้ง Art Installation Light up หรือ Mapping ที่สอดแทรกอัตลักษณ์พื้นถิ่น รวมทั้งร่วมกับพันธมิตร อาทิ โรงแรมที่พัก สายการบิน มอบสิทธิพิเศษในการร่วมกิจกรรมรูปแบบต่างๆ อาทิ ส่วนลด ของที่ระลึก โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 216 ล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 26,000 คน และจำนวนผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 130,000 คน