วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

ททท. ฟื้นเชื่อมั่นความปลอดภัย ฝ่าวิกฤติ ‘จีนเที่ยวไทย’ ยื้อพ้นปากเหว

ททท. ฟื้นเชื่อมั่นความปลอดภัย ฝ่าวิกฤติ ‘จีนเที่ยวไทย’ ยื้อพ้นปากเหว

ในยุคทองของตลาด “นักท่องเที่ยวจีน” ทรงอิทธิพลต่อภาคการท่องเที่ยวโลก เมื่อปี 2562 มีจำนวนการเดินทางขาออก (Outbound) ไปต่างประเทศมากถึง 155 ล้านคน มาเที่ยวประเทศไทยมากถึง 11 ล้านคน คิดเป็น 7% ของนักท่องเที่ยวจีนไปต่างประเทศทั้งหมด กระทั่งเจอวิกฤติโควิด-19 ตลาดนักท่องเที่ยวจีนใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าชาติอื่นๆ โดยในปี 2567 มีนักท่องเที่ยวจีนไปต่างประเทศฟื้นตัว ด้วยจำนวน 146 ล้านคน เลือกเดินทางมาไทย 6.7 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 4.5% ของทั้งหมด

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า แม้ในปี 2568 ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปต่างประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัวกลับไปใกล้เคียงระดับ 150 ล้านคนเหมือนปี 2562 ก่อนโควิด แต่ล่าสุดจากสถิตินักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยในช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) ของปีนี้มีจำนวนสะสม 1.65 ล้านคน ลดลงประมาณ 30% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

หลังได้รับผลกระทบจากข่าวอาชญากรรมสะเทือนปัญหาภาพลักษณ์ความปลอดภัยในประเทศไทย ปัจจัยเศรษฐกิจจีนชะลอตัวเหมือนกับหลายๆ ประเทศ รวมถึงนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จะกระทบต่อกำลังซื้อของชาวจีน และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนที่เปลี่ยนไป

เชิญนายกฯ แพทองธาร เปิดงาน “สวัสดี หนีห่าว”

ททท. จึงร่วมกับเอกชนไทย-จีน จัดกิจกรรม “สวัสดี หนีห่าว” เพื่อส่งเสริมการเดินทางเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน และสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยปลอดภัย ด้วยการเชิญตัวแทนบริษัทนำเที่ยว (เอเย่นต์) และสื่อมวลชนจีนเดินทางเข้าร่วมงานจำนวน 600 คน แบ่งเป็นตัวแทนจากเอเย่นต์ 400 คน และสื่อมวลชนกับผู้นำทางความคิด (KOL) 200 คน และยังมีผู้ขายจากฝั่งไทย 500 คนมาร่วมงาน คาดกิจกรรมนี้จะสร้างการรับรู้ 350 ล้านคน-ครั้ง เกิดการนัดหมายทางธุรกิจ 5,000 นัดหมาย โดยในพิธีเปิดงานวันที่ 29 พ.ค.นี้ ได้เชิญนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

หลังจากจัดกิจกรรมสวัสดีหนีห่าว ททท.จะประเมินแนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวจีนอีกครั้งว่าจะขยับหนีกรณีเลวร้ายที่สุด 5 ล้านคน ส่วนกรณีที่ดีที่สุดคาดว่าจะทำได้ 6.9 ล้านคนในปีนี้ ใช้จ่ายเฉลี่ย 5,300 บาทต่อวัน พำนักเฉลี่ย 5-6 วันต่อทริป อย่างไรก็ตาม ททท.จะพยายามผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวจีนให้ได้ตามเป้าหมายของรัฐบาลที่ 8 ล้านคน ขณะที่ยุคทองเมื่อปี 2562 ที่มีจำนวนมากกว่า 11 ล้านคน สูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น สร้างรายได้กว่า 5.4 แสนล้านบาท

“ตอนนี้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนมีสัญญาณการฟื้นตัวดี สะท้อนได้จากบริษัทโฮลเซลขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของจีนที่เข้ามาปรึกษากับ ททท. สำนักงานปักกิ่ง เพื่อจะพาเอเย่นต์มาสำรวจตลาดท่องเที่ยวในไทย เนื่องจากไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของเขา เมื่อนักท่องเที่ยวจีนหายไปก็กระทบเขาเช่นกัน”

ททท. ฟื้นเชื่อมั่นความปลอดภัย ฝ่าวิกฤติ ‘จีนเที่ยวไทย’ ยื้อพ้นปากเหว

ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่

คนจีนแห่เที่ยวญี่ปุ่น 4 เดือนแรก 3.13 ล้านคน

นางสาวภัทรอนงค์ กล่าวว่า อีกปัจจัยสำคัญที่มีผลทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยน้อยลงในช่วงที่ผ่านมา เป็นเพราะทุกประเทศต่างแย่งชิงตลาดจีน โดยจากการรวบรวมสถิติเมื่อปี 2567 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยทั้งสิ้น 6.7 ล้านคน รองจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีนักท่องเที่ยวจีนกว่า 6.9 ล้านคน ส่วนประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปเยือน อาทิ เกาหลีใต้ มีจำนวน 4.4 ล้านคน เวียดนาม 3.7 ล้านคน มาเลเซีย 3.2 ล้านคน และสิงคโปร์ 3 ล้านคน

“เหตุผลที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมไปเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเวียดนามมากขึ้น เพราะมองว่าเป็นเดสติเนชั่นใหม่ สด และมีความสัมพันธ์ที่ดีด้านการลงทุนระหว่างกัน”

รายงานข่าวจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ระบุว่า จากสถิติในช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) ของปี 2568 ประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 14.45 ล้านคน เพิ่มขึ้น 24.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีนักท่องเที่ยวจีน 3.13 ล้านคน เพิ่มขึ้น 68.1% มากเป็นอันดับ 2 รองจากเกาหลีใต้ที่มีมากสุดด้วยจำนวน 3.23 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.6% ส่วนอันดับรองลงมาได้แก่ ไต้หวัน มีจำนวน 2.16 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11.5% สหรัฐ 1.04 ล้านคน เพิ่มขึ้น 30.6% ฮ่องกง 9.11 แสนคน เพิ่มขึ้น 12.8% และไทย 5.2 แสนคน เพิ่มขึ้น 11.6%

 

เปลี่ยน “คู่แข่ง” สู่ “คู่ค้า” บูสต์เดินทางสองฝั่ง

นางสาวภัทรอนงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม ประเทศจีนเองก็เป็นทั้งคู่ค้าและคู่แข่งของประเทศไทย ด้วยภาคการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์ทำเงินกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศนั้นๆ ได้เร็วที่สุด ปัจจุบันทางการจีนได้ออกมาตรการยกเว้นวีซ่า (ฟรีวีซ่า) ให้นักท่องเที่ยวหลายประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างเข้มแข็งมาก

“เที่ยวบินเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พอบินเข้าไทยแล้ว แต่ดีมานด์ผู้โดยสารลดลง สายการบินก็อยู่ไม่ได้ ทำให้ตอนนี้การทำตลาดในบางพื้นที่ของประเทศจีน ต้องดูการเดินทางสองฝั่งระหว่างกันด้วย มีนักท่องเที่ยวทางขาเข้า (Inbound) และขาออก (Outbound) ถึงจะทำให้สายการบินอยู่ได้ และยังให้บริการเที่ยวบินต่อไป จึงอยากให้มองว่าลูกค้าก็เป็นคู่ค้าได้ แทนการมองว่าเป็นคู่แข่งเพียงอย่างเดียว”

โดยปัจจุบันมีเที่ยวบินประจำเส้นทางไทย-จีน จำนวน 136 เที่ยวบินต่อวัน คิดเป็นปริมาณที่นั่งโดยสาร (Seat Capacity) ตลอดปี 2568 รวม 7.9 ล้านที่นั่ง จากปีที่แล้วมีจำนวน 8.8 ล้านที่นั่ง ทำอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) เฉลี่ยราว 75-76% ต่อเที่ยวบิน

 

ขอแบ่งงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านหนุนท่องเที่ยว

ก่อนหน้านี้ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยื่นของบประมาณเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านการใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท จำนวน 3,180 ล้านบาท จากเดิมที่จะขอใช้งบกลางดำเนินโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง จำนวน 3,500 ล้านบาท ปรับลดลงมาเพื่อดำเนินงานให้ครอบคลุม 3 โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

1. โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง จำนวน 1 ล้านสิทธิ ใช้งบประมาณ 1,780 ล้านบาท รัฐบาลช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายเที่ยวเมืองหลัก 40% ส่วนเมืองรอง (เมืองน่าเที่ยว) ช่วยสนับสนุน 50% โดยจำกัดจำนวนการใช้สิทธิสูงสุด 6 สิทธิต่อคน

2. โครงการการสนับสนุนแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) จำนวน 21 ราย อุดหนุนค่าธรรมเนียมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย ซึ่งมีตัวชี้วัดผลสำเร็จของโครงการผ่านจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา สะท้อนเม็ดเงินที่จะเกิดขึ้นหลังดำเนินโครงการ เหมือนปี 2567 ที่มีการสนับสนุนแพลตฟอร์ม OTA วงเงิน 270 ล้านบาท ซึ่งมีการประเมินผลเม็ดเงินที่เกิดขึ้นหลังการสนับสนุนประมาณ 10,000 ล้านบาท

3. โครงการส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวจีนโดยเฉพาะ ซึ่งจะทำร่วมกับสายการบินในตลาดจีน สนับสนุนทั้งเที่ยวบินประจำ (Regular Flight) และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) ประมาณ 3-3.5 แสนบาทต่อเที่ยวบิน บนเงื่อนไขการการันตีผู้โดยสาร มีอัตราการขนส่ง (Load Factor) ไม่ต่ำกว่า 85% ต่อเที่ยวบิน โดยจะให้น้ำหนักการสนับสนุนแก่เที่ยวบินเช่าเหมาลำมากกว่า เพราะเที่ยวบินประจำได้อานิสงส์บางส่วนจากโครงการส่งเสริมตลาดร่วมกับ OTA แล้ว

ททท. ฟื้นเชื่อมั่นความปลอดภัย ฝ่าวิกฤติ ‘จีนเที่ยวไทย’ ยื้อพ้นปากเหว สรวงศ์ เทียนทอง