ส่องสมรภูมิ ตลาดไอศกรีม ซอฟต์เสิร์ฟ (Soft Serve) ในไทยปี 2568 เข้าสู่เรดโอเชียน เมื่อ 5 แบรนด์ใหญ่ค้าปลีก เข้ามาเร่งขยายทั้งแม็คโคร- โลตัส, ท็อปส์, อิเกีย, ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต- ซีเจ เอ็กซ์ - ซีเจ มอร์ และล่าสุด โก โฮลเซลล์
ภาพรวมตลาดไอศกรีม ซอฟต์เสิร์ฟ (Soft Serve) ในประเทศไทยปี 2568 มีความคึกคักมากขึ้น 5 แบรนด์ใหญ่ค้าปลีกเข้ามาขยายครบ ทั้งกลุ่ม ซีพี โดย ซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่มีแม็คโคร และโลตัส เข้ามาขยายพอร์ตโฟลิโอกลุ่มอาหาร ส่ง ไอศกรีมในรูปแบบช้อปขนาดเล็ก กำหนดราคาเริ่มต้นที่ 8 บาทเท่านั้น เปิดในร้านแม็คโคร และโลตัส ทั่วประเทศ
รวมถึง "ท็อปส์" ร้านซูเปอร์มาร์เก็ต กลุ่ม เซ็นทรัล รีเทล ได้มีการขยายไปสู่ ไอศกรีม ซอฟต์เสิร์ฟ กำหนดราคา 12 บาท มุ่งขยายในสาขาของ ท็อปส์ เดลี่
ทางด้าน “อิเกีย” (IKEA) จากบริษัท อิคาโน่ (ประเทศไทย) ได้ส่งไอศกรีม ซอฟต์เสิร์ฟ จากถั่วเหลือง กำหนดราคาเริ่มต้นที่ 8 บาท
อีกทั้งกลุ่มคาราบาว กรุ๊ป ที่มีธุรกิจค้าปลีกผ่าน “ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต”, ซีเจ เอ็กซ์ และซีเจ มอร์ จาก บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป ได้ขยายสู่ตลาด ไอศกรีม ซอฟต์เสิร์ฟ ภายใต้แบรนด์ “เถียนเถียน” (Tian Tian) ราคาเริ่มต้นที่ 15 บาท มากับรสชาติชาไทย
ขณะเดียวกันเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางปี 2568 ตลาดมีความร้อนแรงมากขึ้น เมื่อ โก โฮลเซลล์ จากกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล ได้ขยายสู่การจัดทำไอศครีมซอฟต์เสิร์ฟ ที่ GOfé Signature ราคาที่ 12 บาท มีรสชาตินม ใกล้เคียงกับแบรนด์อื่นๆ โดยเริ่มทำตลาดอย่างเป็นทางการ ที่ โก โฮลเซลล์ 9 สาขาทั้ง สาขาพระราม 2 , รังสิต , รามคำแหง , ราไวย์ , เมืองภูเก็ต , เจริญราษฎร์, ขอนแก่น , อุดรธานี และหาดใหญ่
ดังนั้นภาพรวมไอศกรีม ซอฟต์เสิร์ฟ (Soft Serve) ในไทย จึงมีผู้ประกอบการค้าปลีก 5 แบรนด์ใหญ่เข้ามาทำตลาด ยังไม่ได้นับรวมแบรนด์เดิมที่เป็น เจ้าตลาดมายาวนานกับ แดรี่ ควีน (Dairy Queen) จาก บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โดยไอศกรีม “แดรี่ ควีน” วางราคาเริ่มต้นที่ 12 บาทเท่านั้น ในปัจจุบันมีสาขาในไทยจำนวนกว่า 500 สาขา อีกทั้งแบรนด์ในกลุ่มคิวเอสอาร์ทั้ง แมคโดนัลด์ , เคเอฟซี และ เบเกอร์คิง ต่างมีเมนูไอศกรีมโคน ในร้านมาร่วมดึงดูดลูกค้า
นอกจากนี้มีแบรนด์จีน ที่เข้ามาเปิดตลาดในไทยกับกลุ่มไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ และเครื่องดื่ม อาทิ แบรนด์ มี่เสวี่ย (Mixue) เป็นต้น
ทั้งหมดสะท้อนภาพว่า ตลาดไอศกรีม ซอฟต์เสิร์ฟ กำลังขยายตัวและเป็น "สมรภูมิเรดโอเชียนเต็มรูปแบบ" โดยทุกแบรนด์ต่างเน้นราคาแบบคุ้มค่าเพื่อทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้สะดวก หรือซื้อง่าย ขายคล่อง เหมาะกับเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่ผู้บริโภคต่างมองหาความคุ้มค่าทางราคาเป็นลำดับต้นๆ
แต่แบรนด์ใดจะสามารถขึ้นผู้นำในตลาดและครองใจกลุ่มลูกค้าได้ต้องติดตาม!





