“การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) เห็น “สัญญาณบวก” ในตลาดนักท่องเที่ยวศักยภาพ โดยเฉพาะยุโรป ตะวันออกกลาง อเมริกา และโอเชียเนีย ที่เติบโตโดดเด่น 2 หลักต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2568 ในหลายตลาด เดินหน้าเร่งบูสต์ตลาดคุณภาพสู่ระดับ “Million Market” หรือมีนักท่องเที่ยวทะลุ 1 ล้านคน พร้อมปรับโครงสร้างตลาดสู่ “Value Over Volume” อย่างยั่งยืน
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เล่าว่า แนวโน้ม “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” ในช่วงวันที่ 1-9 มิ.ย. 2568 เป็นช่วง “กรีนซีซัน” (Green Season) เห็นแนวโน้มการเติบโตดีในหลายตลาด โดยล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงอันดับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยสูงสุดจากตลาด “จีน” เป็น “มาเลเซีย” ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.เป็นต้นมา นักท่องเที่ยวมาเลเซียซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวหลักมีการเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้น 13.22% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
นอกจากนี้ยังเห็นสัญญาณการเติบโตที่ดีของนักท่องเที่ยวในหลายตลาดศักยภาพ โดยเฉพาะตลาด “ยุโรป” ที่มีกำลังซื้อสูง โดยรวมเติบโตเพิ่มขึ้น 13% อาทิ ตลาดเยอรมนีที่มีการเติบโตของนักท่องเที่ยวสูงถึง 71% ตลาดอิตาลีเพิ่มขึ้น 28% และตลาดสวิตเซอร์แลนด์เพิ่มขึ้น 24%
ด้านตลาด “ตะวันออกกลาง” ซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว เห็นแนวโน้มการเติบโตที่สูงขึ้นถึง 55% โดยเฉพาะตลาดซาอุดีอาระเบียเพิ่มขึ้น 61% ตลาดโอมานเพิ่มขึ้น 54% ตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่มขึ้น 51% ตลาดอิสราเอลเพิ่มขึ้น 32.49% และเริ่มเห็นสัญญานการเติบโตที่ดีของตลาดดาวรุ่ง ได้แก่ ตลาดฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น 24%
จากสถิติสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-9 มิ.ย. 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว 15,543,344 คน โดยตลาดนักท่องเที่ยวที่มีฐานตลาดใหญ่ และมีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ อินเดีย 1,042,304 คน เพิ่มขึ้น 15.4%, รัสเซีย 983,579 คน เพิ่มขึ้น 12.96%, สหราชอาณาจักร 531,030 คน เพิ่มขึ้น 19.3%, สหรัฐ 492,659 คน เพิ่มขึ้น 10.2%, เยอรมนี 476,356 คน เพิ่มขึ้น 11.82%, ญี่ปุ่น 462,647 คน เพิ่มขึ้น 9.94%, ฝรั่งเศส 429,516 คน เพิ่มขึ้น 19.27%, ออสเตรเลีย 350,851 คน เพิ่มขึ้น 14.67% และตลาดศักยภาพขนาดกลาง ได้แก่ อิสราเอล 165,602 คน เพิ่มขึ้น 74.65%, อิตาลี 136,209 คน เพิ่มขึ้น 28.45%, แคนาดา 134,095 คน เพิ่มขึ้น 7.12%, โปแลนด์ 120,944 คน เพิ่มขึ้น 31.07%, เนเธอร์แลนด์ 119,992 คน เพิ่มขึ้น 12.69% และสวีเดน 117,434 คน เพิ่มขึ้น 10.47%
ฐาปนีย์ เล่าเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป ททท.เห็นสัญญาณการจองล่วงหน้า (Forward Booking) ที่ยังคงดีต่อเนื่องของสายการบินในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. 2568 ตรงกับตารางบินฤดูร้อน (Summer Slot) มีแนวโน้มเติบโตดีในเกือบทุกตลาด อาทิ ยุโรปเพิ่มขึ้น 21% ตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น 25% เอเชียเพิ่มขึ้น 7% และยังคงดีต่อเนื่องในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2568 ตรงกับตารางบินฤดูหนาว (Winter Slot) อาทิ ยุโรปเพิ่มขึ้น 17% อเมริกาเพิ่มขึ้น 12% เอเชียเพิ่มขึ้น 22%
โดย ททท. จะเน้นสร้างสมดุลตลาดและมุ่งส่งเสริมตลาดศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็น “ตลาดสหราชอาณาจักร” ที่มีปัจจัยสนับสนุน อาทิ การเปิดเที่ยวบิน ลอนดอน-กรุงเทพฯ ของ Norse Atlantic Airways ความถี่ 2-4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และ TUI UK ประกาศเพิ่มเที่ยวบิน ลอนดอน-กรุงเทพฯ และ แมนเชสเตอร์-กรุงเทพฯ เป็น 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ซึ่ง ททท.จะร่วมทำโปรโมชันส่งเสริมตลาดร่วมกัน (Joint Promotion) กับสายการบิน British Airways และ Norse Atlantic Airways เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวกระตุ้นยอดขายทั้งกลุ่มเดินทางครั้งแรก (First Visit) และกลุ่มเดินทางซ้ำ (Re-visit)
ด้าน “ตลาดเยอรมนี” ร่วมกับ Tour Operator รายหลักในตลาด เช่น Der, TUI และสายการบิน Condor จัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2568 ร่วมกับการจัดทริปดึงเซเลบริตี้มาสำรวจสินค้าท่องเที่ยวในไทย เจาะกลุ่มตลาด DINKs มีครอบครัวแต่ไม่มีลูก, กลุ่ม Gen Z และกลุ่ม LGBTQ “ตลาดรัสเซีย” จัดกิจกรรมโปรโมชันส่งเสริมตลาดร่วมกับบริษัททัวร์โอเปอเรเตอร์รายใหญ่ที่มีเครือข่ายทั้งเมืองหลักและเมืองรองในพื้นที่รัสเซีย
ขณะที่ “ตลาดฝรั่งเศส” จัดโปรโมชันส่งเสริมตลาดร่วมกับพันธมิตร อาทิ Carrefour Voyages, Lastminute, Edreams (Opodo) และร่วมงานส่งเสริมการขาย อาทิ Cannes Yachts Show, Wedding & Honeymoon Fair และ “ตลาดสหรัฐ” จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย 2 by 4 Global Amazing Month Campaign ผ่านแพลตฟอร์ม Travelstride จัดแคมเปญการขายแบบ “Co-op Sales Campaign” ร่วมกับสายการบิน EVA ผ่าน Expedia เป็นต้น
“จากผลกระทบของสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา ททท. ดำเนินแนวทางการปรับกลยุทธ์ให้ตอบสนองต่อโครงสร้างตลาดการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไป”
โดยให้น้ำหนักกับกลยุทธ์ “รีโลเกชัน” (Relocation) สร้างความสมดุลตลาดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และนำเสนอจุดขายทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ของประเทศไทย เพื่อสร้างสมดุลในเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะในเมืองรอง หรือเมืองน่าเที่ยวที่ยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางไปไม่มากนัก และใช้กิจกรรมสร้างสรรค์และการตลาดเชิงอีเวนต์ (Event Marketing) เพื่อกระตุ้นตลาดในช่วงกรีนซีซัน ตลอดจนมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อและการใช้จ่ายทางการท่องเที่ยวสูง เพื่อปรับโครงสร้างตลาดการท่องเที่ยวให้เติบโตแข็งแกร่งสู่ “Value over Volume” อย่างยั่งยืน!
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์





