และนี่คือผู้ชนะบนสมรภูมิตลาดกลางคืน! ตลาดเซฟวันโกของ “อิง-อธีตะ” และ “ซุง-ศตาวิน” โตพุ่ง 1,300% ภายในปีเดียว กวาดรายได้ “84 ล้านบาท” ทำกำไรไปแล้ว “22 ล้านบาท” รุ่นลูกแตกไลน์-ต่อยอดธุรกิจเซฟวันโคราช บทพิสูจน์ซีอีโอแบรนดิ้งผ่าน TikTok
ย้อนกลับไป 10 ปีก่อนหน้านี้ กราฟความนิยมของ ตลาดนัดกลางคืน พุ่งสูงจนมีตลาดนัดในรูปแบบเดียวกันผุดขึ้นรอบกรุง สินค้าที่ผู้บริโภคให้ความสนใจเป็นพิเศษในเวลานั้นไม่ใช่อาหารการกิน แต่เป็นเสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ โดยเฉพาะของมือสองในโซนเปิดท้ายขายของที่แทบจะกลายเป็นซิกเนเจอร์ของตลาดนัดกลางคืนไปโดยปริยาย
ผ่านมา 10 ปีให้หลังมนต์เสน่ห์ที่เคยมีก็พลันหาย ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาลงการตัดสินใจซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยจึงไม่ได้ง่ายเหมือนเดิม ต่างชาติที่เคยเป็นลูกค้าเบอร์ต้นๆ ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหลือแต่ “อาหาร” ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องกินต้องใช้ทุกวัน
นั่นจึงทำให้โมเดลของ “ตลาดเซฟวันโก” ตลาดนัดกลางคืนแห่งยุคเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปีล่าสุดผลประกอบการของ บริษัท เซฟวัน โก จำกัด ทำรายได้ไป 84 ล้านบาท พร้อมกำไรสุทธิ 22.7 ล้านบาท นับว่า เป็นตัวเลขที่สวยงามสำหรับธุรกิจที่ตั้งไข่มายังไม่ครบ 2 ปีเต็ม
บริษัท เซฟวัน โก จำกัด มีหุ้นส่วนหลักๆ สามคน ได้แก่
1. รัตนไชย สราธิวัฒน์ประไพ ผู้ก่อตั้งและเจ้าของตลาดเซฟวันโคราช ถือหุ้น 40%
2. ศตาวิน นาคทองเพชร หรือ “ซุง-ศตาวิน” อินฟลูเอนเซอร์และยูทูบเบอร์ ถือหุ้น 30%
3. อธีตะ สราธิวัฒน์ประไพ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เสี่ยอิง” อินฟลูเอนเซอร์ผู้เป็นบุตรคนโตของรัตนไชย ถือหุ้น 15%
จุดเริ่มต้นของตลาดเซฟวันโกเกิดจากความร่วมมือระหว่าง “อิง” และ “ซุง” ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันมาก่อน ทำคอนเทนต์ผ่านช่อง TikTok ด้วยกันมาบ้าง จากนั้นจึงริเริ่มไอเดียทำธุรกิจตลาดเซฟวันโก เปิดตัวครั้งเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม 2566 โลเกชันตั้งอยู่บริเวณประตูกรุงเทพ ติดกับสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวแยกคปอ. ช่วงเริ่มต้นตลาดเซฟวันโกขายอาหารเพียงอย่างเดียว หลังจากผ่านไปได้เกือบๆ 6 เดือนจึงเริ่มมีโซนขายเสื้อผ้า ของใช้ ทำเล็บ ฯลฯ
แม้จะหยิบยืมรากฐานมาจากตลาดเซฟวันโคราชที่อยู่คู่เมืองย่าโมมา 27 ปีเต็ม แต่การทำตลาดกลางคืนในพื้นที่ที่ต่างออกไปไม่ใช่โจทย์ง่าย ตลาดเซฟวันโกเจอกับดราม่าสารพัดสิ่ง ตั้งแต่คอมเมนต์เรื่องความกว้างของช่องทางเดินเนื่องจากมีจำนวนลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ที่จอดรถและห้องน้ำที่ไม่เพียงพอกับความต้องการ และที่สำคัญคือปัญหาการจราจรติดขัดที่ใช้เวลานานสุดถึง 2 ชั่วโมงกว่าจะวนรถออกจากตลาดได้
จนถึงปัจจุบันตลาดเซฟวันโกผ่านพ้นปัญหาดังกล่าวไปได้ด้วยดี ยังมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาจับจ่ายอยู่เรื่อยๆ “Key Success” ที่ทำให้ตลาดเซฟวันโกประสบความสำเร็จมาจากการวางโมเดล “ให้ดาว” กล่าวคือ หากพ่อค้าแม่ค้าคนไหนอยากจองแผงขายของต้องเข้าระบบจองผ่านแพลตฟอร์มของตลาด ทุกวันที่ขายเสร็จจนเก็บแผงจะมีระบบให้ดาวร้านค้า ทั้งเรื่องความสะอาด รสชาติ ปัญหาจุกจิกอื่นๆ ที่มาจากการร้องเรียนของลูกค้า ยิ่งดาวเยอะ คะแนนเยอะ ก็ยิ่งมีโอกาสได้สิทธิ์จองแผงขายของครั้งต่อๆ ไปสูงขึ้น
สำหรับความเคลื่อนไหวของ “ตลาดเซฟวันโก” ปีนี้เปิดทำการสาขาที่สองเรียบร้อยแล้ว ตั้งอยู่ลานด้านข้างห้างโรบินสัน สาขาศรีสมาน ฟีดแบ็กในช่วงแรกคล้ายกับสาขาแรกคือเรื่องการจราจรติดขัด ทว่า “อิง” และ “ซุง” ได้ออกมาให้ข้อมูลในภายหลังว่า ช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับวันเปิดเทอมของโรงเรียน รวมถึงถนนที่มีเพียงสองเลนจึงทำให้การจราจรหนาแน่น ซึ่งปัจจุบันปัญหาดังกล่าวถูกแก้ไขไปแล้วตามลำดับ
นอกจากธุรกิจตลาดเซฟวันโก ทั้งคู่ยังเปิดธุรกิจ “ตู้ซันเวฟ” ตู้ขายสินค้าของบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ ประเดิมตั้งด้านหลังตลาดเซฟวันโกศรีสมาน ตลาดเซฟวันโกสาขาประตูกรุงเทพ และล่าสุดที่ตลาดเซฟวันโคราช ในอนาคตจะขยับขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป
ทั้งนี้ธุรกิจตลาดเซฟวันโคราชภายใต้การบริหารของ บริษัท ตลาดเซฟวัน จำกัด มีรายได้อยู่ที่ 158 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5.9 ล้านบาท กำไรเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าราว 25%





