วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

‘ประชุม’ นั่งนายก TICA คนใหม่ โชว์วิสัยทัศน์ดัน ‘ไมซ์ไทย’ สู่เวทีโลก

‘ประชุม’ นั่งนายก TICA คนใหม่  โชว์วิสัยทัศน์ดัน ‘ไมซ์ไทย’ สู่เวทีโลก

“สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย)” หรือ TICA หนึ่งในสมาคมที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสถานที่จัดประชุมระดับนานาชาติ ปัจจุบันร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB

ล่าสุด “ประชุม ตันติประเสริฐสุข” รองประธานฝ่ายปฏิบัติการประจำภาคกลางและภาคใต้ ของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง“นายก TICA” วาระปี 2568-2569 สืบต่อจาก “สุเมธ สุทัศน์ ณ อยุธยา” ที่พร้อมสนับสนุนผ่านบทบาทใหม่ในฐานะนายกกิตติคุณของสมาคมฯ

ประชุม ตันติประเสริฐสุข นายก TICA คนใหม่ เล่าว่า เมื่อได้รับโอกาสก้าวเข้าสู่บทบาทนี้ มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการสานต่อเจตนารมณ์ และสร้างผลงานโดยมุ่งเน้น “4 เสาหลัก” ของสมาคม จากคำว่า “T I C A” ซึ่งประกอบด้วย 

1. Talent Development การพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพ เพราะในความเป็นจริงแล้วสิ่งสำคัญใน “อุตสาหกรรมไมซ์” (MICE: การจัดประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และแสดงสินค้า) ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของมนุษย์เป็นหลัก ดังนั้นการเสริมทักษะและการพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพสูงสุด จึงมีบทบาทสำคัญแก่ผู้ประกอบวิชาชีพในอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อช่วยยกระดับการให้บริการให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งเสริมนวัตกรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก

สมาคมฯ จะยังคงมุ่งเน้น และดำเนินการจัดอบรม รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้มีภาวะความเป็นผู้นำ โดยสมาคมร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการพัฒนาหลักสูตร เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ และสร้างบุคลากรให้มีศักยภาพในอุตสาหกรรมไมซ์ต่อไป

2. Innovation นวัตกรรม การพัฒนาอย่างต่อเนื่องรวมถึงความคิดสร้างสรรค์ถือเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ในขณะที่โลกเรามีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ และการก้าวไปพร้อมๆ กับ AI จนทำให้โลกมีการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งหนึ่งที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของไทยคือ “การบริการแบบไทยๆ” ที่ยังคงไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้ ดังนั้นเราต้องสร้างสรรค์นวัตกรรมไม่ใช่เพียงเพื่อให้ทันโลก แต่ยังคงเป็นผู้นำด้านบริการ และการสร้างโปรแกรมที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยสร้างแรงบันดาลใจจากท้องถิ่น ที่สามารถมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำที่ดีและไม่มีวันลืม

3. Collaboration & Contribution ความร่วมมือและการมีส่วนร่วม ถือเป็นสิ่งสำคัญในการเสริมสร้างอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยการแบ่งปันทรัพยากร ความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญชำนาญการ ที่จะช่วย “ยกระดับประเทศไทย” ให้มีชื่อเสียงใน “เวทีโลก” ในฐานะประเทศที่รองรับการจัดงานประชุมระดับชั้นนำ

นอกจากนี้ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่ทางเลือกของผู้จัดงานอีกต่อไป แต่ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องผนวกรวมเข้าไปกับการจัดงานและการให้บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของกลุ่มลูกค้า และความร่วมมือ ร่วมใจ ในความมุ่งมั่นร่วมกัน ไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ยังถือเป็นการสร้างมรดกที่ยั่งยืนให้กับชุมชน และประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของชาติ ให้เกิดความสำเร็จในทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมไมซ์

และ 4. Agility การปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถในการปรับตัว การยืดหยุ่น และการเตรียมความพร้อมกับ “การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” อยู่เสมอ ซึ่งกลายเป็น “เรื่องปกติ” ที่ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ จะต้องรับมือ และมีการเตรียมความพร้อมกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจเกิดในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงสามารถตอบสนองโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน

‘ประชุม’ นั่งนายก TICA คนใหม่  โชว์วิสัยทัศน์ดัน ‘ไมซ์ไทย’ สู่เวทีโลก

ประชุม เล่าเพิ่มเติมว่า ด้าน “7 ข้อเสนอ” ที่สมาคม TICA อยากเสนอถึงภาครัฐ ได้แก่

1.ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ มุ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ชุมชน และวัฒนธรรมท้องถิ่น

2.ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อ พัฒนาเส้นทางคมนาคม เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

3.เปลี่ยนแปลงลักษณะของนักท่องเที่ยว (จากการพักผ่อนสู่การท่องเที่ยวที่มีเป้าหมาย) รองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น การประชุม การเรียนรู้ หรือจิตอาสา

4.ฝึกอบรมและยกระดับทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พัฒนาทักษะบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและเทคโนโลยีใหม่

5.ใช้เทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยว

6.ทบทวนกฎระเบียบและนโยบายใหม่ ปรับปรุงกฎหมายและนโยบายให้ทันสมัยและเอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

และ 7.ต่อต้านการหลอกลวงและคุ้มครองนักท่องเที่ยว สร้างระบบป้องกันการโกงและดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ