วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

ถอดบทเรียนการพลิกฟื้น การบินไทย พ้นแผนฟื้นฟู | พสุ เดชะรินทร์

ถอดบทเรียนการพลิกฟื้น การบินไทย พ้นแผนฟื้นฟู | พสุ เดชะรินทร์

เมื่อกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ “การบินไทย” พ้นจากแผนฟื้นฟูกิจการอย่างเป็นทางการ

ไม่ได้เป็นเพียงข่าวดีของผู้บริหารและพนักงานเท่านั้น แต่เป็นกรณีศึกษาชั้นยอดสำหรับผู้บริหารและผู้ที่สนใจว่า การปรับเปลี่ยนองค์กรจากภาวะใกล้ล้มให้สามารถกลับมายืนได้อีกครั้ง ต้องอาศัยอะไรบ้างทั้งในแง่ของกลยุทธ์ การบริหารคน การเงินและธรรมาภิบาล

โควิด-19 อาจจะเป็นตัวเร่งให้การบินไทยเข้าสู่แผนฟื้นฟู แต่ปัญหาของการบินไทยมีมานานแล้ว ทั้งการขาดทุนสะสมต่อเนื่อง ภาระหนี้ที่สูง การขาดสภาพคล่อง เป็นองค์กรขนาดใหญ่มีพนักงานจำนวนมากและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรต่อเดือนที่สูง

การขาดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมถึงการถูกแทรกแซงทางการเมือง

จากบทสัมภาษณ์ตามสื่อต่างๆ ของผู้บริหารแผนฟื้นฟูและผู้บริหารระดับสูงของการบินไทย พอจะสรุปได้ว่าเมื่อการบินไทยเข้าสู่แผนฟื้นฟูจะได้รับการผ่าตัดองค์กรครั้งใหญ่ ด้วยกลยุทธ์และวิธีการต่างๆ ดังนี้

1. การปรับโครงสร้างทางการเงิน

ก) สร้างความแข็งแกร่งทางการเงินจากการแปลงหนี้เป็นทุน และพยายามทุกวิถีทางเพื่อลดภาระหนี้

ข) พยายามแสวงหากระแสเงินสดจากช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การขายปาท่องโก๋ ประมูลเก้าอี้เครื่องบิน การขายตั๋วพร้อมสิทธิประโยชน์ล่วงหน้า

ค) ขายสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็น ทั้งเครื่องบินที่จอดนิ่ง ที่ดินและอาคาร เพื่อให้ได้มาซึ่งกระแสเงินสดและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

2. การปรับโครงสร้างองค์กร

ก) ลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรทั้งลดจำนวนพนักงาน ลดเงินเดือน(ชั่วคราว) และค่าใช้จ่ายทางด้านบุคลากรอื่นๆ

ข) สร้างการบริหารที่มีความคล่องตัวและธรรมาภิบาลมากขึ้น เริ่มจากการลดสัดส่วนหุ้นที่กระทรวงการคลังถือ ทำให้หลุดพ้นจากความเป็นรัฐวิสาหกิจและเป็นเอกชนเต็มตัว

เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานและตัดสินใจมากขึ้น และนำไปสู่การแต่งตั้งบุคลากรที่มีความสามารถมาบริหารงานได้อย่างแท้จริง และการทำให้คณะผู้บริหารแผนมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ช่วยให้การตัดสินใจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

3. การปรับการบริหารจัดการฝูงบินและเส้นทางการบิน

ก) บริหารฝูงบินใหม่ เริ่มจากการลดจำนวนเครื่องบิน ลดประเภทเครื่องบิน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา มีการจัดการเครื่องบินใช้แล้วจากสายการบินอื่น แต่ก็วางแผนซื้อเครื่องบินใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงได้ดีขึ้น

ข) ปรับกลยุทธ์ธุรกิจ จากการเน้นการขายตั๋วแบบ Point-to-Point มาเป็นแบบ Hub-and-Spoke โดยใช้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อเส้นทางระหว่างทวีป

ค) การรวมกิจการของไทยสมายล์กลับเข้ามากับการบินไทย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร การเชื่อมโยงเส้นทางการบิน การตลาด และการบริการ

4. การพัฒนาด้านบริการและเทคโนโลยี

ก) การยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านบริการต่างๆ ทั้งปรับปรุงห้องโดยสาร ระบบจองตั๋วผ่านเว็บและแอป ห้องรับรองพิเศษ การบริการบนเครื่อง การปรับเมนูอาหารบนเครื่อง

ข) ปรับชุดพนักงานที่ใช้ผ้าไหมผสมเส้นใยที่แปรรูปจากพลาสติก ที่นอกจากจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังลดค่าใช้จ่ายด้วย

จากความพยายามในการปรับเปลี่ยนข้างต้น ทำให้การบินไทยสามารถกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานได้ ส่วนแบ่งการตลาดเริ่มฟื้นตัว ออกจากแผนฟื้นฟู และมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง 

อย่างไรก็ดี การบินไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายต่อไป ทั้งจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการเพื่อป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง

บทเรียน “การบินไทย” สะท้อนให้เห็นถึงความกล้าหาญในการเปลี่ยนแปลงวิกฤติ เปิดโอกาสให้เกิดการรื้อระบบเก่าและสร้างระบบใหม่ที่เน้นความคล่องตัว ประสิทธิภาพและความยั่งยืนในระยะยาว

เป็นตัวอย่างว่า องค์กรสามารถฟื้นตัวจากจุดตกต่ำที่สุดได้ หากมีการตัดสินใจที่เด็ดขาด ผู้นำที่เชื่อมั่นในเป้าหมายและความร่วมมือที่แท้จริงจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน