อินไซต์ผู้บริโภค "ผู้ชาย" ซื้อมะขามแซ่บซี้ดทานเท่าๆกับผู้หญิง เพราะแก้ง่วง "สารัช มาร์เก็ตติ้ง" ต้นตำรับมะขามเจ้าแรกในเพชรบูรณ์ ปักธงลุยตลาดโลก โกย 200-300 ล้านใน 5 ปี
ตลาดมะขามในประเทศไทยมีมูลค่าราว 2,000 ล้านบาท แต่ที่ถูกแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น สแน็กหรือของทานเล่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มมีมูลค่าราว 500 ล้านบาท
หากนับแบรนด์ที่ทำตลาดผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าปลีกสมัยใหม่(โมเดิร์นเทรด) มีแบรนด์ไม่มากนัก และหนึ่งในแบรนด์ที่ยืนหนึ่งทำตลาดกว่า 5 ทศวรรษคือ “สารัช” ที่มีสินค้าหลากหลาย เช่น มะขามกวน มะขามเคี้ยวหนึบ มะขามแก้ว มะขามคลุกไร้เมล็ด มะขามแช่อิ่ม มะขามหวาน มะขามแปรรูปจี๊ดจ๊าด ฯ
กรุงเทพธุรกิจ สัมภาษณ์ “สารัช กมลธรไท” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สารัช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายมะขามแปรรูปแบรนด์ “สารัช” ที่ไม่เพียงเป็น “ทายาท” ของ “สุภาลักษณ์ กมลธรไท” ผู้ก่อตั้งบริษัทและวางรากฐานธุรกิจให้เติบใหญ่ แต่ด้วยชื่อของบุตรชายยังถูกนำไปตั้งเป็นชื่อแบรนด์สินค้าด้วย
เมื่อก่อนคุณแม่เป็นครูสอนนักเรียนชั้นมัธยม ต้องการทำอาชีพเสริมด้วยการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์มะขามแปรรูป เมื่อผลตอบรับดี มีการขยับขยายกิจการ รวมถึงพัฒนาสินค้าป้อนให้กับร้านสะดวกซื้อเบอร์ 1 อย่างเซเว่นอีเลฟเว่นมาอย่างยาวนาน
ขณะที่บทบาทของทายาทเข้ามาช่วยเคลื่อนธุรกิจจริงจังหลังจบการศึกษาราวปี 2551
“แนวคิดสืบทอดธุรกิจครอบครัวฝังอยู่ในซีรีบรัมอยู่แล้ว เพราะคุณแม่มีการนำชื่อผมมาตั้งเป็นแบรนด์สินค้า จึงผูกพันธ์กับแบรนด์ตั้งแต่เด็ก อีกทั้งหมายมั่นจะพาแบรนด์สารัชและมะขามเพชรบูรณ์ให้ไปได้ไกล”
"สารัช" ต้นตำรับมะขามเจ้าแรกในเพชรบูรณ์ ได้เวลาต่อยอดการเติบโต ซึ่งตามแผนธุรกิจที่วางไว้ “สารัช” มองหมุดหมายใหญ่คือการพาแบรนด์ “สารัช” และบริษัทให้ก้าวสู่ตลาดโลก ขยับเป็นแบรนด์ระดับโลก อาศัยแต้มต่อคุณภาพมาตรฐานการบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ GI มะขามเพชรบูรณ์ ผลักดันให้ไปถึงเป้าหมาย
นอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีรากฐานจากมะขามไม่เพียงพอ แต่ต้องมีการกระจายความเสี่ยง เพิ่มเสาหลักใหม่ๆ เสริมแกร่งให้บริษัทด้วย แผนระยะยาว เสาหลักที่วางไว้ จะมีพอร์ตโฟลิโอจากสินค้ามะขามเป็นเรือธงสำคัญ และต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น กลุ่มอาหารที่มีการพัฒนาซอสมะขามเข้าทำตลาด ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เติบโตประกบคู่น้ำปลาร้าตอบโจทย์ผู้บริโภคกินแซ่บ ยำ ส้มตำต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและอาหารเพื่อสุขภาพหรือฟังก์ชันนอล
“ซอสมะขามไม่แค่ตอบโจทย์การทำอาหารไทย ผัดไท แต่ตลาดตะวันออกกลาง อินเดีย มีการใช้ซอสมะขามเป็นส่วนประกอบปรุงรส ซึ่งสินค้าใหม่ดังกล่าวบริษัทเพิ่งเปิดตัวในงานไทยเฟ็กซ์ที่ผ่านมา”
นอกจากนี้ ยังมองตลาดสินค้าความงาม ซึ่งปัจจุบัน “มะขาม” มีคุณประโยชน์ที่ตอบโจทย์ในอุตสาหกรรมดังกล่าวอยู่แล้ว อีกเสาหลักคือการลุยธุรกิจการพักผ่อนหย่อนใจหรือ Hospitality ที่อาจเป็นโรงแรม หรือรีสอร์ท ในอนาคต โดยเสาหลักใหม่ๆเหล่านี้ เป็นแผนที่ต้องใช้เวลาหลังจาก 5 ปีข้างหน้า
ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีการสร้างอาณาจักรย่อมๆของ “สารัช มาร์เก็ตติ้ง” บนเนื้อที่ 12 ไร่ ที่พัฒนาให้เป็นเหมือนกับมิวเซียม แหล่งท่องเที่ยวไปในตัว ซึ่งภายในมีทั้งร้านเรือธงหรือแฟล็กชิป สโตร์ มีคาเฟ่แบรนด์ “Booga Booga” Coffee & Eatery ให้บริการลูกค้า ซึ่งโปรเจคนี้ใช้งบลงทุนราว 60-70 ล้านบาท
หากแผนธุรกิจที่วางไว้เป็นไปตามเป้าหมาย จะทำให้รายได้ที่ไม่ใช่มะขามในอนาคตจะมีสัดส่วน 50% จากปัจจุบันมะขามและแบรนด์ “สารัช” ทำเงินมากสุดราว 80%
“การไดเวอร์ซิไฟท์ธุรกิจ ภาพใหญ่ยังต้องการให้สารัช มาร์เก็ตติ้ง เป็นอาณาจักรมะขาม ผู้บริโภคหลับตาแล้วนึกถึงมะขามนึกถึงสารัช แต่สิ่งที่จะทำต้องหลังจากนี้อีก 5 ปี”
มะขามคือรากฐานธุรกิจ ปี 2568 บริษัทยังเดินหน้าจัดทัพแบรนด์และสินค้า โดยมีแบรนด์ใหม่เสริมแกร่ง ได้แก่ ASHIRA SAN by Sarach นำเสนอสินค้าเจาะตลาดแม่และเด็ก และ Alisa เสิร์ฟสินค้าที่สร้างสรรค์จากผลไม้อื่นๆ เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายวัยเริ่มต้นทำงาน วัยทำงาน ขณะที่สารัช โกลด์ จะป้อนสินค้าพรีเมียม จำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น
บริษัทยังรีแบรนด์สารัช เพื่อสร้างการรับรู้(Brand Awareness) ปรับแพ็คเกจจิงใหม่เพื่อให้ลูกค้าจดจำง่ายขึ้น และยังดึงผู้ก่อตั้งคือคุณแม่ “เป็นพรีเซ็นเตอร์ในลุคเปรี้ยวจี๊ด” สอดคล้องกับโปรดักท์ด้วย
ที่สำคัญเห็นการเขย่าพอร์ตโฟลิโอสินค้าเพื่อลดสินค้าที่มีความซ้ำซ้อนกัน “ลดความบวม” ของสินค้าในสต๊อก เช่น จำนวนขนาดหรือไซส์ที่ไม่ได้หมุนเวียนเร็วนัก เพิ่มรสชาติสินค้าขายดี เป็นต้น หนุน “สินค้าให้หมุนเวียนเร็ว” หรือซื้อง่ายขายคล่องขึ้น ช่วยทำให้ “กระแสเงินสดดีขึ้น”
“เรามีการทำแคมเปญการตลาด และชวนคุณแม่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่งตัวใหม่ให้เข้ากับเทรนด์สังคมสูงวัยหรือ Silver Age ปรับแพ็คเกจจิง รวมถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์หรือ CI ใหม่ ชูโลโก้และแบรนด์สารัชมากขึ้น ให้ผู้บริโภคพูดถึงมะขามต้องนึกถึงสารัช”
ผลิตภัณฑ์มะขาม โดยเฉพาะที่เป็นของทานเล่นรสชาติจี๊ดจ๊าด หากมองกลุ่มเป้าหมาย “ผู้ชาย” มีการซื้อในสัดส่วน 50% เท่ากับผู้หญิง ซึ่งอินไซต์เกิดจากการเดินทาง ขับรถ ดื่มกาแฟ เครื่องดื่มอื่นๆแล้ว ต้องการมีสแน็กทำให้ตื่นตัว
สำหรับภาพรวมตลาดมะขามแปรรูปเป็นของทานเล่น มูลค่าราว 500 ล้านบาท มีผู้เล่นรวมทุกช่องทางไม่เกิน 20 แบรนด์ เฉพาะจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อมีราว 4 แบรนด์
นอกจากตลาดในประเทศไทย สารัช ยังส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ สร้างยอดขายราว 20% จากนี้ยังเดินหน้าขยายตลาดทั้งตะวันออกกลาง ประเทศจีน รวมถึงเอเชียใต้ ผลักดันยอดส่งออกสัดส่วนแตะ 40% ภายใน 5 ปี
อย่างไรก็ตาม จากการรีแบรนด์ ทำตลาดในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 15-20% และการจัดทัพธุรกิจครั้งนี้ ต้องการผลักดันให้ 5 ปีข้างหน้ายอดขายเติบโตแตะ 200-300 ล้านบาท จากปีก่อนกว่า 100 ล้านบาท
“เป้าหมาย 5 ปีข้างหน้า อยากเห็นยอดขาย 200-300 ล้านบาทก่อน แต่อนาคตต้องการไปให้ถึงพันล้านซักครั้ง..อยากทำให้สำเร็จให้ได้”





